ข่าว

ผลิตนิติวิทยาดิจิทัลล้างแฮ็กเกอร์

ผลิตนิติวิทยาดิจิทัลล้างแฮ็กเกอร์

19 ม.ค. 2554

ในโลกแห่งวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เจริญก้าวล้ำนำยุคไฮเทค ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เข้ามามีบทบาทกับมนุษย์แทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ที่สามารถกำหนดการใช้ชีวิตประจำวันการทำงาน

การสื่อสาร ตลอดจนการเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลไว้ในอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ เพื่อการพกพา และสะดวกในการใช้งาน ทำให้เกิด กลุ่มมิจฉาชีพไฮเทค หรือโจรคอมพิวเตอร์ ที่มีความสามารถในการแฮ็กข้อมูล หรือปล้นทำลายระบบภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือมีการโจมตีระบบทางอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการปลอมแปลงข้อมูลสำคัญๆ ของบุคคล หรือหลักฐานทางคดี จนกลายเป็นปัญหาความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ทำให้องค์การภาครัฐต้องหาทุกวิถีทางในการป้องกันและปราบปรามเหล่าโจรร้ายบนโลกไซเบอร์ใบนี้

 ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ และสร้างเครื่องมือพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ในที่สุดมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เตรียมการที่จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการนวัตกรรมและการเรียนรู้ด้านนิติวิศวกรรม หรือห้องปฏิบัติการการสืบค้น และกู้ข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ พร้อมเตรียมเปิดหลักสูตร "นิติวิทยาดิจิทัล" เป็นแห่งแรก เพื่อพัฒนาบุคลากร และผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติวิศวกรรม เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญให้แก่หน่วยงาน ทั้งทางภาครัฐ และภาคเอกชน

 นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มีมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะทุกวันนี้คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์แทบจะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ควบคุมการบิน เครื่องมือรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล รถยนต์และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเมื่อถามว่ามีคนกระทำความผิดเยอะมากไหม ต้องบอกว่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อก่อนคนที่กระทำความผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ มักจะเป็นผู้ที่เรียนศึกษาคอมพิวเตอร์ อย่างเช่นนักศึกษา ที่อาจจะลองผิดลองถูก โดยเป็นการกระทำความผิดโดยไม่ได้เจตนาชั่วร้าย

 ต่อมาก็มีการคิดค้นสร้างโปรแกรมที่มันง่ายขึ้น หาซื้อแผ่นโปรแกรมได้ตามแหล่งจำหน่าย อยากรู้อะไรก็พิมพ์ข้อมูล ก็สามารถแฮ็กข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอันตรายจากการกระทำความผิดโดยคอมพิวเตอร์มีด้วยกันหลายอย่าง เช่น การแฮ็กข้อมูลสำคัญของผู้อื่นแล้วนำไปจำหน่าย หรือการแฮ็กเข้าไปทำลายข้อมูลในระบบ ซึ่งสร้างความเสียหายมาก แต่ถามว่าคดีความในศาลของแฮ็กเกอร์กลับมีไม่เยอะ เพราะกฎหมายคอมพิวเตอร์บัญญัติความผิด แต่กฎหมายอาญายังไม่มีคือ เรื่องแฮ็กเกอร์ การเจาะระบบ ถ้าไม่นำกฎหมายคอมพิวเตอร์มาใช้ กฎหมายอาญาก็จะใช้ไม่ได้

 ปัญหาความมั่นคงทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่นับวันจะถูกคุกคามมากขึ้น จึงได้มีการประสานความร่วมมือกันกับสถาบันการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ได้เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะร่วมกันสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลจะเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่จะเปิดหลักสูตรนิติวิทยาดิจิทัล เพื่อผลิตบุคลากร และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิศวกรรม ให้มีความเชี่ยวชาญเพื่อป้อนให้แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มาใช้ในงานพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล

 รศ.สรนิต ศิลธรรม รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและสารสนเทศ กล่าวว่า ปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในประเทศ ข่าวการปลอมแปลงข้อมูล การพิสูจน์ตัวตน และการยืนยันความเป็นข้อมูลต้นฉบับที่ไม่ถูกปลอมแปลง รวมถึงการโจมตีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากผู้ไม่หวังดีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพยายามหาทางช่วยกันเพื่อปิดช่องโหว่ รวมไปถึงการย้อนรอยไปยังผู้กระทำความผิดเพื่อหาตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมาย ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย จึงระดมความคิดเห็น และมีมติที่จะจัดตั้งโครงการพัฒนา "นวัตกรรมและการเรียนรู้ด้านนิติวิศวกรรม" รวมทั้งจัดตั้งหลักสูตรวิศวกรรมมหาบัณฑิต เพื่อพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้แก่หน่วยงานต่างๆ

 ผศ.รวิน ระวิวงศ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดทำหลักสูตรปริญญาโทด้านนิติวิทยาดิจิทัลเสร็จแล้ว คาดว่าจะรับนักศึกษาได้ปีละประมาณ 40 คน ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอ เพราะในประเทศไทยเรายังต้องการบุคลากรด้านนี้อีกจำนวนมาก ใครที่ทำงานในวงการไอทีทุกคนก็รู้อยู่ว่า ไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีการเชื่อมต่อไปถึงต่างประเทศด้วย และสถาบันการศึกษาทุกแห่งทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มีการผลิตบุคลากรที่ตรงกับสายงานนี้ออกมา เพราะฉะนั้นมีความเป็นได้อย่างยิ่งว่า ผู้ที่ศึกษาจบหลักสูตรนิติวิทยาดิจิทัล อาจจะถูกดึงตัวไปทำงานในต่างประเทศด้วย

 นอกจากนี้ ในปี 2555 มหาวิทยาลัยมหิดลยังมีแผนงานจัดตั้งห้องปฏิบัติการการสืบค้นและกู้ข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือ และห้องปฏิบัติการความมั่นคงบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการแก้ปัญหาให้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานตำรวจ อัยการ ศาลยุติธรรม โดยเฉพาะคดีต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับหลักฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงข้อมูล การถูกเจาะเข้าระบบเครือข่าย การแฮ็กข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ทางห้องปฏิบัติการจะมีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมเพรียงในการตรวจพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาดิจิทัล

 และเชื่อว่าการผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาดิจิทัล จะสามารถหยุดพฤติกรรม และติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดในการโจมตีระบบ หรือเจาะเข้าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต...
              อริย์ธัช พรอัศวโยธิน / รายงาน