ข่าว

ครม.ต่ออายุพรก.ฉุกเฉินต่อพื้นที่3จว.ใต้

ครม.ต่ออายุพรก.ฉุกเฉินต่อพื้นที่3จว.ใต้

18 ม.ค. 2554

ครม.ต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินต่อในพื้นที่ 3 จว.ใต้ เห็นชอบแนวทางการพัฒนาและการอำนวยความยุติธรรมโดยมี พพื้นที่อ.แม่ลานนำร่อง นักสันติวิธีชี้สวนทางแผนดับไฟใต้

(18ม.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลถึงผลการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบให้มีการต่ออายุ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปใน 3 จังหวัดภาคใต้ ยกเว้นที่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี

 และเห็นชอบในแนวทางที่จะนำแนวทางการพัฒนาและการอำนวยความยุติธรรมมาใช้ในพื้นที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ตนได้ลงไปในพื้นที่ และคิดว่าแนวทางซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันมานั้นถูกทางแล้ว โดยพื้นที่ที่อำเภอแม่ลานนั้นก็จะเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อนำแนวทางการพัฒนาและการอำนวยการยุติธรรม กลับมาสู่การใช้กฏหมายปกติเพื่อดูแลสถานการณ์   แต่ในพื้นที่อื่นขณะนี้ยังมีความจำเป็นที่ต้องต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หากพื้นที่ไหนมีความพร้อมก็จะมีการนำเสนอเพื่อยกเลิกต่อไป

นักสันติวิธีชี้สวนทางแผนดับไฟใต้
 
 นายฮัอหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการอิสระด้านสันติวิธี และอดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.)เปิดเผยว่า หากรัฐบาลมีมติต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อีก3เดือน ถือเป็นสิ่งที่สวนทางกับท่าทีและข้อมูลของหน่วยงานที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่าขณะนี้สถานการณ์กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีและมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะการต่ออายุเพื่อใช้กฎหมายพิเศษต่อไปในพื้นที่คือการสะท้อนให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ยังไม่เป็นไปตามคำกล่าวอ้างของบางหน่วยงานที่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดีขึ้นแล้ว

 หลังจากรัฐได้ประกาศให้ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่นำร่องยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และระบุว่าเตรียมจะดำเนินการต่อในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา และอ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส แต่ล่าสุดอาจประกาศต่ออายุอีก 3 เดือน ขณะเดียวกันกลับไม่มีการเพิ่มพื้นที่ในการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความรู้สึกสับสนว่าท้ายที่สุดแล้วสถานการณ์วันนี้ดีขึ้นจริงหรือไม่

 นักวิชาการอิสระด้านสันติวิธี รายนี้กล่าวต่อว่า การต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ คราวละ3เดือน มาแล้วมากกว่า20ครั้ง คือสิ่งสะท้อนที่รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงควรนำกลับไปคิดทบทวนและพิจารณาว่าที่ผ่านมาสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้สถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม หรือที่เป็นอยู่มากมายนัก กลับกันหากมองในเชิงลึกกฎหมายพิเศษฉบับนี้ได้สร้างปมหรือเงื่อนไขทางความรู้สึกเพิ่มขึ้นมากมายหลายครั้งจนนำไปสู่การเพิ่มช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนจนกลายเป็นประเด็นสำคัญปรากฎผ่านสื่อมาแล้วหลายครั้ง

 “ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีที่ไหนในโลกนี้ที่จะมีการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินมากกมายหลายครั้งเท่ากับบ้านเราที่ดำเนินการในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้เวลานี้มากมายกว่า20ครั้ง ซึ่งหากยังเป็นต่อไปเช่นนี้สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จะมีความล่อแหลมมากขึ้น เพราะกฎหมายปกติจะไม่มีความศักดิ์สิทธิ์หลงเหลืออยู่เลยเพราะไม่ถูกนำมาใช้มีแต่จะใช้กฎหมายพิเศษเท่านั้น”นักวิชาการอิสระ รายนี้ กล่าว

 นายฮัอหมัดสมบูรณ์  กล่าวต่อว่า การดำเนินการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินไปเรื่อยๆทุก3เดือนลักษณะนี้โยไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงเมือใด อาจไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาด้านการใช้งานการเมือง นำการทหารได้โดยเฉพาะในระยะยาว

เรียกจอดจ่อยิงหญิงไทยพุทธดับ

 เมื่อเวลา 12.30 น.พ.ต.ท.ชูชาติ ชินวงศ์ สารวัตรเวร สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน บนถนนสายทุ่งยางแดง-รามัน ม.3 บ้านเขาดิน ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ สเต็บ สีดำ ทะเบียน บงน นราธิวาส 741 จอดอยู่ข้างถนน และพบปลอกกระสุน 11 มม. จำนวน 1 ปลอกตกอยู่ใกล้รถ จยย.

 ส่วนคนเจ็บพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง ทราบชื่อว่า นางจินดา เทพสุวรรณ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.3 ต.ปากู มีอาชีพเกษตรกร มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้าบริเวณศรีษะ 1 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ โรงพยาบาล ส่วน นางสาวมีด๊ะ อุเซ็ง อายุ 24 ปี เพื่อนบ้านเป็นคนขับ ปลอดภัย

 จากการสอบสวนทราบว่านางมีด๊ะ ได้ขับขี่รถ จยย.ดังกล่าวเพื่อจะไปซื้อของในตลาด โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้าย พอถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถ จยย.ตามประกบและขู่ด้วยปืนให้จอด จากนั้น คนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่นั่งซ้อนท้ายในระยะเผาขนที่ศรีษะทำให้เสียชีวิต จากนั้นคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งเมื่อปี 2551 สามีผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตมาแล้ว ส่วนสาเหตุน่าจะเป็นเรื่องสถานการณ์ใต้