
"พิมล" อ้าแขนรับ โค้ชเชโอนสัญชาติ เชื่อมั่นไม่มีปัญหา
"บิ๊กเอ" พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย พร้อมอ้าแขนรับโค้ชเช ยอง ซุก โอนสัญชาติจากเกาหลีเป็นไทย ขอดูรายละเอียดให้ชัดเจน เดินเครื่องเต็มที่ มั่นใจไม่น่ามีปัญหาหากโค้ชเชอยู่ไทยไปตลอดจะเป็นผลดีต่อชาติไทยอย่างมาก
สืบเนื่องจากกรณี "โค้ชจอมเฮี้ยบ" เช ยอง ซุก หัวหน้าผู้สอนทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ออกมาอ้อนวอนผ่านสื่อมวลชนเพื่อต้องการขอโอนมาเป็นสัญชาติไทย หลังเจ้าตัวได้พิสูจน์ผลงานความสามารถทุ่มเททำงานอย่างหนักมากว่า 8 ปีเต็ม จนพัฒนาวงการเทควันโดไทยจากไม่มีอันดับโลกเมื่อปี 2545 จนถึงปัจจุบันติดมาอยู่ 1 ใน 5 ของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด โค้ชเช ยังพาจอมเตะเทควันโดไทยทั้ง 11 คนคว้า 2 ทอง 2 เงิน กับ 4 ทองแดงในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีน และยังได้ 1 ทองแดง 1 เงินในโอลิมปิกเกมส์ทั้ง 2 ครั้ง ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ และปักกิ่ง ประเทศจีน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อได้ทราบข่าวนี้ตนเองรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่ง หากโค้ชเชต้องการโอนสัญชาติไทยจริงตามข่าวที่เสนอมาอย่างนี้ ผู้ใหญ่ในสมาคมทุกคนก็พร้อมที่จะอ้าแขนรับสมาชิกหรือญาติคนสำคัญ เพราะโค้ชเช ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและช่วยเหลือวงการเทควันโดไทยแบบก้าวกระโดด เห็นได้จากผลงานในระดับนานาชาติที่ผ่านมาทั้งซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ จนทุกคนยอมรับ และเชื่อว่าหากโค้ชเช อยู่เมืองไทยทั้งชีวิตพร้อมภรรยาลูกเมีย น่าจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่พัฒนากีฬาชนิดนี้ได้ทั้งระบบแน่ เพราะเวลานี้โค้ชเชกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกในฐานะนักเรียนทุน สาขาการจัดการการกีฬา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอีกไม่กี่ปีก็จะจบการศึกษาแล้วน่าจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถที่จะช่วยเหลือวงการกีฬาไทยต่อไป
อย่างไรก็ตามสมาคมมีความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้โค้ชยอดเยี่ยมคนนี้ โดยเฉพาะเรื่องเอกสาร ประวัติการทำงาน และการเสนอคุณงามความดีที่ผ่านมา เพื่อสานฝันให้ทุกอย่างเป็นจริงได้ ขณะที่ตัวเองต้องขอดูรายละเอียดต่างๆ ก่อนว่าจะหาหนทางช่วยเหลือโค้ชเชอย่างไรบ้าง เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ที่ละเอียดอ่อนต้องปรึกษาคนที่มีความรู้อย่างถ่องแท้ถึงจะดำเนินการได้ ส่วนตัวหากมองจากคุณงามความดีความสามารถและการยอมรับในสังคมกีฬาไทย เชื่อว่าโค้ชเชเป็นที่ยอมรับและทุกคนก็เห็นดีเห็นงามด้วยที่เขาต้องการโอนสัญชาติและอยู่เมืองไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองและครอบครัวหลังจบโอลิมปิกเกมส์ปี 2012 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ คาดว่าในเร็ววันนี้จะได้คำตอบว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง



