ข่าว

มาร์คแจงนโยบายสังคมให้47ทูตทราบ

มาร์คแจงนโยบายสังคมให้47ทูตทราบ

18 ม.ค. 2554

(18ม.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาวิสัยทัศน์และมอบนโยบายด้านสังคม ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศโดยมีคณะทูตานุทูต 56 คนจาก 47 ประเทศ

 เจ้าหน้าที่สถานทูตและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศร่วมรับว่า ในวันนี้ครม.มีมติเห็นชอบพระราชกฤษฎีกาคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ ที่คนจะเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคมมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีแรงจูงใจ วันนี้จึงมีการเปลี่ยนให้มีทางเลือก 2 ทางคือประชาชนจ่าย 70 บาทแล้วรัฐบาลจ่าย 30 บาท และอีกทางคือประชาชนจ่าย 100 บาทและรัฐบาลจ่ายให้อีก 50 บาท   ซึ่งอีก 6 เดือนจะดำเนนการอย่างเต็มที่ โดยมีคนจำนวนมากจะได้รับประโยชน์ และมีเป้าหมายที่จะให้มีการครอบคลุมอย่างทั่วหน้าภายใน 5 ปีข้างหน้า

 “ รัฐบาลเชื่อมั่นว่าคนไทยทั้งในระบบและนอกระบบจะมีความพอใจในระบบประกันสังคม และสวัสดิการสังคมที่รัฐบาลดำเนินการมากขึ้นเรื่อยๆ ” นายกฯ กล่าว

 นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ในการผลักดันนโยบายสังคมมีโครงสร้างที่ต้องใช้เวลา ซึ่งหลายคนคิดว่ารัฐบาลอยู่ในนานพอที่จะคิดนโยบายด้านนี้ ทั้งที่จริงแล้วตั้งแต่วันแรกที่ตนรับตำแหน่งถือว่างานด้านสังคมเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลในการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยนำประชาชนมาเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพทางสังคม จะมีการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับคนทั่วไป ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องรับประกันในการให้มีความมั่นคง โดยมีกลไกให้ประชาชนปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงนี้

 สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงมาตรการและนโยบายที่ดูแลปประชาชนกลุ่มต่างๆ อาทิ นโยบายสำหรับกลุ่มเกษตรกร ผู้สูงอายุ ผู้พิการ การปฏิรูปการศึกษาของกลุ่มนักเรียน การดูแลคุณภาพชีวิตแม่และบุตร มาตรการดูแลคุณภาพชีวิตครู รวมทั้งกล่าวถึงนโยบายปฏิรูประบบประกันสังคม และกองทุนเงินออมแห่งชาติ

 นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องนโยบายลดความเหลื่อมล้ำอีกว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเข้าถึงสินเชื่อคือคนที่ไม่มีทรัพย์สินจะเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลเริ่มโครงการสินเชื่อสำหรับลูกหนี้นอกระบบ โดยมีการดูแลเรื่องอัตรราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งไม่ได้เป็นการพักหนี้แต่เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีการเจรจากับเจ้าหนี้ ที่ถือว่าดำเนินการไปได้ด้วยดีสำหรับโครงการนี้ ซึ่งธนาคารที่เข้าร่วมโครงการก็ไม่ได้เห็นโอกาสตรงนี้ และยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการโครงการนี้ต่อไป ส่วนโครงการประชาวิวัฒน์ในการดูแลกลุ่มคนขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซ ฯ ตนเชื่อว่าเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่