
โก-ลกลงขันติดวงจรปิดย่านการค้า สร้างความเชื่อมั่นท่องเที่ยว
ภาคใต้-เอกชนสุไหงโก-ลกผนึกความร่วมมือลงขันซื้อกล้องวงจรปิดติดตั้งตามย่านการค้า-สถานบันเทิง ฟื้นบรรยากาศท่องเที่ยวควบคู่การสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว ด้านนายกเล็กเบตง ชี้เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หนุนภาพลักษณ์พื้นที่ดีขึ้น
นายแสงทอง ปรีชาวุฒิเดช นายกสมาคมธุรกิจโรงแรมสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ผู้ประกอบภาคเอกชน สถานบันเทิง และประชาชนซึ่งมีที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการในย่านชุมชนเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก ได้ร่วมกันสนับสนุนทุนในการจัดซื้อกล้องวงจรปิดเพื่อนำมาติดตั้งตามจุดต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เพิ่มเติม จนสามารถจัดซื้อและติดตั้งกล้องวงจรปิดได้จำนวน 38 ตัวในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยเน้นเฉพาะย่านธุรกิจ และสถานบันเทิง
จะเห็นว่ากล้องวงจรปิดเดิมที่มีการติดตั้งอยู่ก่อนหน้านี้ 100 ตัว เริ่มมีสภาพเก่าและไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทำให้ภาคประชาชนที่เป็นคนในพื้นที่ เข้ามาสนับสนุนการดำเนินการในส่วนนี้ โดยที่ไม่ได้รองบประมาณจากรัฐบาล
"การติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัย และที่สำคัญการติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เริ่มเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น หลังจากที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย" นายแสงทอง กล่าว
นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กล่าวว่า สำหรับจุดที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเสริมจากจุดเดิม โดยจะเน้นการดูแลในส่วนของย่านธุรกิจ และสถานบันเทิง เนื่องจากเป็นโซนพื้นที่การค้าที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น
นายคุณวุฒิ มงคงประจักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลจะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 2อำเภอ คือ อ.เบตง จ.ยะลา และอ.สุคิริน จ.นราธิวาสหรือไม่นั้น ในส่วนของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นพร้อมดำเนินการภายใต้นโยบายของรัฐได้ทั้ง 2 รูปแบบไม่ว่าจะยกเลิกหรืกใช้ต่อในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่อ.เบตงไม่ปรากฏเหตุการณ์ความรุนแรงเหมือนในพื้นที่อื่นๆ ทำให้พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น
ดังนั้นหากจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดต่อการดำเนินการในพื้นที่ อีกทั้งเชื่อว่าในมุมความรู้สึก หรือภาพลักษณ์ด้านการเป็นเมืองท่องเที่ยวอาจจะดีขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกันหากยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปเพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงในอนาคตก็เชื่อว่าไม่มีผลใดๆ เช่นกัน



