ข่าว

เล็งรีดคนใช้ไฟฟ้าเกิน90หน่วยเพิ่มดึงเงินอุ้มกลุ่มใช้ฟรี-ลุ้นบ้านหรืออุตฯ รับภาระ

เล็งรีดคนใช้ไฟฟ้าเกิน90หน่วยเพิ่มดึงเงินอุ้มกลุ่มใช้ฟรี-ลุ้นบ้านหรืออุตฯ รับภาระ

18 ม.ค. 2554

เล็งเก็บค่าไฟจากผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 90 หน่วยเพิ่ม โยกมาอุดหนุนกลุ่มใช้ไฟฟรีตามนโยบายรัฐ กกพ.เร่งศึกษาจะเพิ่มภาระให้ครัวเรือนหรืออุตสาหกรรม คาดต้องใช้เงินเดือนละ 1,500 ล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ เพื่อสะท้อนราคาและต้นทุนแท้จริง ด้าน สกพ.เตรียมเก็บเงิน

 นายกวิน ทังสุภานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 90 หน่วย ได้ใช้ไฟฟรีถาวรนั้น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้วางแนวทางการดำเนินการไว้ 2 ระยะ โดยระยะสั้นเสนอให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2554 และระยะยาวจะมีการปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ เพื่อให้เป็นการใช้ฐานค่าไฟฟ้าที่สะท้อนกลไกราคา และต้นทุนของการผลิตไฟฟ้าที่แท้จริง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงปลายปีนี้

 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะนำเงินส่วนไหนมาใช้ในการอุดหนุนกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าฟรี ที่จะมีจำนวน 9.1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งในหลักการแล้วจะมีการเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 90 หน่วย มาใช้อุดหนุนในรูปของค่าเอฟทีที่เบื้องต้นคำนวณแล้วคาดว่าจะใช้เม็ดเงินประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อเดือน โดยอยู่ระหว่างศึกษาว่าจะเก็บเพิ่มจากผู้ใช้ไฟบ้าน หรือภาคอุตสาหกรรม

 นายกวินกล่าวในการสัมนา “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า พัฒนาพลังงาน พัฒนาบ้านเรา” ว่า การจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ก็เพื่อเป็นหลักประกันของคนในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้ได้รับการดูแลตามกฎหมาย ซึ่งการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ และสามารถนำเงินที่เก็บเข้ากองทุนไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

 ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าทุกแห่งทั่วประเทศที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 1 เมกะวัตต์จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า หลังจากมีการประกาศร่างระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาเป็นกฎหมายในราชกิจจานุเบกษาในปีนี้ โดยเมื่อรวมการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนแล้ว ในแต่ละปีจะมีเงินเข้าสู่กองทุนพัฒนาไฟฟ้าประมาณ 2,100 ล้านบาท

 สำหรับอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนดังกล่าวนั้น มีอัตราชนิดของเชื้อเพลิง ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ 1 สตางค์ต่อหน่วย น้ำมันเตาต่อดีเซล 1.5 สตางค์ต่อหน่วย ถ่านหินลิกไนต์ 2 สตางค์ต่อหน่วย พลังงานหมุนเวียนได้แก่ ลม และแสงอาทิตย์ 1 สตางค์ต่อหน่วย ไฟฟ้าพลังน้ำ 2 สตางค์ต่อหน่วย ก๊าซชีวภาพ ชีวมวล กาก และเศษวัสดุเหลือใช้ ขยะ และอื่นๆ 1 สตางค์ต่อหน่วย นอกจากนั้น ในช่วงระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าผู้ประกอบการ จะต้องจ่ายเงินเข้าสู่กองทุนในอัตรา 5 หมื่นบาทต่อเมกะวัตต์ต่อปี หรือไม่น้อยกว่า 5 หมื่นบาทต่อปี

 ด้านนางฤดี ภริงคาร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้า กล่าวว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้ผ่านความเห็นชอบจากการระดมความเห็นในพื้นที่ และชุมชนในทุกภูมิภาคข้อดีของกองทุนนี้ คือ การที่ระเบียบกองทุนถูกออกแบบมาให้สามารถมีการเก็บเงินสะสมไว้เพื่อการวางแผนในระยะยาวได้ ซึ่งการเก็บเงินเข้ากองทุนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้