
ตร.จับขังไชยวัฒน์-สมบูรณ์รอฝากขัง
จับไชยวัฒน์ สินสุวงศ์คดีเก่าปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ พล.ต.ท.สมยศ จับกุม แต่ตำรวจ บก.น.6 เข้าจับกุมก่อนเดินทางถึง และส่งตัวไปกองปราบฯ เจ้าของสำนวนทันที
(18ม.ค.) เวลา 12.30 น. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ถูกตำรวจจาก บก.น.6 จับกุมตัวได้ที่บริเวณห้างโลตัส สาขาถนนพระรามที่ 1 แขวงและเขตปทุมวัน กทม. เนื่องจากนายไชยวัฒน์มีหมายจับในข้อหาร่วมกันชุมนุมหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ และหน้าสนามบินดอนเมือง เมื่อครั้งชุมนุมขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามหมายจับเก่า โดยผู้ต้องหาที่ร่วมชุมนุมกันก่อนหน้านี้ได้ทยอยกันเข้ามอบตัวต่อตำรวจกองปราบปรามหมดแล้ว แต่นายไชยวัฒน์ไม่ยอมเข้ามอบตัวดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการจับกุมตัวนายไชยวัฒน์ดังกล่าวนั้น นายไชยวัฒน์กับเครือข่ายได้เดินทางไปยื่นถวายฎีกาที่สำนักพระราชวังเสร็จแล้ว ได้ประกาศว่าจะเดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีชุมนุมหน้าสนามบิน จับกุม แต่หากพล.ต.ท.สมยศไม่จับกุม จะเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีต่อ พล.ต.ท.สมยศ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปปรากฏตัวที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีใครมาจับกุม ทว่าระหว่างทางเมื่อถึงบริเวณหน้าห้างโลตัส สาขาพระรามที่ 1 นายไชยวัฒน์ได้แวะเข้าไปรับประทานอาหาร จึงถูกตำรวจ บก.น.6 เข้าจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว และรีบนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ป.ทันที
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.ได้สั่งการให้ตำรวจคอมมานโด 40 นาย เข้าประจำการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณกองปราบปรามในทันทีที่ได้รับรายงานว่ามีการจับกุมตัวนายไชยวัฒน์ ด้วยเกรงว่าผู้ที่สนับสนุนนายไชยวัฒน์อาจจะเดินทางไปก่อความวุ่นวายที่กองปราบปรามได้
นำไชยวัฒน์-สมบูรณ์เข้าห้องขังรอฝากขัง
ต่อมาเวลา 19.20 น. ภายหลังการสอบสวนนายไชยวัฒน์และนายสมบูรณ์นานกว่า 5 ชั่วโมงเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมไว้ในห้องขังกองปราบปราม
ทั้งนี้ก่อนเข้าห้องขังนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาก่อการร้ายกับตนซึ่งเป็นข้อหาที่เกินความเป็นจริง หากตนขอประกันตัวก็เท่ากับได้เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและคงต้องต่อสู้กันถึงสามศาล ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีคดีถึงจะสิ้นสุดตนจึงขอต่อสู้แบบเดียวกับที่เคยถูกแจ้งข้อหากบฎซึ่งศาลได้ยกเลิกข้อหากบฎไป โดยการต่อสู้ของครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมของพนักงานสอบสวนต่อไป
นายไชยวัฒน์ ยังกล่าวกับประชาชนที่มาให้กำลังใจโดยขอร้องแยกย้ายกันกลับเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง หากต้องการให้กำลังใจก็ขอให้ไปพบกันที่ศาลในวันที่ 19 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำตนและนายสมบูรณ์ไปฝากขัง และขอให้เข้าใจว่าตำรวจชุดจับกุมกับพนักงานสอบสวนเป็นคนละส่วนกันซึ่งต่างก็ทำตามหน้าที่



