
ศาลราชบุรีสั่งประหารชีวิตคนร้ายยิง2ตร.ดับ
ศาลพิพากษาประหารชีวิตคนร้ายที่ยิงตำรวจตาย 2 ศพ ขณะจะเข้าตรวจค้นรถ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ม.ค. นายวิสิษฐ์ พุ่มกำพล และ นายนัฐวุฒิ มหาเจริญสิริ สองผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์ ที่ 13 ของศาลจังหวัดราชบุรี เพื่อพิจารณาคดีที่นายวิจัย หรือแป๊ะ นาควัน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 / 1 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ได้กระทำความผิดต่อชีวิต เจตนาพยายามฆ่า
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวนางสาววริษา ทรัพย์สมบูรณ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 ถ.เขางู ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้พร้อมของกลางทั้งยาบ้า ยาไอซ์ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกหลายรายการ โดยนางสาว วริษา ทรัพย์สมบูรณ์ ให้การว่ายาบ้านั้นไปรับมาจากนายวิจัย เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมี ส.ต.อ.สมฤกษ์ อุทัยฤกษ์ เจ้าหน้าที่ชุดกลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธรจ.ราชบุรี และ ด.ต.ธานี บัวผัน ผบ.หมู่กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธรจ.ราชบุรี ได้ขยายผลจะไปตรวจค้นที่บ้านของนายวิจัย แต่ไปพบรถยนต์ของนายวิจัยนั้นจอดติดไฟแดงที่บริเวณสี่แยกเขางู ถนนเพชรเกษม เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายที่เสียชีวิตจึงจะขอเข้าทำการตรวจค้น แต่ก็มาถูกยิงเสียชีวิตคาที่ทั้งสองนาย ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 53 และต่อมาในวันที่ 4 พ.ค. 53 นายวิจัย ก็ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีพนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี นางอุษณีย์ บัวผัน ภรรยาของ ด.ต.ธานี บัวผัน และนายคำพอง กันวงษ์ ซึ่งเป็นที่ถูกกระสุนปืนในวันเกิดเหตุจนได้รับบาดเจ็บ เป็นโจทก์ร่วม ในคดีหมายเลขดำ 1700 / 2553 คดีหมายเลขแดง 80 / 2554 ความผิดต่อชีวิต พยายามฆ่า ความผิดต่อพรบ.อาวุธปืนฯ ลหุโทษ เรียกค่าสินไหมทดแทน
โดยศาลได้อ่านคำพิพากษา ให้ประหารชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,288 ประกอบมาตรา 80,60,289 ( 2 ) 371,91,90 พรบ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิวรรคหนึ่ง 72 วรรคสาม 72 ทวิวรรคหนึ่ง ฐานมีอาวุธปืนฯจำคุก 1 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนฯ จำคุก 1 ปี เมื่อรวมทุกระทงแล้วให้ประหารชีวิต
ซึ่งความผิดของจำเลยเป็นไปโดยอุกอาจไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง และโหดเหี้ยมก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงที่จำเลยให้การรับสารภาพขั้นจับกุม และชั้นสอบสวน เพราะมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวพฤติการณ์การกระทำความผิดชัดเจน ไม่สามารถนำสืบแก้เป็นอย่างไรอื่นได้ จึงจำนนต่อหลักฐาน กรณีไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ จึงไม่ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 และไม่อาจเพิ่มโทษได้ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว พร้อมทั้งริบกระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนของกลาง รวมทั้งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจกท์ พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ด้วย หลังฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ของเรือนจำกลางเขาบินซึ่งเป็นเรือนจำนักโทษที่โทษตั้งแต่ 25 ปี ขึ้นไปมารับตัวไปทัน



