ข่าว

สะท้อนจากผู้นำต้านโรงไฟฟ้า
ต้องมีความเป็นธรรมกับประชาชน

สะท้อนจากผู้นำต้านโรงไฟฟ้า ต้องมีความเป็นธรรมกับประชาชน

19 ม.ค. 2554

การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน พื้นที่หมู่ 2 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเร็วๆ นี้ ความน่าสนใจ ก็คือ สมิง พิพัฒนานนท์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ด้วยนโยบายข้อเดียว ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียงก็คือ “ต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน” กล่าวสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป

  "เดิมผมทำอาชีพค้าขายกุ้ง รับซื้อกุ้งจากบ่อเลี้ยงต่างๆ ส่งขายต่ออีกทอด และยังเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ อ.หัวไทร ทำมานานนับสิบปีแล้ว ตลอดชีวิตตั้งแต่เด็กผมเกิดและโตที่นี่ไม่เคยลงเล่นการเมืองในทุกระดับมาก่อน มาเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านเพียงครั้งนี้ และได้รับการเลือกตั้งจากชาวบ้านอย่างล้นหลาม ที่ลงเลือกตั้งเพราะเห็นว่า ในสังคมไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้น จึงเห็นว่าถ้าไม่สู้ชาวบ้านธรรมดาๆ จะยิ่งถูกกดขี่หนักมากขึ้น การละเมิดสิทธิชาวบ้านเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดายโดยบางคน บางกลุ่ม และกลุ่มทุนไม่คำนึงในสิทธิชาวบ้านที่มีอยู่

 ชาวบ้านถูกมองข้ามไม่ให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่ชาวบ้านอยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานับหลายชั่วคน แนวคิดที่สำคัญของผมคืออยากช่วยเหลือเป็นตัวแทน ในเรื่องของการต่อสู้สิ่งเหล่านี้ให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยผมได้ อีกส่วนหนึ่งคือผมเกิดและโตขึ้นที่ ต.หน้าสตน ทำมาหากินที่นี่มาโดยตลอดแผ่นดินนี้จึงมีบุญคุณกับผม จึงคิดว่าเมื่อรู้คุณแผ่นดินต้องรู้จักแทนคุณแผ่นดินอย่างเช่นที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้กล่าวไว้ ถ้าคนรู้คุณแผ่นดินทำงานด้วยหัวใจจะมีแต่ความเจริญเกิดขึ้น" สมิงบอกเล่าความเป็นมา

 นายสมิงกล่าวด้วยว่า ความเจริญที่จะเข้ามาสู่ส่วนท้องถิ่น จะต้องมีความเป็นธรรมกับประชาชนด้วย อันหมายถึงประชาชนจะต้องมีที่พึ่ง ต้องพร้อมในการต่อสู้ปกป้องถิ่นฐาน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาก็คือ เมื่อการเข้ามาเป็นการมาแบบนายทุนใช้ทุนซื้อ แจกจ่ายทุกสิ่งทุกอย่าง ปัญหาทุกอย่างจึงถูกทิ้งไว้ให้แก่ท้องถิ่น เพราะนี่คือการเข้ามาของระบบการตักตวงทรัพยากรท้องถิ่น

 "จากนี้ไปผมว่าคนในท้องถิ่นต้องหันกลับมาดูถิ่นฐานของตัวเอง และต้องพร้อมที่จะปกป้องร่วมกัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมสุขภาพ อนามัย ชาวบ้านทั้งนั้นที่ได้รับผลกระทบ นายทุนทั้งหลายไม่เคยกระทบใดๆ ที่สำคัญอาชีพของชาวบ้านใครจะรับผิดชอบการเลี้ยงกุ้ง การทำประมงชายฝั่งการทำประมงในบ่อธรรมชาติ การทำประมงแบบวิถีชาวบ้านที่มีมานับร้อยปี เป็นวิถีท้องถิ่น การเข้ามาของโครงการลงทุนขนาดใหญ่สิ่งแวดล้อมก็จะเสียหาย สิ่งเหล่านี้เรียกคืนมาไม่ได้ หากต้องสูญเสียไป ท้องถิ่นจึงต้องหันกลับมาดูถิ่นฐานของตัวเอง และต้องพร้อมที่จะปกป้องร่วมกัน

 เป็นภาพทางความคิดของผู้นำท้องถิ่นระดับรากหญ้าที่สะท้อนสู่สังคม

เตรียมแสดงพลังสร้างมิติการต่อสู้
 นายบุญโชค แก้วแกม นายก อบต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า อบต.ในเขต อ.ท่าศาลา จะร่วมกันเคลื่อนไหวของการปฏิเสธโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งเป็นโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา เพราะเป็นห่วงถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นตามมา ทั้งยังเห็นว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นต้องคำนึงถึงคนในชุมชนเป็นหลัก ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรายได้ของรัฐนั้นเทียบกันไม่ได้ คนในชุมชนที่อาศัยอยู่ต้องเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

 นายอภินันท์ เชาวลิต นายก อบต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช  เปิดเผยว่า อบต.ท่าศาลา พร้อมแล้วในการเข้าร่วมลงนามกับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากที่ต่างๆ รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีเจตนารมณ์เดียวกันคือต้องการสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นในแนวทางของความต้องการของประชาชนในอ.ท่าศาลา ที่ไม่ต้องการโครงการนี้

 “ที่ผ่านมาเราเห็นว่าประชาชนได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียวมาโดยตลอด กฟผ.มาให้ข้อมูลเฉพาะแต่ด้านที่ดี แต่หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงผลเสีย ทั้งที่ประชาชนต้องการข้อมูลทั้งสองด้าน ดีอย่างไรเสียอย่างไร และจะแก้ปัญหาอย่างไร ทุกอย่างมีทั้งด้านดีและเสียเสมอซึ่งในกิจกรรมนั้นจะมีมวลชนออกมาเคลื่อนไหวร่วมกันทั้งอำเภอแสดงออกให้เห็นถึงความสวยงามด้วยไมตรี ไม่มีความรุนแรงใดๆ มีแต่ความต้องการที่จะให้ท่าศาลา มีแต่ความสวยงามไม่อยากให้เป็นเหมือนมาบตาพุด จ.ระยอง” นายอภินันท์กล่าว

 นายทรงวุฒิ พัฒแก้ว แกนนำเครือข่ายรักษ์บ้านเกิด เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นี้ จะมีกิจกรรมที่แสดงออกถึงพลังของประชาชน ที่คัดค้านโครงการนี้ โดยจะแสดงออกด้วยการลงนามรายชื่ออย่างน้อย 1 หมื่นรายชื่อ ทั้งยังมีการจับมือกันล้อมรอบอำเภอท่าศาลา เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

"กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล"