
แนะกทม.ยกปัญหาจัดระเบียบทางเท้าเป็นวาระชาติ
"ชวน" แนะ "กทม." ยกปัญหาจัดระเบียบทางเท้าเป็นวาระแห่งชาติ จี้สนง.เขตทั่วกทม.ฟื้นฟูดูแลพื้นที่ตัวเอง หลังพบพื้นที่ในกทม.บางจุดแย่ยิ่งกว่าตวจ. แนะให้เร่งสร้างจุดเด่นในพื้นที่ และปลูกต้นไม้
(18ม.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่รร.พูลแมน ซ.รางน้ำ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “แนวคิดการบริหารงาน กทม.” ตามโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำมหานคร โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ พร้อมทั้งร่วมรับฟังบรรยาย โดยนายชวน กล่าวว่า กทม.ถือเป็นอีกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความสำคัญ เพราะอยู่ในถิ่นที่มีความเจริญที่สุด มีความทันสมัยและงบประมาณมากที่สุด ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยคนที่มีความเข้าใจ มีศักยภาพสูงที่จะเข้ามาบริหารจัดการ ที่สำคัญจะต้องเป็นตัวอย่างให้กับท้องถิ่นหรือภูมิภาคอื่นๆ ที่เข้ามาดูงานและสามารถนำความเจริญไปพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ ได้ทันที
นายชวน กล่าวว่า นอกจากนี้จะต้องรู้จักพัฒนากทม.ให้เป็น “ เมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ” เพราะหากชุมชนน่าอยู่ คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่จะดี แต่ขณะนี้หลายชุมชนมีสภาพแย่กว่าบ้านนอก ดังนั้นผู้อำนวยการเขตจะต้องลงไปดูในพื้นที่ โดยการจัดตารางการบริหารจัดการแต่ละชุมชนให้ทั่วทั้งเขต โดยเฉพาะในเรื่องของความสะอาด รวมทั้งอยากให้ดูแลในเรื่องของการปลูกต้นไม้ในกทม.ด้วย โดยเฉพาะเขตในพื้นที่ฝั่งธนฯ ที่มีพื้นที่สีเขียวน้อย ดังนั้นอยากให้ทุกสำนักงานเขตถือเป็นนโยบาย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องลงทุนงบประมาณมาก ประมาณ 3 – 4 ปี ก็เห็นผลและสามารถเปลี่ยนบ้านเมืองให้สวยงามได้ นอกจากนี้อยากให้ผู้อำนวยการเขตรอยต่อกับจังหวัดอื่น สร้างจุดเด่นของเขตตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยการทำป้ายบอกทาง เช่น ความสะอาด มีต้นไม้และดอกไม้ปลูกอย่างร่มรื่น เป็นต้น
นายชวน กล่าวต่อว่า หลังจากนี้การบังคับใช้กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ เขตจะต้องคอยสอดส่องดูแลประชาชนในพื้นที่ อย่าปล่อยให้เกิดการร้องเรียนจากประชาชนขึ้นมาก่อน นอกจากนี้เขตจะต้องมีวินัยในการจัดระเบียบ เช่น ทางเท้าไม่ควรกลายเป็นที่จอดรถ ทำให้ประชาชนจะต้องลงมาสัญจรบนถนนแทน ส่งผลให้การจราจรติดขัดตามไปด้วย ดังนั้นตนเห็นว่า กทม.ต้องเสนอการแก้ไขปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะ กทม.คงไม่สามารถแก้ปัญหาฝ่ายเดียวได้ แต่จะต้องทำเพราะบ้านเมืองจะต้องอยู่ด้วยกติกา หากละเลยบ้านเมืองคงไม่มีวันพัฒนาไปได้ ทั้งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างนั้น อยากให้ กทม.คำนึงถึงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในแต่ละพื้นที่ของตัวเอง ดังนั้นหาก กทม.จะต้องก่อสร้างอะไรอยากให้คำนึงถึงเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งเป็นมติ ครม.เมื่อปี 38 ที่ระบุว่าการก่อสร้างจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงโครงสร้างหรือรูปแบบที่เอกลักษณ์ของตัวเองด้วย เพราะ กทม.เป็นเมืองที่มีความพิเศษ จำเป็นที่จะต้องใช้ต้นทุนนี้ให้เป็นประโยชน์



