
"เนวิน" วอน "ทักษิณ" หยุดก้าวล่วงพระราชอำนาจ !
นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมสยามซิตี เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 เมษายน ว่า... ผมมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ความแตกแยกในสังคม และการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 8 เมษายน
ผมมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเตือนประชาชนระวังตกเป็นเครื่องมือหรือเหยื่อสถานการณ์ที่ได้วางแผนไว้ในการชุมนุมวันที่ 8 เมษายน ประชาชนที่ถูกปลุกระดมจะได้รับความสูญเสียมากที่สุด ประเทศไทยก็จะสูญเสียอย่างไม่สามารถประเมินค่าได้
นายเนวิน ระบุว่า... จากการเฝ้าสังเกตการชุมนุมตลอด 12 วันที่ผ่านมา เห็นว่ามีการกล่าวถึง สงครามประชาชน การปฏิวัติประชาชน แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ ยึดศาลากลางจังหวัด จนนำมาสู่สิ่งที่เราเป็นห่วง และเชื่อได้ว่า
ผู้นำบางคนเตรียมการบางอย่าง เพื่อก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง ปฏิวัติ และเกิดสถานการณ์ "เผาบ้านเผาเมือง" ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค ไม่ใช่สันติวิธีอย่างแกนนำกล่าว
จึงอยากบอกประชาชนที่เข้าร่วมขอให้พิจารณาให้ดีว่าเป้าหมายการชุมนุมเพียงแค่ขับไล่รัฐบาลเท่านั้น หรือมีเป้าหมายไกลกว่านั้น
เหตุผลที่นำมาสู่ความเชื่อนี้ คือ เหตุการณ์ 15 มกราคม 2552 แกนนำชุมนุมคนหนึ่งได้ประกาศในงานเปิดสถานีโทรทัศน์ช่องดีสเตชั่น โดยประกาศจะสร้าง "รัฐไทยใหม่" ด้วยมือคนเสื้อแดง โดยมีดีสเตชั่นเป็นเครื่องมือขยายฐานมวลชน
ผมต้องขอตั้งคำถามว่าทำไมต้องสร้างรัฐไทยใหม่ เมื่อเรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระกษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่แล้ว
แกนนำต้องตอบคำถามที่ประกาศสร้างรัฐไทยใหม่นั้นว่ามีเจตนารมณ์อย่างไร จะปกครองด้วยระบอบอะไร มีสถาบันใดเป็นสถาบันหลัก
แกนนำผู้ชุมนุมรุมโจมตีผม และด่าผมบนเวที เพราะโกรธที่ผมออกมาบอกพี่น้องประชาชนชาวบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผมประกาศว่าคนที่คิดล้มล้างระบบกษัตริย์ต้องข้ามศพผมไปก่อน
ผมขอตั้งคำถามแกนนำเสื้อแดงว่าผมผิดตรงไหนที่พูดแบบนี้ ถ้าจงรักภักดีทำไมต้องโกรธผมด้วยจนต้องประกาศว่าเจอผมที่ไหนให้ยิงผมทิ้งที่นั่น
นายเนวิน ระบุว่า... การชุมนุมครั้งนี้หากมีเป้าหมายแก้ปัญหาประชาชนเรื่องพืชผลการเกษตร คนว่างงาน เรียกร้องประชาธิปไตยที่ถูกยึดอำนาจจากเผด็การ และเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ก็จะร่วมด้วย แต่คิดว่าการเรียกร้องครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว
ผมและเพื่อนๆ ขอยืนยันจุดยืนว่า พวกผมยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย จะไม่ปกป้อง และไม่มีเจตนาที่จะปกป้ององคมนตรี
แต่การออกมาแสดงความคิดเห็น เป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นด้านความเป็นห่วงต่อการก้าวล่วงในพระราชอำนาจ และพระราชอัธยาศัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คำพูดบางคำของแกนนำที่บอกว่าไม่มีเจตนาให้กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่พฤติกรรมของแกนนำบางคนที่อยู่บนเวที ฟ้องว่าอะไรเป็นอะไร และพ.ต.ท.ทักษิณ ที่พวกผมเคยรักก็ไปร่วมกับขบวนการนี้
ส่วนการโฟนอิน หรือการวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีอยู่ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกวันนี้ มีเป้าหมายขับไล่องคมนตรี ซึ่งขอยืนยันว่าเป็นความล่อแหลมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะองคมนตรีแต่ละท่านมาจากการโปรดเกล้าฯ ตามพระราชอัธยาศัย
ในฐานะที่ผมเป็นคนไทย คำว่า พระราชอัธยาศัยมีมากกว่าพระราชอำนาจเสียอีก ดังนั้น เมื่อพระองค์มีพระราชอัธยาศัย อยากถามแกนนำกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าบุคคลที่พระองค์โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี ซึ่งพวกคุณเรียกว่า เป็นคนเลว ไม่ดี มีความหมายอย่างไร
พวกคุณคิดว่า รู้จักคำนี้ดีกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรืออย่างไร ไปก้าวล่วงพระราชอัธยาศัยของพระองค์ท่านได้อย่างไร พวกคุณมีสิทธิ์อะไร
ผมฝากถามไปยังแกนนำผู้ชุมนุมว่า แน่ใจหรืออย่างไรว่า ขณะที่พวกคุณพูดหยุดไว้ที่บุคคลที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ในใจไม่คิดเลยไปกว่าสิ่งที่คุณพูด
นายเนวิน กล่าวถึงกรณีถูกโจมตีว่าหักหลัง ทรยศ เนรคุณ... กรณีผมกับนายกฯ ทักษิณ ไม่ใช่การหักหลัง แต่เป็นเรื่องของคนที่คิดเห็นต่างกันทางการเมือง เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราคิดต่างกัน เราก็จะตัดสินใจเดินในทางที่เราเชื่อ และเห็นว่าดีต่อส่วนร่วมและประเทศชาติ
กรณีผม อย่าหยิบมาบอกว่าเป็นกรณีหักหลัง ทรยศ เนรคุณ หากจะพูดถึงกรณีหักหลัง คือ กรณีของท่าน สมัคร สุนทรเวช ที่ไม่โหวตให้กลับไปเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551
ผมจำเหตุการณ์นี้ได้ ผม และเพื่อนๆ ทุกคนที่นั่งที่นี่ ได้รับคำสั่งจากท่านนายกฯ ทักษิณ ได้รับการร้องขอจากนายกฯ ทักษิณว่าให้ทำทุกอย่างเพื่อรักษาให้ท่านสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ หลังจากโดนคดีชิมไปบ่นไป
แต่ในขณะที่สั่งพวกผม มีการสั่งคนใกล้ชิดไปพูดจาเพื่อขอให้ท่านสมัครรับเป็นนายกฯ อีกครั้ง มีการประชุมที่พรรคพลังประชาชน ลงมติให้เสนอท่านสมัครอีกครั้ง พอมีมติเสร็จ ส่งตัวแทน คือ คุณยงยุทธกับอีกหลายๆ คนไปเรียนท่านสมัครถึงที่บ้าน
เย็นวันนั้นเชิญท่านสมัครมาประชุมที่พรรคเพื่อพูดกับสมาชิก ให้คนใกล้ชิดเอาดอกไม้ไปแสดงความยินดี จากนั้นตอนกลางคืนมีการสั่งการกับพรรคร่วมไม่ให้เข้าประชุมและไม่ให้โหวตท่านสมัครเป็นนายกฯ ถึงต้องเรียกกรณีนี้คือการหักหลัง
แม้กระทั่ง 9 โมงเช้าวันประชุม ขณะที่พรรคร่วมไม่เข้าประชุม และสมาชิกพรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมเข้าห้องประชุม เพราะได้รับคำสั่งมาว่าไม่ให้เข้าประชุม ท่านนายกฯ ทักษิณยังโทรศัพท์ถึงผมให้บอกคุณพ่อว่าให้ทำทุกวิถีทางให้ท่านสมัครเป็นนายกฯ ให้ได้
ตลอดเวลาที่ท่านสมัครเป็นนายกฯ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนายกฯ ทักษิณ ทำจนกระทั่งนายกฯ ทักษิณได้กลับประเทศไทยตามที่ได้ประกาศสัญญาประชาคมไว้กับพี่น้องประชาชนก่อนการเลือกตั้ง ทำจนท่านนายกฯทักษิณได้กราบพระแม่ธรณีที่สนามบินสุวรรณภูมิ
แล้วท่านนายกฯ ทักษิณ ทำอย่างนี้กับท่านสมัครได้อย่างไร อย่างนี้เรียกว่าเนรคุณหรือไม่
เหตุการณ์วันที่ 12 กันยายน 2551 จากพฤติกรรมที่ท่านนายกฯ ทักษิณ ได้ทำกับนายกฯ สมัคร ทำให้ผมและเพื่อนๆ ต้องมองนายกฯ ทักษิณ อีกมุมหนึ่ง
พวกผมทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ เคยทำงานแบบยอมตายถวายชีวิตให้แก่นายกฯ ทักษิณ เผชิญหน้ากับทหารในช่วง คมช.ยึดอำนาจ พวกผมทุกคนเป็นศัตรูลำดับต้นๆ ของ คมช. ผมถูกจับขัง ไม่รู้ว่ามีชีวิตรอดหรือไม่รอดในวันรุ่งขึ้น พวกผมก็ทำให้
การที่ผมเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 12 กันยายน เป็นเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่นายกฯทักษิณ กระทำต่อท่านสมัคร แบบไม่มีน้ำใจต่อกัน แบบไม่ใช่ลูกผู้ชาย
ผมและเพื่อนๆ เห็นชะตากรรมของท่านนายกฯ สมัคร และมองย้อนกลับไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองในบ้านเมืองของเรา ท่านเสนาะ (เทียนทอง) ท่านรองฯ สมคิด (จาตุศรีพิทักษ์) ท่านสมศักดิ์ (เทพสุทิน) ทำให้พวกเราต้องคิดว่าวันหนึ่งต้องถึงเรา
ผมเคยรักท่านนายกฯ ทักษิณ เพราะท่านเป็นคนที่ทำงาน ทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นด้านดีของท่าน
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ในเส้นทางการเมือง ผมอยากพูดคำหนึ่งว่า คนเป็นพนักงาน คนเป็นลูกจ้าง เหมือนพี่น้องประชาชนทุกคน หากอยู่ไม่ได้ อึดอัดใจ ไม่สบายใจกับเจ้าของกิจการ ลาออกก็จบ นายจ้างไม่พอใจลูกจ้าง เลิกจ้างก็จบ
เป็นสมาชิกพรรคการเมือง สังกัดพรรคการเมือง พวกผมก็เคยอยู่มาหลายพรรคการเมืองเห็นไม่ตรงกัน คิดต่างกัน ย้ายพรรคก็จบ
แต่กรณีพวกผม เมื่อเห็นต่างกับนายกฯ ทักษิณ พวกผมถูกไล่ล่า ทำลายล้าง
ผมอยากกราบฝากไปยังท่านนายกฯ ทักษิณว่า (เสียงสั่นเครือ นัยน์ตาแดงก่ำ) พวกผมเป็นคน เป็นมนุษย์ ไม่ใช่ทาส (เริ่มน้ำตาคลอ) ผมอยากฝากให้พี่น้องประชาชนไปดูว่ากี่คนแล้วที่เห็นต่างจากนายกฯ ทักษิณ แล้วแยกไป แล้วถูกไล่ล่า ถูกทำลายล้าง
ผมฝากถึงพี่น้องที่จะมาชุมนุม ผมฝากถึงพี่น้องที่เป็นแกนนำ (เสียงสั่นเครือ) ผมเคยตกเป็นเครื่องมือมาแล้ว (ร้องไห้) ผมเป็นแค่หมาล่าเนื้อ วันไหนผมเห็นต่าง วันไหนผมไม่ทำตามใจ ผมก็เป็นได้แค่คนเนรคุณ คนหักหลัง
พี่น้องประชาชนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อการต่อสู้ในวันที่ 8 เมษายน ผมอยากให้ท่านเอาชีวิตพวกผมไปเป็นอุทาหรณ์ ผมกับเพื่อนๆ ไม่อยากเห็นบ้านเมืองเสียหายพังพินาศ เพราะคนคนเดียวอีก
ผมอยากถือโอกาสนี้ขอท่านนายกฯ ทักษิณ 2 เรื่อง (เงียบไปครู่หนึ่ง)
เรื่องแรก ผมกราบ.. (พูดไปร้องไห้ไป) ขอให้ท่านสั่งคนของท่านหยุดก้าวล่วงพระราชอัธยาศัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าท่านจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เรื่องที่สอง (ร้องไห้ไม่หยุด) ถ้าท่านรักพี่น้องประชาชนคนไทยและรักประเทศไทยจริงอย่างที่ท่านพูด ขอให้หยุดสนับสนุนการเคลื่อนไหว ขอให้หยุดการทำให้บ้านเมืองแตกแยก นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าจะให้พวกผมได้พวกผมขอแค่ 2 อย่างนี้เท่านั้น



