ข่าว

"อภิสิทธิ์"หวิดเดี้ยงเสื้อแดงทุบรถพังยับหลังประชุมครม.พัทยา

"อภิสิทธิ์"หวิดเดี้ยงเสื้อแดงทุบรถพังยับหลังประชุมครม.พัทยา

07 เม.ย. 2552

กลุ่มคนเสื้อแดง บุกประท้วงการประชุมครม.สัญจร ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา “อภิสิทธิ์” หวิดเดี้ยง ม็อบเสื้อแดงชลบุรีอาศัยช่วงรถติดล้อม พอเปลี่ยนไปนั่งรถ ศรภ.ใช้หมวกกันน็อคทุบกระจกละเอียด เจ้าตัวใจดีสู้เสื้อบอก “ไม่เป็นไร ” "สุเทพ"สั่งล่าตัวคนทุบรถใ

(7เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุม ครม.วันนี้  ได้ย้ายสถานที่การประชุมจากทำเนียบรัฐบาลมาพัทยา โดยหลังจากนั้นจะใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (อาเซียนบวก 3 และอาเซียนบวก 6 ) โดยการย้ายสถานที่ประชุมครม.ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.
  
เมื่อเวลา 06.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ออกจากบ้านพักโดยขบวนรถยนต์ เมื่อขบวนรถถึงแยกเทพประสิทธิ์ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมรอยัล คลิฟ บีชฯ สถานที่ประชุมเพียง 1 กิโลเมตร ได้มีกลุ่มรักษ์ประชาธิปไตยพัทยา ราว 10 คน สวมเสื้อแดงถือป้ายขับไล่รัฐบาล ข้อความว่า “ ยินดีต้อนรับ ครม.-โจร ” และ “ ชาวพัทยาไม่ต้อนรับ ครม.เนวิน 1” พร้อมระบุว่า การจราจรไปมาของประชาชนต้องติดขัดและไม่สะดวก จากการสั่งปิดถนนของรัฐบาล ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้หลังครม.เริ่มการประชุมผู้ชุมนุม ซี่งเรียกตัวเองว่า กลุ่มรักษ์ประชาธิปไตยพัทยา ก็ทยอยมารวมตัวกันมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินมาถึงโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน และนายสมศักดิ์ สุริยวงศ์ อธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ นำนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาฯนายกฯ เยี่ยมชมและตรวจความพร้อมสถานที่และห้องจัดประชุมอาเซียนกับคู่เจรจา ห้องรับรองผู้นำ ซึ่งอยู่ที่ชั้นสองของตึกแกรนด์ รวมทั้งห้องที่จะใช้ลงนาม จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ตรวจดูห้องแถลงข่าวที่ได้ใช้ห้องสยามบอลลูม ห้องจัดเลี้ยงกาลาดินเนอร์ ที่ตึกบีช ระหว่างการตรวจดูความพร้อมนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจและสอบถามถึงกำหนดการแต่ละขั้นตอนของพิธีการต่างๆในการประชุม รวมทั้งเอกสารที่ต้องใช้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแสดงความพอใจกับความคืบหน้าการจัดเตรียมงานครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนเสื้อแดงกว่า 1,000 คน ได้รวมตัวเดินขบวนไปขับไล่คณะรัฐมนตรีอย่างเอิกเกริก ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงมาจากจังหวัดในเขตภาคตะวันออก ได้เริ่มตั้งขบวนจากถนนเพ็ชรตระกูล ย่านพัทยาเหนือ ก่อนเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมหน้าโรงแรมที่มีการจัดประชุม โดยมีการใช้รถแห่ก่อนมีการกล่าวโจมตีรัฐบาล ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งภายในได้มีการจัดประชุม ครม.สัญจร โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 1,000 นาย คอยรักษาความสงบอยู่ทั่วบริเวณ

การชุมนุมวันนี้มีนางจุลีพร สินธุไพร เป็นแกนนำกลุ่มเสื้อแดง(ชมรมคนรักประชิปไตยพัทยา)โดยเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้เป็นไปตามประชาธิปไตย และกล่าวด้วยว่า ขณะนี้คนเสื้อแดงหลากหลายพื้นที่ จะมาร่วมแสดงพลังกันหน้าโรงแรมที่จัดการประชุมอีกด้วย

ด้านนายศักดา นพสิทธิ์ ตัวแทนคนเสื้อแดงหรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา ช่วงบ่ายวันนี้ (7เม.ย.) จะมีคนเสื้อแดงในพัทยา จ.ชลบุรี รวมทั้ง จ.จันทบุรี เดินทางมาแสดงพลังในครั้งนี้ประมาณ 1,000 คน เพื่อเข้ามาขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

การรวมตัวครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงคำพูดนายอภิสิทธิ์ที่เคยกล่าวในสมัยที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อมีคนมาไล่ให้ออกจากนายกรัฐมนตรี ก็ควรจะลาออก เช่นเดียวกัน เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาแสดงพลังให้ออกจากนายกรัฐมนตรีก็ควรทำตามเหมือนที่เคยกล่าวไว้

"ขอยืนยันว่า การรวมตัวครั้งนี้มาด้วยใจ 100% ส่วนมีข่าวว่า แกนนำได้รับเงินตอบแทนในการเคลื่อนไหวนั้น เป็นการปล่อยข่าวของฝ่ายรัฐบาลมากกว่า ซึ่งใช้วิธีการแบบเดิมๆ น่าจะเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว ส่วนการเคลื่อนไหวต่อไปในการประชุมสุดยอดอาเชียนครั้งที่ 14 นั้น เชื่อว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงส่วนกลางจะลงมาปฏิบัติการเอง เพราะถือว่าเป็นระดับประเทศ" นายศักดา กล่าว

พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า เชื่อว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น เพราะตำรวจได้มีการจัดเตรียมกำลังไว้พร้อมหมดแล้ว ไม่น้อยกว่า 2,000 นาย  โดยมาจากจังหวัดต่างๆในพื้นที่สังกัดสำนักงานตำรวจภูธร 2 ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในครั้งนี้

"ม็อบเสื้อแดง"เหิมเกริมทุบขบวนรถนายกฯ
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.15 น.หลังจากการประชุมครม.เสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รีบเดินทางออกจากโรงแรงรอยัล คลิฟ บีชฯทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆโดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่าต้องรีบไปกล่าวปาฐกถาที่สภา ในหัวข้อ “ ทิศทางแนวโน้มสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเตรียมพร้อมรองรับของรัฐบาล ”ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา ที่อาคารรัฐสภา

 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีใช้เส้นทางออกด้านหน้าโรงแรมตามปกติเหมือนขาเข้ามา เนื่องจากกลุ่มม็อบเสื้อแดงที่ปิดล้อมทางเข้า-ออกโรงแรมก่อนหน้านี้ได้สลายตัวไปแล้ว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยเท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีมุ่งหน้าใช้เส้นทางไปทางแหลมปาลีฮาย เพื่อขึ้นสะพานมุ่งหน้าออกไปทางสาย 3 พัทยาใต้ ซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีก็ได้จอดติดอยู่ และบังเอิญว่าในเวลาดังกล่าวมีกลุ่มเสื้อแดงซึ่งได้สลายตัวก่อนหน้านี้ไปจอดรถติดไฟแดงอยู่บริเวณใกล้เคียง ทั้งรถปิกอัพและรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะจำรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีได้

 และเมื่อกลุ่มเสื้อแดงเห็นว่าเป็นรถของนายกรัฐมนตรี จึงเตรียมที่จะเข้าบล็อค แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ( ศรภ.)เห็นว่ายังมีจำนวนคนไม่มาก จึงได้อาศัยช่วงที่รถติดลงไปเชิญนายกรัฐมนตรีซึ่งนั่งอยู่ในรถบีเอ็มดับบลิว ทะเบียน ศฮ 9201 ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งให้ขึ้นมานั่งที่รถของ ศรภ. ซึ่งเป็นรถโตโยต้า พลาโด้ สีบรอนด์เงิน ทะเบียน ศห 9210 กรุงเทพมหานคร แทน เพื่อขึ้นไปอยู่คันหน้า แต่บังเอิญว่ามีกลุ่มเสื้อแดง 2 คน ที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ เหลือบเห็นนายกรัฐมนตรี ก็เลยได้ตะโกนเรียกพรรคพวกให้มาล้อมไว้ บางคนก็โทรศัพท์ให้พรรคพวกตามมาโดยด่วน และเนื่องจากการจราจรติดขัดอย่างมากเพราะฝนเพิ่งหยุดตก ทำให้กลุ่มเสื้อแดงทยอยกันมาทันประมาณ 40-50 คน ซึ่งแต่ละคนก็ตะโกนโห่ไล่ ด่าทอและขว้างปาขวดน้ำ และใช้ตีนตบทุบไปที่รถทั้งสองคัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันกลุ่มเสื้อแดงก็ได้นำรถจักรยานยนต์ มาจอดขวางที่ด้านหน้ารถพลาโด้ ซึ่งขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เข้าไปนั่งอยู่ด้านในแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ ศรภ.จึงพยายามกระชากรถขับออกไปจึงทำให้ไปทับรถจักรยายนต์คันที่ขวางอยู่ด้านหน้า ทำให้รถล้มลงไปอยู่ใต้ท้องรถและไม่สามารถเคลื่อนรถต่อไปได้ สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มเสื้อแดง จึงได้พยายามตะโกนด่าพร้อมกับเข้าไปกระชากประตูด้านคนขับและพยายามกระชากเจ้าหน้าที่ ศรภ.ซึ่งทำหน้าที่ขับรถให้ลงมาด้านล่างเพื่อรับผิดชอบ แต่ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจติดตาม ก็ได้เข้าไปช่วยและกันไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปประชิดตัวนายกฯ แต่ก็มีสุภาพสตรีคนหนึ่งเบียดตัวและเอาศีรษะเข้าไปในรถจนได้พร้อมตะโกนด่านายกรัฐมนตรีในระยะประชั้นชิด

 ตำรวจติดตามจึงได้เข้าไปดึงออกมาจนเกิดเหตุชุลมุนกันอยู่ประมาณ 3 นาที เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจพุ่งรถฝ่าวงล้อมออกไปจนได้ แต่กลุ่มม็อบก็พยายามวิ่งตามโดยมีการถือธงวิ่งตาม บางคนก็ปาขวดน้ำไล่หลัง แต่ขบวนรถของนายกฯ ก็วิ่งไปได้ไม่ไกลก็ติดอีกครั้ง ทางกลุ่มม็อบจึงได้กรูเข้าไปล้อมรถอีกครั้งพร้อมเข้าไปรุมเขย่าก่อนที่จะใช้ขวดน้ำและหมวกกันน็อคทุบเข้าไปที่บริเวณกระจกด้านหลังของรถพลาโด้จนแตกเสียหายเป็นรูโหว่ แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถนำรถพลาโด้ฝ่าวงล้อมออกไปได้เพียงคันเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อรถของนายกฯ วิ่งฝ่ากลุ่มม็อบออกไปแล้ว ขบวนรถด้านหลังซึ่งประกอบด้วยรถของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายอิศรา สุนทรวัฒน์ คณะงานนายกรัฐมนตรีและรถสื่อมวลชน ก็ได้ทยอยขับตามออกไปได้ในภายหลัง
 
 อย่างไรก็ตาม ระหว่างการปะทะและดันกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี กับกลุ่มม็อบได้มีตำรวจในพื้นที่ประมาณ 3-4 คน พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริษัทเอกชนบริเวณใกล้เคียงได้เข้ามาช่วยเหลือและขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย แต่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมกลับไม่พอใจพร้อมมีการลงไม้ลงมือ บางคนก็เจอหมัดเข้าไปที่ใบหน้าด้วย
 
 จากนั้น เวลา 14.10 น.รถขบวนรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ที่ตามมาภายหลังได้ไปจอดรับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนั่งอยู่ในรถพลาโด้ มีรถตำรวจทางหลวงล้อมอยู่ 3 คัน ซึ่งจอดอยู่ที่บริเวณก่อนถึงจุดพักรถบางปะกงประมาณ 500 เมตร ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ได้เดินลงมาจากรถพลาโด้เพื่อขึ้นรถประจำตำแหน่ง
 
 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีได้รับบาดเจ็บอะไรหรือไม่ นาย อภิสิทธิ์ กล่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ว่า “ ไม่เป็นไร ” จากนั้น ขบวนนายกรัฐมนตรีได้มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯทันที

"สุเทพ"สั่งล่าตัวคนทุบรถนายกฯให้ได้ในวันนี้

นายสุเทพ กล่าวว่า ว่า สาเหตุเกิดจากขบวนของนายกรัฐมนตรีติดไฟแดง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างการสืบหาตัวเจ้าของรถ ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ภายในวันนี้ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ แต่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยยืนยันว่า คนที่ทำผิดกฎหมายทุกคนจะต้องถูกดำเนินคดี

"ณัฐวุฒิ"แฉตร.เตรียมแก๊สน้ำตา-หมามุ่ยเล่นงานม็อบ

นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. อ้างข้อมูลทางการข่าวของ นปช.ระบุว่า ตำรวจได้เตรียมแก๊สน้ำตา และสารสกัดจากหมามุ่ย ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เกิดผื่นคันตามผิวหนัง มาใช้จัดการกับคนเสื้อแดงที่มีแผนการเดินเท้าไปยังหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ในการชุมนุมใหญ่วันพรุ่งนี้ ซึ่งคนเสื้อแดงก็พร้อมตอบโต้ทันทีหากตำรวจใช้ความรุนแรง

เยาวภาระบุ"ทักษิณ"สั่งส.ส.พท.ร่วม8เม.ย. 

ที่พรรคเพื่อไทยว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนประชุมพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคได้ทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อเป็นศิริมงคลให้คุ้มครองคนดี และในช่วงเทียงวันเดียวกัน ที่บริเวณชั้น 8 ซึ่งเป็นบริเวณสถานที่ทำงานของแกนนำ ได้จัดให้ส.ส. ได้ลดน้ำดำหัวนายสมชาย  วงศสวัสดิ์ และนายเยาวภา วงศ์สวัสดิ์  ซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่ของพรรค ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธี นายสมชาย ได้กล่าวอวยพร “ขอบคุณพวกเราที่มาร่วมอวยพร ในภาวะวิกฤติอย่างนี้ ยังมีน้ำใจ ขอบคุณพวกเราทุกคนมากที่ให้กำลังใจ อยากให้พวกเรารักในพรรคและสามัคคีกัน รวมทั้งมีความรักในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ”

ด้านนางเยาวภา ได้กล่าวขอบคุณ พร้อมกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ ที่ส.ส.มาอยู่ด้วยใจ ด้วยความรักความผูกพัน ไม่มีอะไรที่ซื้อได้ อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ก่อนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้โทรศัพท์มาถึงตน โดยบอกให้ตนไปย้ำกับส.ส.ทุกคนในพรรคว่า ในการเคลื่อนไหวใหญ่วันที่ 8 เม.ย.ให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ และเลิกเหนียมได้แล้ว

กทม.เตรียมเทศกิจ2พันรับม็อบเสื้อแดง

เช้าวันนี้(7เม.ย.) ปลัด กทม.ได้เชิญประชุมข้าราชการระดับสูงของ กทม.ตั้งแต่รองปลัด กทม.ผู้อำนวยการเขต และผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ เพื่อซักซ้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยร่วมกับฝ่ายตำรวจช่วงที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่วันที่ 8 เม.ย.

 นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ได้มอบหมาย 3 มาตรการให้หน่วยงานต่างๆ นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ 1.ดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ 2. ดูแลสถานที่สำคัญๆ ในแต่ละพื้นที่ อาทิ สถานีขนส่ง หรือสถานที่ชุมนุมคนหมู่มาก และ 3. ดูแลการจราจร ซึ่งเป็นเรื่องที่ห่วงมากที่สุด เนื่องจากช่วงที่มีการชุมนุมจะมีผลกระทบต่อการจราจรทั่ว กทม. จึงได้สั่งการให้สำนักเทศกิจเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ประมาณ 2,000 นาย เพื่อร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแก้ไขปัญหาจราจร

นิด้าวอนทุกฝ่ายยุติการชุมนุม-อย่าใช้ความรุนแรง  

ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กลุ่มนักศึกษาพัฒนาสังคมฯ ได้ออกแถลงการณ์ “ แก้มหาวิกฤตสังคมไทย ” โดยระบุว่า วิกฤตสังคมไทยขณะนี้เรียกได้ว่าเป็นมหาวิกฤต เนื่องด้วยองค์ประกอบของสังคมที่เป็นอยู่คือ “ วิกฤตซ้อนวิกฤต ” โดย วิกฤตแรก คือ วิกฤตความขัดแย้งในสังคมซึ่งเป็นเหตุมาจากความขัดแย้งทางด้านการเมือง และมีแนวโน้มของความรุนแรง การนองเลือดดังเช่นอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เหตุการณ์ 7 ตุลา 51 จึงขอให้ให้ทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา  ให้ทุกฝ่ายยุติการชุมนุม สร้างความแตกแยกในสังคมไทย