
เกาหลีใต้หนาวสุดในเกือบ100ปีออสซี่เผยศก.เสียหายหนักสุดในปวศ.
โซล-ขณะที่เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น กำลังเผชิญภัยหนาวรุนแรงและพายุหิมะ ขณะที่ออสเตรเลีย และบราซิล เร่งเยียวยาปัญหาน้ำท่วมครั้งร้ายแรง รมต.คลังออสซี่คาดต้องใช้เงินมหาศาลฟื้นฟูสภาพน้ำท่วมควีนส์แลนด์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ (17 ม.ค.) ว่าหลายชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือกำลังเผชิญภัยหนาวสุดในรอบเกือบศตวรรษโดยอุณหภูมิในกรุงโซลเมื่อวันอาทิตย์ อยู่ที่ระดับติดลบ 17.8 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเป็นสถิติใหม่ในรอบ 10 ปี ขณะที่อุณหภูมิในจังหวัดปูซาน เมืองท่าสำคัญของประเทศลดลงมาที่ระดับติดลบ 12.8 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเป็นสถิติใหม่ในรอบ 96 ปี
ขณะที่อุณหภูมิในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.1 องศาเซลเซียส และติดลบตั้งแต่ 5.6-7.8 องศาเซลเซียสในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทั้งยังเผชิญพายุหิมะรุนแรงถล่มหลายพื้นที่เช่น จังหวัดอาโอโมริ มีหิมะกองสูงกว่า 3 เมตร และที่จังหวัดยามากาตะ นิอิกาตะ และ ต็อดโตริ เผชิญหิมะกองสูงกว่า 2 เมตร
รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ดำเนินนโยบายประหยัดพลังงานในสถานที่ทำงานของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ โดยกำหนดอุณหภูมิในอาคารไว้ต่ำกว่า 18 องศา และจะต้องปิดเครื่องทำความร้อนในช่วง 11.00-12.00 น. และ 17.00-18.00 น. ซึ่งเป็นการบังคับกลายๆ ให้เจ้าหน้าที่สวมใส่ชุดชั้นในที่ป้องกันความหนาวมาทำงาน เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าของภาครัฐให้เป็นตัวอย่างแก่ภาคเอกชน เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุไฟฟ้าดับ เนื่องจากมีการใช้มากเกินไป
ในสัปดาห์ที่แล้วเกาหลีใต้เสี่ยงต่อเหตุไฟฟ้าดับมาแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้า ในการสร้างความร้อนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่ออุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วในฤดูหนาวนี้
ในอีกซีกโลกหนึ่ง นายเวยน์ สวอน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังออสเตรเลียประเมินว่าเหตุน้ำท่วมรัฐควีนส์แลนด์ เป็นเหตุร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจออสเตรเลีย ซึ่งรัฐบาลกลางและรัฐบาลแห่งรัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ในการฟื้นฟู ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นก็ต้องมีส่วนร่วมลงขันด้วย แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของประเทศ แม้การฟื้นสภาพนครบริสเบนซึ่งเป็นเมืองธุรกิจจะต้องใช้เวลานับปี
ขณะที่รัฐบาลบราซิลได้ส่งทหารและเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งเหตุดังกล่าวทำให้ประชาชน 14,000 คนไร้ที่อยู่ และมีการพบผู้เสียชีวิตแล้ว 626 ราย โดยมีการคาดกันว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มเมื่อวันพุธ (12 ม.ค.) มากกว่า 1,000 คน และอาจเพิ่มขึ้นเพราะโรคระบาด และการถูกสัตว์มีพิษกัด



