
มาร์คเผยปรับเบี้ยเสี่ยงภัยครูใต้เพิ่ม
"อภิสิทธิ์"พร้อมคณะลงพื้นที่ปัตตานี เข้าพบครูจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมเข้าเคารพศพครู "มาโนช ชฎารัตน์" เหยื่อโจรใต้รายล่าสุด และมอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้ตาย 5.5 แสนบาท เผยเตรียมปรับเบี้ยเสี่ยงภัยครูใต้เพิ่ม
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายชินวรณ์ บุญญเกียรติ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายถาวร เสนเนียน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมงานรำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมซีเอสปัตตานี โดยมีนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย ข้าราชการ และข้าราชการครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 5,000 คน
โดยร่วมจัดขึ้นเพื่อรำลึกผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้เสียชีวิตตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อปี 2547 โดยเฉพาะครูเสียชีวิต 138 ราย นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะมาร่วมงานคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ 3 เป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลและรำลึกคุณงามความดีของครูที่สูญเสียเกี่ยวกับสถานการณ์ใต้ และเป็นการเยียวยาให้กำลังใจแก่ผู้ที่ล่งลับไปแล้ว โดยมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตำรวจ ทหาร อส. และรถดับเพลิงเทศบาล มีบรรดาข้าราชการครูที่ร่วมงานเข้าแถวรอให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น
จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เข้าห้องประชุมวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยครู กล่าวกลอนสดุดียืนไว้อาลัย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าววัตถุประสงค์จัดงานครั้งนี้ ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะและตัวแทนครู ได้วางดอกไม้เพื่อไว้อาลัย พร้อมทั้งมีการอ่านสาส์นและกลอนสดุดีแด่คุรุวีรชนชายแดนใต้ โดยทุกคนที่ห้องประชุมยืนไว้อาลัย จากนั้นนายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครูชายแดนใต้ ได้มอบกริชให้เป็นของที่ระลึกกับนายกรัฐมนตรี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับครูที่เข้าร่วมงาน ว่า สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นกระทบประชาชนทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาในพื้นที่ ครูถูกทำร้ายเสียชีวิตจำนวน 138 ราย และบาดเจ็บ ทุพลภาพอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลได้พยายามแก้ไขมาโดยตลอด โดยยึดมั่น เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และเข้าใจถึงลักษณะพิเศษในพื้นที่ ทั้งเรื่องศาสนา ภาษา ความเป็นอยู่ ประเพณีและวัฒนธรรม
จากการที่นำนโยบายการเมืองนำการทหาร จะมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าเดิม เช่นการใช้มาตรา 21 กฎหมายความมั่นคง ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ซึ่งทั้งสองเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งในการทำงานในพื้นที่นี้ต้องละเอียดอ่อนใช้กระบวนการการสร้างกลไกลในการแก้ไขปัญหา มุ่งสู่ความสงบสันติสุข ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการแต่งตั้งรัฐมนตรีในการรับผิดชอบในการดูแลพื้นที่ มีการประกาศกฎหมายเฉพาะ ทำให้การแก้ไขปัญหาได้ในการระดับหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ต่างๆเบาบางลง
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การศึกษานโยบายรัฐบาลปฎิรูปการศึกษาให้เด็ก เยาวชน สอดคล้อง ชุมชน และมีแนวทางมุ่งแสวงความร่วมมือทุกภาคส่วน ผลักดันการสึกาทุกด้าน และปลูกฝังเยาวชนให้มีความรักความสามัคคี ขณะเดียวกันต้องหามาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับครู ที่มีการทำร้ายครู ซึ่งครูเป็นคนสร้างคน แต่ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งสวัสดิการต่างๆตนเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศตระหนักถึงความเสียสละของครูที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งปัญหาที่เกิดกับครู ทางสมาพันธ์ได้ประสานกับรัฐบาลเพื่อสร้างความอบอุ่นใจ ปรับสิทธิประโยชน์เน้นสร้างความปลอดภัยให้บุคลากรทางการศึกษา ขอสดุดีและขอแสดงความเสียใจถึงการสูญเสียชีวิตครูที่เสียสละ และขอเป็นกำลังใจ
จากนั้นได้เดินทางเข้าเคารพศพนายมาโนช ชฎารัตน์ อายุ 38 ปี ครูที่ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยิงเสียชีวิตในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 15 ม.ค.54 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดนพวงศาราม อ.เมือง จ.ปัตตานี พร้อมมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวนายมาโนช จำนวน 550,000 บาท หลังจากนั้นได้เดินทางต่อไปยัง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี โดยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการนำร่องในการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เผยเตรียมปรับเบี้ยเสี่ยงภัยครูใต้เพิ่ม
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ถือว่าเสียงสะท้อนในการแก้ไขปัญหาเป็นที่น่าพอใจ แต่หลายฝ่ายยังคงต้องทำงานโดยต้องช่วยกันสร้างความสงบอย่างยั่งยืน การพัฒนาด้านศักยภาพทางการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม จะเป็นสิ่งที่ที่นำมาซึ่งความยั่งยืนได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่และทุกฝ่ายมีควมเข้มแข็งต่อไปและต้องทำงานให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ ซึ่งการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่อำเภอแม่ลาน ถือว่าเป็นจังหวัดนำร่องและเตรียมพิจารณาพื้นที่อื่นๆอีกหลายพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
แนวทางด้านนโยบายการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือเป็นนโยบายที่ถูกต้อง หากพื้นที่ใดมีความพร้อมก็จะใช้แนวทางดังกล่าว ซึ่งจะมีการพิจารณายกเลิกเพิ่มเติมอีก โดยจะดูจากสภาพความเป็นจริง เพราะไม่สามารถตั้งเป้าได้ว่าจะทำได้กี่อำเภอ อย่างไรก็ตามสถานการณ์พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ยังคงต้องทำงานอย่างหนักต่อเนื่อง ซึ่งแนวนโยบายของรัฐบาลที่เดินมานั้นถือว่าถูกต้องแล้ว และเชื่อว่าผลพวงจากการพัฒนาในพื้นที่จะเห็นผลชัดเจนขึ้นตามลำดับ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนครูที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวัง และให้เจ้าหน้าที่ไปหารือกับครูในแนวทางปฏิบัติเรื่องของการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น สำหรับเบี้ยเสี่ยงภัยของครูนั้น ที่ผ่านมาทางคณะครูก็เสนอมาโดยให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลังพิจารณาดูว่าจะทำได้ หรือช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ซึ่งก็จะเริ่มทะยอยทำ พร้อมกันนี้ก็จะเร่งรัดให้มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ในพื้นที่ได้เร็วยิ่งขึ้น



