
ศาลเขมรให้ประกันตัว4คนไทยแล้ว
ศาลกัมพูชาให้ประกันตัว 4 คนไทยแล้ว ยกเว้น"วีระ สมความคิด" นอนคุกเขมรต่อ
(18ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายว่า ขณะนี้ศาลกัมพูชาอนุญาตให้ 4 คนไทยได้ประกันตัวแล้ว โดยได้ขึ้นรถกลับไปที่เรือนจำเปรซอว์เพื่อทำเรื่องเอกสาร ซึ่งทนายเล่าให้ฟังว่าที่นายวีระ สมความคิด ไม่ได้ประกันตัวเพราะป็นคดีหนัก มีเรื่องจารกรรมข้อมูล ส่วน น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่โดนเหมือนกันแต่ได้รับประกันตัวนั้น ทางทนายและศาลยังไม่ได้ให้คำตอบชัดเจน อย่างไรก็ตาม สีหน้าและท่าทางของนายวีระไม่พอใจอย่างมากโดยชี้นิ้วและบอกว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด
ก่อนหน้านั้นนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องการประกันตัวคนไทยอีก 5 คนที่เหลือว่า ในวันที่ 18 ม.ค.เวลาประมาณ 08.00น - 09.00 น.ทางศาลกัมพูชา ได้นัดอ่านเรื่องการประกันตัว
ดังนั้นก็น่าจะทราบๆได้ว่าศาลกัมพูชาจะให้ประกันตัวคนไทยทั้งหมดหรือไม่หมด ทางไทยนั้นได้ยื่นขอประกันตัวไปทั้ง 5 คนที่เหลือ ส่วนจะได้รับการประกันตัวหมดหรือไม่ ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ส่วนจะให้ประกันอยู่อย่างไรที่ละ 3 คน หรือ ที่ละ 2 คนนั้นเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะทางรัฐบาลไทยไปขอตรงนั้นไม่ได้ทั้งหมดอยู่ที่ศาล และหลังจากที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ได้รับการประกันตัวออกมาทางกระทรวงการต่างประเทศเอง ยังไม่ได้มีการโทรศัพท์พุดคุยด้วยแต่อย่างใด
“พรุ่งนี้คงมีความชัดเจนในเรื่องการประกันตัว และเรื่องการพิจารณาคดีคงจะมีแนวโน้มที่จะดำเนินการได้โดยเร็วทางศาลกัมพูชาที่ผ่านมาไม่ได้มีการขอเอกสาร หรือ พยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติม คิดว่าเขาเองนั้นได้ไต่สวนทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว รอแต่เพียงเรื่องการประกันตัวเขานัดเจ็ดโมงเช้า หรือเก้าโมงเช้า ก็น่าจะรู้เรื่องแล้ว ” เลขาฯนุการรมว.ต่างประเทศ
สวนดุสิตโพลเผยปชช.ค้านกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติยื่นถวายฎีกา
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 1,251 คน ในหัวข้อประชาชนคิดอย่างไร? กรณีเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะเข้าชื่อถวายฎีกา ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2554 สรุปผลได้ดังนี้ความคิดเห็นของประชาชน กับการประท้วงของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติกรณี 7 คนไทยถูกกัมพูชาจับกุม ร้อยละ 44.67 เห็นว่า มีผลมาจากการดำเนินการของรัฐบาลที่ยืดเยื้อ ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ร้อยละ 20.27 เห็นว่า การชุมนุมเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถทำได้ แต่ควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ร้อยละ 18.82 อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็น อดทน ควรใช้เหตุผลมาคุยกันจะดีกว่า เชื่อว่าทุกคนมีความห่วงใยคนไทยที่ถูกจับกุม และร้อยละ 16.24 ไม่อยากให้มีการเข้าชื่อถวายฎีกา เพราะเป็นการไม่บังควรรบกวนเบื้องพระยุคลบาท
เมื่อถามถึงการที่กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติจะเข้าชื่อถวายฎีกาโดยอ้างว่า ภาคประชาชนใช้สิทธิยื่นถวายฎีกาตามรัฐธรรมนูญ โดยชี้ข้อหาร้ายแรงว่ารัฐบาลสมคบคิดกับรัฐบาลต่างชาติ อันเป็นเหตุให้เสียดินแดนนั้น ร้อยละ 64.81 เห็นว่าไม่สมควร เพราะเป็นการไม่บังควรรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการจะดีกว่า, ไม่อยากเห็นคนไทยด้วยกันต้องมาขัดแย้งกันเอง ฯลฯ ขณะที่ร้อยละ 32.40 ไม่แน่ใจ เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศที่มีความละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลาในการศึกษาและดำเนินการ ฯลฯ ส่วนร้อยละ 2.79 เห็นว่าสมควร เพราะเป็นสิทธิของประชาชน ดูจากท่าทีการดำเนินการของรัฐบาลและการออกมาชี้แจงความคืบหน้าที่ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้เป็นเพราะสาเหตุใด ร้อยละ 43.15 รัฐบาลยังรอดูท่าทีเพราะกลัวเสียเปรียบ เพลี่ยงพล้ำ ไม่กล้าทำอะไรมาก / มีผลมาจากความขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหาร รองลงมา ร้อยละ 31.54 รัฐบาลยังไม่มีข้อมูลหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะต่อรองกับทางกัมพูชา / ยังไม่มั่นใจในข้อมูลที่มีอยู่ ร้อยละ 19.92 กัมพูชาไม่ได้เล่นตามระบบ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฮุนเซน / ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และร้อยละ 5.39 รัฐบาลอาจมีการดำเนินการหรือเจรจาอย่างลับๆ กับทางกัมพูชาโดยที่ประชาชนไม่รู้
เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ไขของรัฐบาลต่อปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ประชาชนร้อยละ 42.95 เห็นว่า รัฐบาลควรแสดงท่าทีที่ชัดเจนออกมา มีความกระตือรือร้นที่จะแก้ไขปัญหา / ดำเนินการขั้นเด็ดขาดในการ นำตัว 7 คนไทยกลับคืนมา รองลงมา ร้อยละ 25.36 นายกฯอภิสิทธิ์ ควรออกโรงเจรจาด้วยตนเอง / ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายมีการเจรจาตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ ร้อยละ 22.08 รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศให้ได้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย / ทุกฝ่ายควรยุติการประท้วงและร่วมมือหาทางแก้ไข และร้อยละ 9.61 รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จัดการเรื่องเขตแดนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาการรุกล้ำ



