
เฉลิมลั่นไม่ร่วมซักฟอกหากมิ่งขวัญนำ
เฉลิม ลั่นไม่ขอสู้ศึกซักฟอกรัฐบาลใต้ธงนำของ มิ่งขวัญ ย้ำแม้วอ้อนวอนให้ช่วยก็ไม่สน เพราะเป็นเพื่อนแต่ไม่ใช่ลูกน้อง เชื่อแก้รธน.สุดท้ายปชป. - พรรคร่วมเกี้ยเซี้ยะกันได้
(17ม.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า หลังจากที่พรรคมีแนวโน้มว่าจะให้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำการอภิปราย พร้อมทั้งจะแนบชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมีส.ส.บางส่วนเดินทางไปหารือเรื่องดังกล่าวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ขัดข้อง
ส่วนตัวก็ยินดีที่จะให้ข้อมูล แต่จะไม่ร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เพราะส.ส.ที่ใกล้ชิดนายมิ่งขวัญบางคนระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีรูปแบบสมานฉันท์ ไม่ดุเดือดเลือดพล่านหรือเลือดท่วมจอ พร้อมทั้งเสนอนโยบายควบคู่ไปด้วย ซึ่งไม่ตรงกับแนวทางของตนที่คิดว่าการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลนั้นจะต้องนำเรื่องการทุจริต การบริหารงานที่ล้มเหลวมาถล่มรัฐบาล เพื่อตีแผ่ให้ประชาชนได้เห็น อย่างไรก็ตาม นายมิ่งขวัญอาจจะมีข้อมูลที่ดีก็ได้ ตนก็ขอภาวนาให้นายมิ่งขวัญประสบความสำเร็จ และยืนยันว่าตนไม่ได้มีความน้อยใจอะไร
ย้ำ“แม้ว”อ้อนวอนให้ช่วยก็ไม่สน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากร.ต.อ.เฉลิมไม่ร่วมการอภิปรายครั้งนี้จะทำให้ขาดสีสันได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส.ส.ที่ใกล้ชิดนายมิ่งขวัญหลายคนให้สัมภาษณ์และตนก็ยังตัดข่าวเก็บไว้ โดยบอกว่าจะอภิปรายแนวใหม่ที่ไม่มีเลือดท่วมจอ และจะเสนอนโยบายควบคู่ไปด้วย แต่ตนไม่ใช่แบบนั้น โดยคิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นต้องเป็นแบบทศกัณฐ์ ไม่ใช่มาพูดกันแบบพระราม พระลักษณ์ ส่วนหากพ.ต.ท.ทักษิณ ร้องขอให้ช่วยในการอภิปรายครั้งนี้ด้วยนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเป็นลูกพรรค เป็นเพื่อนพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่ใช่ลูกน้อง การอภิปรายครั้งนี้ถึงอย่างไรก็คงไม่ร่วมด้วย เมื่อถามว่า หากนายมิ่งขวัญถูกซักถูกไล่ต้อนอย่างหนักจะช่วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายมิ่งขวัญเอง ถ้าหากตนเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้แล้วเกิดข้อผิดพลาด ก็อาจจะมีเสียงตำหนิมาที่ตนว่าเป็นตัวการได้ ดังนั้นจะไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ โดยจะไปใช้เวทีสภาตั้งกระทู้ถามแทน
เชื่อแก้รธน.สุดท้ายปชป.-พรรคร่วมเกี้ยเซี้ยะกันได้
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังถกเถียงกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นเขตเลือกตั้ง ในขณะที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีการหยิบยกเรื่องระบบเลือกตั้งแบบส.ส.เขต 400 คนและระบบบัญชีรายชื่อ 100 คนขึ้นมาพิจารณา ซึ่งตรงกับที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540
ฉะนั้นถ้าหากพรรคเพื่อไทยจะหันมาสนับสนุนระบบดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แม้จะเคยประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมมาตั้งแต่ต้น แต่ก็ยังมีจุดยืนที่ยึดโยงอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในท้ายที่สุดเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลจะตกลงกันได้ จะไม่เป็นเงื่อนไขนำไปสู่การยุบสภา และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะอยู่กันจนครบวาระ ส่วนพรรคเพื่อไทยจะมีมติประเด็นนี้อย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมส.ส.ของพรรค



