
เล็งส่งไชยวัฒน์-สมบูรณ์ไปคุกธนบุรี
เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เล็งส่งผู้ต้องหากลุ่มเสื้อเหลืองไปคุกธนบุรี สั่งแยกเยี่ยมเช้า-บ่าย เลี่ยงเผชิญหน้า พร้อมรับตัว "ไชยวัฒน์" เข้าแดนแรกรับ
ที่เรือจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วันที่ 19 ม.ค. นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวถึงมาตรการควบคุมตัวนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราญ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ตนได้สั่งการให้แยกการคุมขังนายไชยวัฒน์และนายสมบูรณ์ออกจากแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ขณะนี้มีอยู่เพียงแดน 1 หรือแดนแรกรับแดนเดียวที่ไม่ได้ขังกลุ่มนปช. ดังนั้นในวันนี้ (19 ม.ค.) นายไชยวัฒน์และนายสมบูรณ์จะถูกส่งเข้ามาคุมขังในแดนแรกรับ โดยภายในแดนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเพิ่มการติดตามความเคลื่อนไหวภายในเรือนจำ และจะกำหนดเวลาเยี่ยมผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองเป็นช่วงเช้าและบ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า โดยปกติทางกลุ่มนปช.จะเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังในเวลา 10.00 น. – 11.00 น. ดังนั้นจะกำหนดให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองเข้าเยี่ยมนายไชยวัฒน์และนายสมบูรณ์ในเวลา 13.00 น.
นายโสภณ กล่าวอีกว่า จากการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ตนได้เตรียมเสนอให้นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ หากจำเป็นต้องดูแลผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อเหลืองเพิ่มก็เสนอให้แยกขังไปที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งมีแนวโน้มว่าอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะเห็นชอบกับแนวทางดังกล่าว
ม็อบประกาศยกระดับชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะชนะ
นายสุนทร รักษ์รงค์ กรรมการเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ แถลงถึงกรณีที่นายไชยวัฒน์และนายสมบูรณ์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัว ที่ห้างโลตัสปทุมวัน วานนี้ (18 ม.ค.) ภายหลังจากได้ร่วมในขบวนธรรมยาตราถวายฎีการ้องทุกข์ กรณี 7 คนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัว ว่า เจ้าหน้าที่ใช้ความอุกอาจแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจต่อกระบวนการต่อสู้ของภาคประชาชน การจับกุมคนทั้งสองเสมือนเป็นการข่มขู่คุกคามให้เครือข่ายยุติการชุมนุม ซึ่งความจริงเครือข่ายจะยุติการชุมนุมชั่วคราวหลังจากยื่นถวายฎีกาอยู่แล้ว
“การจับกุมครั้งนี้มีการจับกุมผิดคน คือ นายโชคพิสิฐ วรพัฒน์ ซึ่งทำให้ได้รับความทุกข์และเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพ และยังถูกยัดข้อหาต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานอีกด้วย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำร้ายคณะผู้ติดตามและผู้หญิง คือนางสาวพรทิพา สุพัฒนากุล ซึ่งเป็นสื่อสารมวลชนของช่อง 13 สยามไทย จนได้รับบาดเจ็บต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งได้ลงบันทึกแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว” นายสุนทร กล่าว
นายสุนทร กล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์ข้างต้น ทางเครือข่ายจึงได้ประชุมและมีมติ 5 ข้อ 1.ขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาลในครั้งนี้ 2.จะให้อิสระนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ ต่อสู้เพื่อให้เพิกถอนหมายจับที่ตั้งข้อกล่าวหาไม่ชอบธรรม ซึ่งศาลอาญาจะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) เวลา 9.00 น. 3.สนับสนุนและช่วยเหลือนายโชคพิสิฐ ในการต่อสู้คดีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยัดข้อหาไม่ชอบธรรมและจะฟ้องกลับทั้งอาญาและแพ่งต่อไป 4.จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุและทำร้ายบุคคลอื่นจนได้รับบาดเจ็บ และ 5.ยกระดับการชุมนุม เป็นการชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และพร้อมเข้าร่วมเป็นพลังแผ่นดินเพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทยต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวนายโชคพิสิฐ วรพัฒน์ธนาชัย ผู้ติดตามเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวพร้อมแสดงเอกสารบันทึกการจับกุมตัวที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผิดตัว และยัดข้อหานายโชคพิสิฐว่าต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าหน้าที่พนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุว่าว่าจะต่อสู้คดี และฟ้องกลับ พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.กก.สส.บก.น. 6 และพวก ที่รับผิดชอบคดีนี้ และยืนยันว่าจะสู้ในข้อกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา
ยื่นจม.นายกฯ เร่งช่วย7คนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ยังได้อ่านเอกสารด่วนที่ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์ ที่ส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องขอให้รัฐบาลใช้สิทธิที่มีอยู่ในสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ช่วยเหลือกรณีที่คนไทย 7 คนถูกจับ เพื่อส่งกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดด้วยความสวัสดิภาพ จากนั้น ได้ยื่นเอกสารดังกล่าวผ่านนาย คณิสร เมืองเนาว์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน และองค์กรประชาชน ทำเนียบรัฐบาล



