ข่าว

เพิ่ม"ไข่ไก่-คลังสินค้า"เข้าบัญชีควบคุมผู้เลี้ยงขอขึ้นฟองละ10สต.-ธปท.ห่วงกักตุนสินค้า

เพิ่ม"ไข่ไก่-คลังสินค้า"เข้าบัญชีควบคุมผู้เลี้ยงขอขึ้นฟองละ10สต.-ธปท.ห่วงกักตุนสินค้า

19 ม.ค. 2554

กกร.ดึง"ไข่ไก่-คลังสินค้า"เป็นสินค้าควบคุม อนุมัติเพิ่มมาตรการคุมเข้มน้ำมันปาล์มและน้ำมันพืช เสนอ ครม.วันที่ 24 มกราคมนี้ ด้านผู้เลี้ยงไข่ไก่ขอขึ้นราคาไก่คละหน้าฟาร์มฟองละ 10 สตางค์ ธปท.ห่วงติดกับเงินเฟ้อ ส่งผลคนกักตุนสินค้าจนขาดแคลน

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้นำสินค้าไข่ไก่และบริการรับฝากสินค้า (คลังสินค้าเอกชน) เป็นสินค้าและบริการควบคุมเพิ่มจากเดิม ที่มีสินค้าและบริการควบคุมรวม 39 รายการทำให้สินค้าและบริการควบคุมทั้งหมดรวมเป็น 41 รายการ ซึ่งสินค้าควบคุมที่เพิ่มขึ้นทั้ง 2 รายการ ยังไม่กำหนดมาตรการมาใช้ดูแล เพราะต้องดูสถานการณ์ก่อน หากสินค้าใดมีปัญหาสามารถออกมาตรการบังคับใช้ได้ทันที

 ที่ประชุมยังมีมติให้เพิ่มมาตรการแจ้งเปลี่ยนราคาสินค้าน้ำมันปาล์มในทุกขนาดบรรจุ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคา และผู้ครอบครองน้ำมันปาล์มตั้งแต่ 2,000ลิตรขึ้นไป ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่จัดเก็บทุกเดือน และในการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อผลิตไบโอดีเซล ผู้ผลิตต้องแจ้งปริมาณรับซื้อ ปริมาณคงเหลือ เป็นประจำทุกเดือน จากเดิมที่มีการแจ้งให้กระทรวงพลังงานทราบถึงปริมาณการใช้เท่านั้น

 นอกจากนี้ ได้สั่งการให้อนุกรรมการพิจารณาราคาน้ำมันพืช ไปหารือเพื่อกำหนดราคาเพดานจำหน่ายน้ำมันพืชในทุกรูปแบบทั้งแบบปี๊บ ถุง ขวดขนาดครึ่งและอื่นๆ ซึ่งจะมีการนำผลการประชุมเสนอให้ ครม.รับทราบในวันที่ 24 มกราคมนี้ ก่อนออกประกาศ เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติต่อไป

 ด้านนายอาทร ช่วยณรงค์ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่มีความจำเป็นต้องขอปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มฟองละ 10 สตางค์ หรือจำหน่ายในราคาฟองละ 2.70 บาท เนื่องจากขณะนี้ปริมาณผลผลิตไข่ไก่ในท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นทำให้แม่ไข่ไม่ออกไข่ และมีไก่ป่วยตายทำให้ไก่ไขหายไปจากระบบ ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตไข่ไก่ก็สูงขึ้นมากจากความเสียหายของผลผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ในตลาดโลก ส่งผลให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องประสบภาวะขาดทุน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องขอความเห็นใจจากผู้บริโภคและรัฐบาลขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเพียงฟองละ 10 สตางค์

 ขณะที่นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แรงกดดันต่อการเร่งตัวเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2554 โดยขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อกดดันมากขึ้น เพราะหากประชาชนเริ่มรู้สึกว่าราคาสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จะเกิดผลด้านจิตวิทยามีการกักตุนสินค้า ตามด้วยปัญหาสินค้าขาดแคลน รวมถึงการขอขึ้นค่าจ้างแรงงานเป็นวงจรไปเรื่อยๆ

   “แบงก์ชาติเริ่มเห็นสัญญาณแล้ว ดังนั้น ต้องทำให้คนคิดว่ามีการดูแลราคาอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ให้คิดว่าราคาจะขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ซื้ออยู่ก็ให้หยุดซื้อ เพื่อกักตุนเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องควบคุมให้อยู่ ถ้าคนขาดความเชื่อมั่นแบบนั้นจะไม่เชื่อ ราคาก็จะไปต่อ แต่ปัญหาคือการควบคุมความต้องการ แต่ปัญหาการใช้ดอกเบี้ยอาจจะยังไปเพิ่มต้นทุนปัญหา ก็อาจวนกลับมาอีกหรือไม่” นายทรงธรรมกล่าว