
ปู่ชัยนัดประชุมแก้รธน.25ม.ค.มั่นใจม.190ผ่าน
(19ม.ค.) ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับทราบจากนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แล้วว่าวิปรัฐบาลมีมติให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 25 ม.ค.
เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับเรียงทีละมาตราในวาระ 2 แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการทำงานจากคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยในเบื้องต้นทราบว่ามีสมาชิกรัฐสภาขอสงวนคำแปรญัตติเบื้องต้นทั้งหมด 63 คน ทั้งนี้เมื่อได้รับรายงานคณะกรรมาธิการฯแล้วจะต้องส่งเอกสารรายงานให้สมาชิกรัฐสภารับทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม 3 วันตามข้อบังคับ อย่างไรก็ตามหากมีการส่งรายงานเข้ามาจะแจ้งให้สมาชิกรัฐสภารับทราบได้ในวันที่ 21 ม.ค.
นายชัย กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนในการพิจารณาวาระ 2 ในวันที่ 25 ม.ค.มั่นใจว่าใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เพียงพอไม่มีปัญหาอะไรถ้าไม่เสร็จก็ปล่อยให้อภิปรายทั้งวันทั้งคืนเพราะเป็นการพูดในเนื้อหาเดียวกันเรื่องเดิมๆประชาชนที่ฟังอยู่ก็คงเอือมระอาถ้าพูดซ้ำไปซ้ำมาและในวาระ 2 สมาชิกรัฐสภาที่จะอภิปรายได้ก็มีเฉพาะผู้ขอสงวนคำแปรญัตติเท่านั้น ทั้งนี้เชื่อว่าส.ส.เองอยากให้เสร็จเร็วเพื่อจะได้รู้ว่าเขตเลือกตั้งจะใหญ่หรือเล็ก ส.ส.และพรรคการเมืองจะเตรียมตัวได้ถูกต้อง
“ขณะนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนมากเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีทั้งหมด 7 มาตรา แบ่งเป็นสองเรื่อง คือ มาตรา 190 เกี่ยวกับกรอบการเจรจาระหว่างประเทศ และ มาตรา 93-98 เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง ถ้ามีฉบับหนึ่งฉบับใดตกก็ถือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ผ่านนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นคนละฉบับกัน ซึ่งผมมั่นใจมาตรา 190 ผ่านรัฐสภาแน่นอน ส่วนในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งอาจมีปัญหาในเรื่องจำนวนส.ส.จากสูตรของรัฐบาล 375+125 ซึ่งรัฐสภารับหลักการไปแล้ว แต่ถ้าในขั้นของการแปรญัตติหากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติในสูตร 400+100 ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยในวาระ 2 และเมื่อไปออกเสียงในวาระ 3 ถ้าตกก็ถือว่าตกไป แต่ถ้าอยู่ก็สามารถประกาศบังคับใช้ได้เลย” นายชัย กล่าว
ประธานรัฐสภา กล่าวต่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนุญน่าจะผ่านทั้งสองฉบับโดยเฉพาะในเรื่องที่มาส.ส.ก็ไม่น่ามีปัญหาเพราะส.ส.เองต้องการเขตเลือกตั้งเล็ก ถึงแม้รัฐบาลจะต้องการ 375+125 ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยจะเอาสูตร 400+100 ก็ให้มาบวกกับเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเสียงก็จะเกินกึ่งหนึ่งไม่มีปัญหาหรือจะเอาสูตรใหม่ 400+125 ก็ไม่มีปัญหาเช่นกันแม้จะมีส.ส.เพิ่มขึ้นมา 25 คน รัฐสภาปัจจุบันมีที่นั่งรับรองเพียงพอ และไม่คิดว่าจำนวนส.ส.ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณเพราะส.ส.1 คนใช้งบประมาณแผ่นดินปีละประมาณ 1 ล้านบาทแต่ผลประโยชน์คุ้มค่ามากเพราะได้ทำวิจัยมาแล้ว อีกทั้งงบประมาณก็มีการนำเงินไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉกกันอีกเยอะ แต่การได้ส.ส.เพิ่ม 25 คนประชาชนได้ประโยชน์ ที่สำคัญเมื่อมีส.ส.มากขึ้นแล้วควรจะมาประชุมให้มากขึ้น
“อยากเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งออกระเบียบคุณสมบัติการเป็นส.ส.เพิ่มเติมว่า หากส.ส.คนใดขาดประชุมเท่าไหร่ให้ขาดจากการเป็นส.ส.ทันที อย่ามายึดเรื่องเอกสิทธิ์การเป็นส.ส.เพราะการเป็นผู้แทนต้องมีสันดานผู้แทนติดตัว คือ ต้องมาประชุมสภาและต้องเน้นการช่วยเหลือประชาชน” นายชัย กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐสภามีมาตรการดูแลความปลอดภัยจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาชุมนุมกดดันหน้ารัฐสภาอย่างไรในสัปดาห์หน้า นายชัย กล่าวว่า ไม่เป็นห่วงเรื่องนี้เพราะตราบใดที่สื่อมวลชนยังแบกกล้องเข้ามาทำข่าวในสภาได้ แต่ถ้าสื่อมวลชนเข้ามาไม่ได้ก็ค่อยมาเตรียมการกัน แต่เชื่อว่าที่มีการชุมนุมกันในตอนนี้เป็นเรื่องของตัวบุคคลมากกว่า สื่อมวลชนและประชาชนไม่ว่าเสื้อสีอะไรก็รักชาติกันทุกคนเชื่อว่าปัญหาจะไม่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า ในระหว่างรอการออกเสียงในวาระ 3 ที่ต้อง 15 วันหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจยุบสภาระหว่างนั้นจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญหยุดชะงักหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเพราะทุกอย่างจบแล้ว ประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ผ่านมาก็ไม่เคยเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน กฎหมายก็ค้างอยู่ในรัฐสภานายกฯคงจะไม่ยุบสภาแน่นอน แต่ถ้ามีเหตุการณ์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญไปต่อไม่ได้เห็นมีแต่การรัฐประหารเท่านั้น



