
ทนายเขมรปัดกุญซือรักชาติว่าความ
ปรึกษากฎหมายเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติบินไปกัมพูชาช่วย"วีระ" "ธานี"เผยสภาทนายความกัมพูชาไม่เห็นชอบตามคำขอ
(19ม.ค.) นายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เดินทางไปกัมพูชาเพื่อช่วยเหลือคดีความให้กับนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่ขอความช่วยเหลือมา โดยวันนี้มีกำหนดการเข้าเยี่ยม 6 คนไทย ที่ได้รับการประตัว ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงพนมเปญ หลังจากนั้นช่วงบ่ายจะเดินทางเข้าเยี่ยมนายวีระ ที่เรือนจำเพรย์ซอว์ โดยเตรียมพยานหลักฐาน พร้อมกับแต่งตั้งทนายความคนใหม่ เพื่อเตรียมยื่นประกันตัวต่อศาลฎีกาต่อไป
เมื่อเวลา 14.30 น. นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรณีที่ได้มีการยื่นขอให้คณะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติ เข้าไปร่วมกับทีมทนายความกัมพูชาเพื่อสู้คดีให้กับคนไทยนั้น ทราบว่า สภาทนายความกัมพูชาไม่เห็นชอบตามคำขอดังกล่าว และคนไทยทั้ง 7 ยังคงต้องใช้ทนายความกัมพูชาต่อไป
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ที่จริงแล้ว 7 คน ก็ไม่ได้ประสงค์จะให้เปลี่ยนตัวทนายความ เพียงแต่มีบางคนที่ต้องการให้ทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเครือข่ายเข้ามาเสริมเท่านั้น นอกจากนี้ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ก็ได้พบกับคนไทยทั้ง 6 คนที่ได้รับการประกันตัวแล้ว ส่วนนายวีระ คาดว่าจะสามารถเข้าไปพบได้ในเรือนจำเปรย์ ซอว์ ในช่วงบ่ายวันนี้
นายธานี กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของนายวีระ ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวนั้น ทนายความกัมพูชา ก็จะหารือกับนายวีระว่าจะยื่นขอประกันตัวต่อศาลฎีกาหรือไม่ และก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายวีระด้วย ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างเต็มที่ สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าศาลกัมพูชา ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีในวันที่ 1 ก.พ.นี้ นั้น นายธานี กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ เข้าใจว่าเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันวันเวลาที่แน่นอน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าฝ่ายไทยจะขอแลกเปลี่ยนตัวนักโทษกับกัมพูชา นายธานี กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการโอนตัวนักโทษ 1 ราย ภายใต้สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษกับกัมพูชา ซึ่งเป็นการขอตัวมานานแล้วตั้งแต่ช่วงที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2552 โดยกัมพูชาได้ขอโอนตัวนักโทษ 4 ราย ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าคดีต้องสิ้นสุดแล้ว และในจำนวนนี้มีเพียง 1 รายเท่านั้นที่ตรงตามเงื่อนไข จึงได้โอนตัว 1 รายดังกล่าว แต่เป็นคนละกรณีกับการดำเนินคดีกับ 7 คนไทย



