
"แชท"จนเป็นเหยื่อ..โจรฉกมือถือ
อุทาหรณ์เตือนใจ "วัยแชท" อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังการใช้โทรศัพท์มือถือราคาแพง อย่าง แบล็กเบอร์รี่ หรือ ไอโฟน" มิเช่นนั้นอาจโชคร้ายแบบ น.ส.เบลล์ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 สายวิทย์-คณิต โรงเรียนสายปัญญา ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายแล้วชิงทรัพย์
น.ส.เบลล์ ย้อนถึงนาทีระทึกที่ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายก่อนชิงโทรศัพท์มือถือ ต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า วันนั้นเลิกเรียนแล้วไปเรียนพิเศษต่อแถวสยามสแควร์ หลังจากเลิกเรียนพิเศษก็รอขึ้นรถประจำทางเพื่อกลับบ้านที่อยู่แถวพลับพลาไชย ระหว่างนั่งรถประจำทางไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่อลงจากรถประจำทางแล้วเดินอยู่ริมถนนใหญ่ ตอนนั้นมองดูนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือระบุเวลา 19.30 น. ระหว่างนั้นก็กำลังแชท(สนทนาออนไลน์)ทางโทรศัพท์มือถือกับเพื่อนอยู่ แต่จู่ๆ ก็มีผู้ชายมากระชากโทรศัพท์ไปจากมือ
"ตอนนั้นตกใจมากพยายามดึงโทรศัพท์มือถือกลับมา ก็ยื้อกันอยู่สักพัก แต่ยังไม่ทันไรเขาก็ต่อยใบหน้าด้านซ้าย ตอนนั้นโทรศัพท์ยังอยู่ในมือถือหนู เขาก็บอกว่า ถ้าไม่ปล่อยจะเอามีดแทง หนูกลัวเลยส่งโทรศัพท์ให้เขาไป แล้วเขาก็วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน หนูก็พยายามวิ่งตามไปจดทะเบียนรถ แต่ปรากฏว่ารถคันนั้นไม่ติดป้ายทะเบียน จึงรีบกลับบ้านมาบอกแม่ แล้วแม่ก็พามาแจ้งความ" น.ส.เบลล์ เล่าวินาทีเผชิญหน้ากับคนร้าย
หลังรับแจ้งความพนักงานสอบสวนประสานงานไปยัง พ.ต.อ.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 เพื่อรายงานต่อ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 ทราบแล้วสั่งการไปยัง พ.ต.ท.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ สวป. พร้อมชุดป้องกันปราบปราม และชุดสืบสวนเร่งรัดติดตามจับคนร้ายอย่างเร่งด่วน
คำให้การของ น.ส.เบลล์ ถูกนำมาประมวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับนำกล่องบรรจุโทรศัพท์มือถือที่ผู้เสียหายเก็บไว้มามอบให้ เพื่อดูหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์มือถือ หรือ "อีมี่" แล้วให้ผู้เสียหายประสานงานติดต่อไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใช้บริการอยู่ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าหมายเลขโทรศัพท์พร้อมโทรศัพท์แบล็กเบอร์รี่ที่เปิดบริการข้อมูลไว้ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ เพียงไม่นาน ก็ทราบว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อและรุ่นดังกล่าว ยังมีการใช้อยู่ แต่ไม่ได้เป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย
ชุดป้องกันปราบปราม พยายามแกะรอยเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย จนสืบทราบว่ามาจากร้านรับซื้อและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือชื่อร้าน “ดีโฟน“ ตั้งอยู่ปากซอยเพชรบุรี 5 แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
พ.ต.ท.อภิวัชร์ พร้อมชุดป้องกันปราบปราม จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านรับซื้อโทรศัพท์ดังกล่าว แล้วขอตรวจสอบสมุดบันทึกการรับซื้อขายของเก่า จนพบว่าหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ถูกบันทึกข้อมูลไว้โดยมีนายเมธิวุฒิ นานอยู่เปรม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/4 หมู่ 7 ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นผู้นำมาขาย พร้อมประสานงานว่า หากบุคคลนี้เดินเข้ามาในร้าน หรือนำโทรศัพท์มือถือมาขาย ให้แจ้งกลับมาด่วน หลังจากนั้นไม่กี่วันเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือก็ติดต่อกลับมาว่า นายเมธิวุฒิ กำลังนำโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องมาขาย จึงเชิญตัวมาสอบและผู้เสียหายสามารถชี้ตัวได้ถูกต้อง
นายเมธิวุฒิให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับเพื่อนก่อเหตุลักษณะนี้มาหลายครั้ง โดยเลือกเหยื่อที่เป็นนักเรียนในเครื่องแบบเท่านั้น เพราะยังเด็กไม่กล้าต่อสู้ขัดขืน และจะเลือกชิงทรัพย์เฉพาะโทรศัพท์มือถือ เพราะขายง่าย หลังจากชิงทรัพย์มาได้จะเอามาให้แม่ไปขาย แต่บางครั้งแม่ก็จะนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ออกไปชิงทรัพย์ด้วย ส่วนเงินที่ได้มานำไปซื้อยาบ้ามาเสพ บางส่วนเก็บไว้เป็นค่านมลูก เนื่องจากตนมีลูกเล็กที่ต้องดูแลอีก 2 คน
ทั้งนี้ “คม ชัด ลึก" สอบถามไปยังร้านรับซื้อและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ซึ่งระบุว่า หากลูกค้านำโทรศัพท์มาขาย จำนำ หรือแลกเปลี่ยน ทุกร้านจะมีสมุดจดบันทึกการรับซื้อไว้โดยบันทึกข้อมูลของผู้ที่นำมาขาย แล้วถ่ายเอกสารบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการรับซื้อโทรศัพท์ที่มีความต้องการของตลาดไม่ว่าจะเป็นแบล็กเบอร์รี่ หรือไอโฟน จะตั้งราคารับซื้อไว้สูงตั้งแต่ 6,000-20,000 บาท
ด้วยแรงจูงใจของมูลค่าโทรศัพท์ยี่ห้อดังเป็นเหมือนดาบสองคมที่นำภัยมาสู่ผู้ครอบครองนั้น "คุณดำ" มารดาของน้องเบลล์ บอกว่า เคยเตือนลูกสาวให้ระวังตัวแล้ว เพราะลูกของเพื่อนๆ ก็เคยถูกชิงทรัพย์ลักษณะนี้มาแล้ว จึงอยากฝากให้ผู้ปกครองช่วยตักเตือนลูกหลานในเรื่องนี้ให้มาก ไม่ควรแชทจนไม่รู้ตัวว่ามีคนกำลังจ้องชิงทรัพย์อยู่ !!



