ข่าว

บิ๊กป้อมยันช่วยคนไทยเต็มที่อย่ากล่าวหามีเอี่ยวกาสิโน

บิ๊กป้อมยันช่วยคนไทยเต็มที่อย่ากล่าวหามีเอี่ยวกาสิโน

18 ม.ค. 2554

"ผมไม่เคยมีผลประโยชน์ในพื้นที่ ไม่รู้ว่าคนที่กล่าวหาโจมตีผมต้องการอะไร แต่ผมไม่ได้กลัว ที่มีการมองกันว่าทหารไทยกลัว เพราะมีข่าวเรื่องผลประโยชน์ตามแนวชายแดน แต่อยากถามว่า จะให้ทำอะไร อย่ามาโจมตีโดยไม่มีข้อเท็จจริง ทำให้คนอื่นเสียหาย"

 คนไทยยังคงใจจดใจจ่อ “รอลุ้น” ผลคำตัดสินของศาลกัมพูชา ในวันอังคารที่ 18 มกราคม ว่าจะให้ประกันตัว 5 คนไทยที่เหลือหรือไม่ หากไม่ได้รับการประกันตัวคงจะต้องถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ “ไปรซอ” ไปอีกนาน โดยเฉพาะ นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่อัยการกัมพูชาแจ้งข้อหาเพิ่มฐานพยายามประมวลข่าวสาร ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศ

 ขณะที่ นายพนิช วิกิตเศษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนางนฤมล จิตรวะรัตนา ซึ่งเป็น 2 คนไทยชุดแรกที่ได้รับการประกันตัวไปแล้ว แต่ถึงแม้เวลานี้จะได้รับการประกันตัว ก็จะต้องถูกจำกัดบริเวณไม่ให้ออกนอกประเทศ จนกว่าการพิจารณาคดีความผิดเข้าเมืองผิดกฎหมาย และรุกล้ำพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาที่เหลือบ่ากว่าแรงของ “รัฐบาล-กองทัพ” ที่ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วยเหลือคนไทยทั้ง 7 คนอยู่

 แต่ปัญหาหลักที่ “รัฐบาล-กองทัพ” หนักใจเวลานี้ คือ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่ตั้งเวทีกดดันทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการออกมาระบุว่า การช่วยเหลือคนไทยทั้ง 7 คนล่าช้า เนื่องจาก “บิ๊กกองทัพ” เข้าไปมีเอี่ยวในเรื่อง “ผลประโยชน์” ในประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่อง “กาสิโน” หรือที่รู้จักกันคือ “บ่อนปอยเปต” จึงไม่กล้าที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะกลัวธุรกิจที่เอื้อให้กันเกิดการ “สะดุด”

 การพุ่งเป้าโจมตี “บิ๊กกองทัพ” ในช่วงเวลานี้ ทำให้ถูกมองไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะตัว “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่อดีตเคยคุมกำลังหลักตั้งแต่ยศร้อยตรี จนมาถึงการคุมกำลังหลักในกองกำลังบูรพา

 การที่ พล.อ.ประวิตร อยู่ในพื้นที่มานาน ประจวบกับความสนิทสนมกับ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา จึงถูกมองในเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

 “ผมไม่เคยมีผลประโยชน์ในพื้นที่ ไม่รู้ว่าคนที่กล่าวหาโจมตีผมต้องการอะไร แต่ผมไม่ได้กลัว ที่มีการมองกันว่าทหารไทยกลัว เพราะมีข่าวเรื่องผลประโยชน์ตามแนวชายแดน แต่อยากถามว่า จะให้ทำอะไร อย่ามาโจมตีโดยไม่มีข้อเท็จจริง ทำให้คนอื่นเสียหาย คนที่เขียน หรือพูดพาดพิง ผมได้ให้กรมพระธรรมนูญไปดูว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ทหารเขาก็รักชาติ ไม่ใช่คนที่ด่ารักประเทศชาติอยู่คนเดียว ดังนั้นเรื่องนี้ผมอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหามากกว่าจะมาโจมตีกัน” พล.อ.ประวิตร ระบุ

 พล.อ.ประวิตร บอกว่า ที่ผ่านมาได้พูดจากับประเทศกัมพูชาในทุกช่องทางอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ คิดว่าในไม่ช้าก็คงปล่อยตัวคนไทยทั้ง 7 คน คนทั้งหมดเป็นคนไทย ไม่ช่วยได้อย่างไร นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงการต่างประเทศ และตน พูดคุยกับทางกัมพูชาในการช่วยเหลือ ก็พูดจากับเขาตลอด ไม่ได้อยู่เฉยๆ ตนและ พล.อ.เตีย บัน ก็คุยกันตลอด ไม่ต้องห่วง ขั้นตอนต่างๆ กำลังดำเนินการอยู่ และทางกัมพูชาก็ออกแถลงการณ์มาชัดเจนแล้วว่า จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การจะทำอะไรจะต้องมีน้ำหนักในการพูด หรือการเจรจา ประเด็นสำคัญขณะนี้เราอาจจะเสียเปรียบในเรื่อง 7 คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งรัฐบาลและกองทัพพยายามเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้คนไทยทั้ง 7 คน ออกมาจากเรือนจำ และได้รับการประกันตัวให้เรียบร้อย ต่อจากนั้นถึงจะมุ่งไปสู่การเจรจาตามกรอบของเจบีซี หรือการพูดคุยของระดับรัฐบาล โดยการดำเนินการจะต้องจบไปเป็นเรื่องๆ ไป

 “ทหารจะต้องอยู่เหนือความขัดแย้ง จะให้อยู่ซ้าย หรือขวาไม่ได้ และทหารจะต้องอยู่ตรงจุดที่แก้ไขปัญหาทั้งสองฝ่าย รวมถึงการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศให้ได้ จะต้องมีการเจรจากัน แต่ทั้งหมดเป็นกรอบที่รัฐบาลเป็นคนสั่ง ทุกอย่างเป็นเรื่องของระหว่างประเทศ อยู่ดีๆ จะทำอย่างนั้นอย่างนี้คงไม่ได้ ขณะนี้รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกองทัพ พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่ถ้าทุกอย่างมาตีกันหมดในสนามนี้คงเสียหาย ความเชื่อมั่นในประเทศไม่มีให้กัน ความไว้วางใจก็ไม่ได้เกิด ดังนั้นเมื่อไปเจรจากับใครก็ไม่มีน้ำหนัก เพราะสิ่งต่างๆ จะทำอะไรจะต้องมีขั้นตอน”

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าจะเอาชาวบ้านมาตีกัน แต่หน้าที่ของทหารคือไม่ให้ประชาชนตีกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน จะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด หรือยังไม่รู้ว่าใครถูกใครผิด ขอให้เจ้าหน้าที่ออกมาอยู่ข้างนอก และให้คนที่ดำเนินการไปหาข้อยุติมา ให้รัฐบาลและคณะกรรมการเข้าไปแก้ไขตามขั้นตอน

 "ผมยืนยันว่า 1.ไม่ได้กีดกั้นคนไทยด้วยกัน 2.จำเป็นจะต้องรักษาศักดิ์ศรีของทหารด้วยกัน และ 3.การแก้ไขจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนไทยทั้ง 7 คน" ผบ.ทบ.กล่าว

ทีมข่าวความมั่นคง