
ศาลเขมรนัดพิพากษา7คนไทย1ก.พ.
สถานทูตไทย เผย ศาลกัมพูชานัดพิพากษา 7 คนไทย 1 ก.พ. ขณะที่ ทนายวีระ เตรียมยื่นคำร้องขออุทธรณ์วันนี้ ด้านสุเทพหวังศาลเขมรเมตตาฟัน 7 คนไทยเบา ชี้สถานการณ์คลี่คลาย ชมประวิตร ช่วยเจรจาตลอด
(19ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ล่าสุดสถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้แจ้งมาว่า ศาลกัมพูชาได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดี 7 คนไทยในวันที่ 1 ก.พ. แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า จะพิพากษาเฉพาะข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และเข้าพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือจะรวมข้อหาประมวลข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศด้วย
โดยขณะนี้นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ อยู่ระหว่างการพูดคุยกับ 6 คนไทยที่ทำเนียบทูต เกี่ยวกับแนวทางการสู้คดี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีลูกความคนใดแจ้งขอเปลี่ยนตัวทนายความ
สำหรับนายวีระ สมความคิด ที่ยังอยู่ในเรือนจำเปรซอว์นั้น ทราบว่า ขณะนี้ทนายชาวกัมพูชากำลังหา รือกับนายวีระ เพื่อร่างคำร้องขออุทธรณ์เรื่องการประกันตัวต่อศาลฎีกา คาดว่าหลังร่างเสร็จก็จะยื่นในวันนี้ทันที และยังได้หารือถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวล่ามของศาลด้วย เนื่องจากขณะนี้ทางสถานทูตได้จัดหาล่ามไว้ให้แล้ว 1 คน แต่ก็ต้องรอคำตอบจากนายวีระว่าจะเลือกล่ามที่จัดหามาให้หรือไม่ เพราะทราบว่านายการุณ ใสงาม นักกฎหมายของเครือข่าย ที่พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับคดีก็พูดภาษากัมพูชาได้
นายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เดินทางไปกัมพูชาเพื่อช่วยคดีความให้นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่ขอความช่วยเหลือมา โดยวันนี้มีกำหนดการเข้าเยี่ยม 6 คนไทย ที่ได้รับการประตัว ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงพนมเปญ หลังจากนั้นช่วงบ่ายจะเดินทางเข้าเยี่ยมนายวีระ ที่เรือนจำเพรย์ซอว์ โดยเตรียมพยานหลักฐาน พร้อมกับแต่งตั้งทนายความคนใหม่ เพื่อเตรียมยื่นประกันตัวต่อศาลฎีกาต่อไป
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กรณีไทย 7 คนไทยถูกดำเนินคดีในกัมพูชาทางรัฐบาลไทยพยายามใช้ช่องทางต่างๆพูดคุยเจรจามาโดยตลอด โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาถึงวันนี้เหตุการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เชื่อมั่นว่า ในที่สุดทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพปกติ สามารถเอื้ออำนวยให้เราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศต่อไป ซึ่งเป็นการมองในแง่บวก ในแง่ดี ตนอยากให้ประชาชนคนไทยกรุณามองในแง่ดีเช่นนี้
เมื่อถามว่า มีโอกาสหรือไม่ที่ศาลกัมพูชาจะปล่อยตัวคนไทยทั้งหมด นายสุเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าศาลกัมพูชาคงพิจารณาคดีด้วยความยุติธรรม และมีเมตตาธรรมต่อพี่น้องประชาชนคนไทย เพราะไม่ได้ตั้งใจเข้าไปทำร้ายอะไรในประเทศกัมพูชา ส่วนการดำเนินการหลังจากที่ศาลพิพากษา คงต้องรอดูผลการพิพากษากันต่อไป ถ้าศาลจะกรุณาลงโทษสถานเบา เราจะได้กลับบ้านกันเร็วขึ้น ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปขอให้อดใจรอผลการพิจารณาคดีของศาล
เมื่อถามว่า จะมีการยื่นขออภัยโทษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามระบบศาลของกัมพูชาเหมือนกับศาลประเทศไทย เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วทางฝ่ายญาติของผู้เสียหายสามารถยื่นขออภัยโทษได้ ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามขั้นตอน เมื่อถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่จะได้รับการอภัยโทษ นายสุเทพ กล่าวว่า คงตอบแทนไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อมั่นว่าผู้นำฝ่ายกัมพูชา และผู้นำฝ่ายไทยต่างปรารถนาให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาไปด้วยดี ถ้าทั้งสองฝ่ายมีความคิดพื้นฐานอย่างนี้แล้ว การแก้ปัญหาต่างๆคงจะเป็นไปในทางที่ดี
เมื่อถามถึงกรณีที่นายวีระ สมความคิด ไม่ได้รับประกันตัว นายสุเทพ กล่าวว่า เราอย่าไปแยกเป็นกรณี เราก็ดูภาพรวม ต้องให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรมของศาลกัมพูชา เช่นเดียวกับการเคารพศาลไทย เมื่อถามว่าเพราะนายวีระมีแนวคิดที่แข็งกร้าวหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปวิจารณ์ท่าทีความคิดของนายวีระ หรือของใคร ขอให้กระบวนการพิจารณาของศาลเสร็จสิ้นก่อนแล้วมาดูกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
เมื่อถามถึงการจับกุมตัวนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราน แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นการจับกุมตามหมายศาลเพราะ 2 คนนี้เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาไว้ในการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้ต้องหา 100 กว่าคน ซึ่งประมาณ 100 คนมามอบตัวแล้วเหลืออยู่ 7 คนที่ไม่มามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปขออำนาจศาลเพื่อติดตามจับกุม ซึ่งนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ เป็น 2 ใน 7 คน ซึ่งบังเอิญนายไชยวัฒน์ไปแสดงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ต้องดำเนินการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาไม่มีอะไร ทั้งนี้พี่น้องประชาชนต้องแยกกัน เพราะเป็นการจับกุมในคดีเก่า ไม่ใช่เรื่องของการมาชุมนุมในครั้งนี้
“การชุมนุมไม่ว่าจะกลุ่มไหน ขอความกรุณาผู้ชุมนุมต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลรักษากฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกำกับควบคุมให้การชุมนุมเป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรม ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯที่ใช้ชีวิตโดยปกติ เพราะฉะนั้นต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ทั้งนี้ไม่ห่วงว่าการชุมนุมจะขยายวงกว้างออกไป เพราะมีหน้าที่ต้องทำร่วมกับข้าราชการทั้งหลายเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อยให้ได้” นายสุเทพ กล่าว



