
ผวาสารเคมีตกค้าง เหตุยึดที่อ่างทำนา จี้รัฐเร่งสางปัญหา
ลพบุรี-นายก อบต.โคกสลุง ห่วงปรากฏการณ์น้ำลดที่ดินเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์โผล่ กระทั่งมีการยึดพื้นที่ทำนา จะก่อให้เกิดปัญหาสารเคมีตกค้างกระทบผู้ใช้น้ำ จี้ภาครัฐเข้ามาดำเนินการ
นายกูลเกื้อ เอื้อสลุง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โคกสลุง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงที่น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลดลงจนเหลือแต่ผืนดิน ที่ผ่านมาเกิดกรณีที่เกษตรกรลงไปจับจองที่ดินในอ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์เพื่อทำนา คิดเป็นเนื้อที่ในแต่ละปีมากกว่า 2 หมื่นไร่ ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงตามมาก็คือ น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักจะมีสารเคมีตกค้างจากการทำการเกษตร และจะก่อปัญหาหากปล่อยไปท้ายเขื่อนทาง จ.สระบุรี ที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำแห่งนี้เพื่อการอุปโภค-บริโภค
ต.โคกสลุง เป็นชุมชนกลุ่มใหญ่ มีราษฎรกว่า 3,400 ครัวเรือน และอีก 400 ครัวเรือน ที่ใช้ประปาผิวดิน ทำให้เสี่ยงต่อการที่จะได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่เกษตรกรบุกรุกลงไปทำนากันในพื้นที่น้ำลดของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้มีการร้องเรียนกันมานานพอสมควร แต่ทางเขื่อนแก้ปัญหาไม่ได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ด้วยการควบคุมไม่ให้มีการทำนาในพื้นที่อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ นายกูลเกื้อ กล่าว
นายศรมิตร สิงห์คนเอง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ เปิดเผยว่า เขื่อนป่าสักเตรียมการรณรงค์ไม่ให้เกษตรกรลงไปทำนาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสารเคมีตกค้างที่จะเกิดขึ้น ยอมรับว่าทางเขื่อนมีกำลังเจ้าหน้าที่น้อย ขณะที่พื้นที่ของเขื่อนป่กสักมีความกว้างขวางมาก เมื่อน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลดลงก็จะมีเกษตรกรบุกรุกลงไปทำนาและใช้สารเคมีทำให้เสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างจำนวนมาก
“น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะเริ่มลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงนี้จะมีการบุกรุกพื้นที่เริ่มตั้งแต่ อ.ชัยบาดาล ต่อเนื่องไปที่ อ.ท่าหลวง และอ.พัฒนานิคม นอกจากการทำนาแล้วยังรวมไปถึงการใช้พื้นที่ปลูกพืชผักสวน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลย แต่ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งครอบคลุมหลายอำเภอ การที่จะให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามเรื่องนี้โดยตรง ในความเป็นจริงแล้วย่อมมีข้อจำกัดอยู่บ้าง" นายศรมิตร กล่าว



