ข่าว

มาร์คเมินระบบกึ่งปธน.ชี้ชอบรัฐสภา

มาร์คเมินระบบกึ่งปธน.ชี้ชอบรัฐสภา

18 ม.ค. 2554

นายกฯเมินข้อเสนอแก้รธน.ตัดอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้หลายประเทศใช้แล้วก็มีปัญหา ย้ำชอบระบบรัฐสภาปัจจุบันมากกว่า ระบุเป็นเรื่องระยะยาวโยนแต่ละพรรคแสดงท่าที แย้มเลื่อนวันถกพรรคร่วมเร็วขึ้น พร้อมนัดประชุมครม. 24 ม.ค. หากปู่ชัยเปิดสภาแก้รธน. 25 ม.ค.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้บรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ให้ที่ประชุมสภาฯพิจารณาในวันที่ 25 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันที่มีการนัดพบกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาข้อยุติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องจำนวนของส.ส. ว่า ถ้าสภาฯบรรจุวาระในวันที่ 25 ม.ค.ก็ต้องปรับเวลาที่จะพบปะกันของพรรคร่วมโดยจะพบกันเร็วขึ้น เพราะน่าจะต้องคุยกันก่อน อย่างไรก็ตามตนยังไม่แน่ใจว่าในวันนี้(18 ม.ค.)คณะกรรมาธิการจะทำงานเสร็จหรือไม่เนื่องจากมีการนัดแปรญัติ แต่ทั้งนี้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมครม.เพราะถือเป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนของสภาฯ เพียงแต่ตนแจ้งว่าถ้าสภาฯนัดวันที่ 25 ม.ค. ก็จะขอประชุมครม.วันที่ 24 ม.ค.เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

 เมื่อถามว่านายชัย ตั้งข้อสังเกตว่านายกรัฐมนตรีที่ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วมักจะไม่ได้กลับมาเป็นนายกฯอีก นายอภิสิทธิ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบว่าเอามาจากไหนเพราะไม่เคยได้ยิน และไม่ค่อยแน่ใจจึงต้องกลับไปตรวจสอบประวัติศาสตร์ก่อน เพราะยังเห็นหลายท่านได้กลับมา เมื่อถามว่าถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรนูญแล้วจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรในองค์ประกอบของรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร เพราะต้องดูแต่ละพรรคการเมืองว่าเขามีการกำหนดท่าทีอย่างไร

 เมื่อถามว่าถึงข้อเสนอของอนุกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชุดของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่มีแนวคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยแยกอำนาจฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ และไม่ต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเหมือนกับระบบกึ่งประธานาธิบดี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องระยะยาวและเป็นโครงสร้างใหญ่คงต้องใช้เวลาในการมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะในเบื้องต้นตนคิดว่าแก้เพื่อให้ไปสู่การเลือกตั้งได้ก่อน แล้วประเด็นที่นายสมบัติเสนอก็เป็นประเด็นที่แต่ละพรรคการเมืองไปกำหนดท่าทีในช่วงการเลือกตั้งก็ได้

 เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับแนวคิดนี้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็มีทั้งข้อดีข้อเสนอ คิดว่าการขยับเข้าไปในลักษณะของระบบที่มีการแยกอำนาจดูผิวเผินมันก็ดูเหมือนจะมีเสถียรภาพ แต่ว่าในหลายประเทศจะมีประสบการณ์ที่ทำให้การทำงานมีปัญหาอีกแบบหนึ่งซึ่งปัญหาอาจจะคนละแบบกัน

 “โดยส่วนตัวผมก็ยังชอบระบบรัฐสภามากกว่า ตอนนี้มันเป็นการถ่วงดุลในระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นบางทีคนก็มีความรู้สึกว่าสภาก็ต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก แต่ความเป็นจริงแล้วมันถ่วงดุลโดยสภาพ โดยธรรมชาติที่เราเห็น ก็มีน้อยครั้งที่สภาอยู่ครบวาระ ในขณะที่พอเราแยกอำนาจการทำงานของฝ่ายบริหารจะยากขึ้นถ้าไม่มีเสียงข้างมากในฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ว่าเขาก็จะอยู่นานสี่ปีหรือเป็นไปตามวาระ” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการที่ชุดนายกตั้งขึ้นการจะนำไปใช้ต่อรัฐบาลจะเข้าไปมีอำนาจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนมองกรอบเวลามันคงไม่สามารถดำเนินการได้ในรัฐบาลนี้ ถ้าคณะกรรมการสรุปมาตนก็คิดว่ามันเป็นประเด็นที่นำไปสู่ประเด็นในการเลือกตั้งได้สำหรับพรรคการเมืองในการที่จะกำหนดท่าทีและรัฐบาลชุดใหม่ว่าเขาจะเอายังไง

 “ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้เสนอผมมาเป็นทางการ แล้วคงจะต้องดูว่ามันมีรายละเอียดอะไรอย่างไร เพราะผมเข้าใจว่าในตัวของการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้เองจะหยิบเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่งก็ไม่ได้ อาจจะมีความเกี่ยวข้องในอนาคตว่าถ้าจะมีการปรับหรือรื้อใหญ่มันควรจะมีกระบวนการในการแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไรด้วย” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าข้อเสนอนี้จะนำเข้าไปพิจารณาในชุดของ นพ.ประเวศ วะสี ประธานนสมัชชาปฏิรูปที่ดูเรื่องการปฏิรูปการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ชุดของ นพ.ประเวศก็ยังไม่ได้ทำรายงานเข้ามา แต่ที่ตนติดตามอยู่คือเน้นเรื่องการกระจายอำนาจมากกว่า เพราะแนวคิดหลักคือทำอย่างไรคือการลดความสำคัญของการมีศูนย์อำนาจจากส่วนกลาง เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะเป็นคนละส่วนกับที่นายสมบัติเสนอ

ไม่หวั่นเหลือง-แดงจับมือล้มรัฐบาล

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) จัดชุมนุมในวันที่ 23 ม.ค.ต่อด้วยพันธมติรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในวันที่ 25 ม.ค.ที่อาจจะมีการรวมตัวกันไล่รัฐบาล ว่า เริ่มมีการรวมกันบ้างแล้วที่เห็นในข่าว เป็นสิทธิของแต่ละฝ่ายที่จะตัดสินใจ อย่างที่ตนเรียนคือว่ารัฐบาลมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ประเด็นเสื้อแดงที่เรียกร้องการยุบสภาก็ได้ให้แนวทางไว้ชัดเจนที่ขณะนี้กำลังเดินอยู่ และหวังว่าทางสภาฯในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนสอบถามจากกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็พยายามเร่งเต็มที่อยู่แล้วเพื่อให้เป็นข้อยุติไป และช่วยกันทำให้บ้านเมืองไม่มีปัญหาก็ไปเลือกตั้งกันได้ ส่วนกรณีของพันธิมตรฯจะติดใจเรื่องกัมพูชาเป็นหลัก ตนได้เรียนแล้วว่าพร้อมที่จะชี้แจง แต่ขอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพราะเบื้องต้นขอช่วยเหลือ 7 คนไทยก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่สองม็อบมีเป้าหมายเดียวกันคือล้มรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ธรรมดา เพราะเขาไม่พอก็อาจจะอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถามต่อว่า นายกฯกลัวว่าจะมีการจับมือกันเฉพาะกิจเพื่อล้มรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันก็เป็นสิทธิ์ เราไปห้ามเขาไม่ได้ เมื่อถามอีกว่า การรวมกันของม็อบสองกลุ่มจะเป็นปัญหาที่ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมว่ารัฐบาลมาแล้วก็ไปตามระบบ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตัวระบบ" 

ยันงบโปรโมทประชาวิวัฒน์ 69 ล.ไม่มีนอกมีใน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่ากระทรวงการคลังใช้งบประมาณจำนวน 69 ล้านบาทเพื่อใช้จ้างบริษัทเอกชนเป็นที่ปรึกษาในการประชาสัมพันธ์โครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ว่า กระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้แจงเพราะรัฐบาลอนุมัติในหลักการในเรื่องของการใช้เงินกู้ของธนาคารโลก แต่รายละเอียดทางกระทรวงการคลังไปดำเนินการ และตนสอบถามนายกรณ์ จาติกะวณิชย์ รมว.คลังบอกว่าจะเป็นผู้ชขี้แจงเอง