ข่าว

พัทยาชูศูนย์ท่องเที่ยวจัดมหกรรมโลก
ชี้หากได้รับโอกาสจะกระตุ้นการจ้างงาน

พัทยาชูศูนย์ท่องเที่ยวจัดมหกรรมโลก ชี้หากได้รับโอกาสจะกระตุ้นการจ้างงาน

19 ม.ค. 2554

ชลบุรี / พระนครศรีอยุธยา-ชลบุรี เดินหน้าเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก นำเสนอความพร้อมของพัทยาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค ทำให้เครือข่ายโครงสร้างต่างๆ มีความพร้อมสูงต่อการจัดกิจกรรมใหญ่ ด้านอยุธยานำเสนอจุดเด่นในแง่ของการเชื่อมโยงภาคขนส่ง

 นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ในการต้อนรับนายวิเซนต์ กอนซาเลส ลอสเซอทาเลซ เลขาธิการสำนักงานมหกรรมโลก และคณะ ในโอกาสเดินทางมายังพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อติดตามถึงความพร้อมในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ จัดงานมหกรรมโลก เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 เช่นเดียวกับพระนครศรีอยุธยาและเชียงใหม่

 ทั้งนี้ ทางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้นำเสนอพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและมีศักยภาพ พร้อมเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมโลก โดยนำเสนอข้อมูลในเชิงศักยภาพ ประกอบกับพัทยาเป็นเมืองที่มีคุณลักษณะพิเศษที่มีความแตกต่างจากเมืองอื่นๆ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติจำนวนมาก ก่อให้เกิดการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ การบริการต่างๆ เช่น กิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบริการ โรงแรม เป็นต้น

 จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองพัทยา ทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลในระดับนานาชาติ (เวิลด์ คลาส ซิตี้) และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและพาณิชยกรรมระดับภาค จึงมีขีดความพร้อมในองค์ประกอบส่วนต่างๆ ที่จะรองรับการใช้เป็นสถานที่ของการจัดงานที่เป็นกิจกรรมในระดับสากล ส่วนประโยชน์ของการได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ที่ชัดเจนคือแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมชมงาน ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งจะมีส่วนเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองที่จัดงานจำนวนเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในประเทศ ช่วยลดอัตราการว่างงานของประชาชนในประเทศ เนื่องจากการจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป เกิดการสร้างงานจำนวนมาก ซึ่งจะมีการจ้างแรงงานประจำในงานนี้เป็นจำนวนมาก สำหรับประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น เสริมสร้างการเรียนรู้ของประชาชน เป็นช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ประเทศ สร้างความแข็งแกร่งให้แก่กิจกรรมทางด้านการจัดสัมมนา และนิทรรศการ" นายพงศ์ศักดิ์ กล่าว

 นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พระนครศรีอยุธยาได้เสนอตัวในการเป็นพื้นที่ของการจัดงาน  โดยถือว่ามีศักยภาพและความพร้อมรองรับมหกรรมโลก จะเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสามารถเชื่อมต่อได้กับทุกภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนต่างประเทศ เช่น จีน และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม สามารถเดินทางมาได้โดยทางรถยนต์และรถไฟที่เชื่อมต่อโดยเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือเส้นทางหมายเลข 9  ส่วนการเชื่อมต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ มีระยะทางเพียง 100 กิโลเมตร หรือเดินทางไปยังท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 200 กิโลเมตร

 "ในฐานะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัด จึงได้พิจารณาศักยภาพ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี เพื่อนำมาใช้ในการจัดงานร่วมกัน ซึ่งเท่ากับว่าจะเกิดเงินหมุนเวียนในหลายจังหวัด ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่จังหวัดเดียว ซึ่งแต่ละจังหวัดสามารถเดินทางติดต่อถึงกันได้ภายใน 30-45 นาที" นายทศพล กล่าว