
เสียงสะท้อนจากเกษตรกรเมืองเพชร ขอปฏิเสธยกนาเกลือสู่การทำเหมือง
ด้วยแนวทางของรัฐบาลที่ให้เกลือ ซึ่งผลิตโดยใช้การระเหยของน้ำทะล ทะเลสาบน้ำเค็ม หรือน้ำเค็มจากแหล่งธรรมชาติอื่นๆ โดยไม่ใช้แสงอาทิตย์ให้เป็นกิจกรรมประเภทการทำเหมืองหินและเหมืองแร่ ซึ่งที่ผ่านมาชาวนาเกลือสมุทรในเพชรบุรี คัดค้านเพราะการที่นาเกลือสมุทรไม่เข้าข
ข้อพิจารณาคือ จากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2521 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้การทำนาเกลือตามธรรมชาติเป็นผลผลิตเกษตรกรรมขั้นต้น อีกทั้งตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509 มาตรา 3 บัญญัติว่า “เกษตรกร” หมายความว่า
ผู้ประกอบอาชีพในการทำนา การทำไร่ การทำสวน การเลี้ยงสัตว์ การประมง การเลี้ยงไหมและสาวไหม การทำนาเกลือ การปลูกกล้วยไม้หรือไม้ดอก การปลูกไม้สวน การปลูกสวนป่า การเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงครั่ง การเพาะเห็ดหรืออาชีพเกษตรกรรมอื่น ตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้ความหมายรวมถึงเกษตรกรตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 5 บัญญัติว่า “เกษตรกรรม” หมายความว่า การทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำนาเกลือ เลี้ยงสัตว์ และกิจการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
“ผมได้ทำหนังสือขอให้พิจารณาความหมายของอาชีพเกษตรกรรมผู้ทำนาเกลือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เพื่อให้ตีความชาวนาเกลือสมุทรใหม่ เพราะชาวนาเกลือสมุทรทุกคนอยากเป็นเกษตรกร ไม่มีใครอยากเป็นนายเหมือง” ยุทธ อังกินันทน์ นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี ในฐานะประธานชมรมสหกรณ์ชาวนาเกลือ 4 จังหวัด สะท้อนความเห็นกับ "คม ชัด ลึก"
"ยืนยันว่าทุกคนไม่เห็นด้วยเพราะเป็นเกษตรกรจะดีกว่าการเป็นนายเหมือง เมื่อประสบปัญหาภัยธรรมชาติ หากเป็นเกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือ แต่หากเป็นอุตสาหกรรมจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเพราะไม่เข้าข่าย รวมทั้งการเป็นอุตสาหกรรมจะยุ่งยาก หากมีคนงานถึง 10 คน จะต้องเข้า พ.ร.บ.แรงงาน ทำงานเป็นเวลา ซึ่งการทำนาเกลือไม่ใช่แบบนั้น บางครั้งฝนตก น้ำท่วมนาเกลือทำไม่ได้ แต่ต้องจ่ายค่าแรงคนงาน และต้องมีที่พักให้คนงาน แต่หากเป็นเกษตรกรใช้แรงงานพื้นบ้านมาเช้า กลับเย็น และสามารถทำงานได้อย่างอิสระเวลาไหนก็ได้ และไม่ต้องจัดพาหนะรับส่งแรงงาน การทำนา นอกจากนี้การเป็นเกษตรกรสามารถสูบน้ำทะเลมาทำนาเกลือฟรี หากเป็นอุตสาหกรรมเป็นเหมืองแร่น้ำทะเลที่นำมาทำนาเกลือต้องเสียค่าภาคหลวง ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอีก" ระยอง ปิยะโชคณากุล ประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาเกลือบ้านแหลม จ.เพชรบุรี กล่าวถึงท่าทีของเกษตรกร
มนู อารมณ์ดี เหรัญญิก กลุ่มเกษตรกรทำนาเกลือบ้านแหลม จ.เพชรบุรี กล่าวว่า หากเกลือสมุทรเป็นอุตสาหกรรมชาวนาเกลือสมุทร เท่ากับว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะต้องเสียค่าภาคหลวงเหมือนเหมืองแร่ และมีปัญหาเรื่องแรงงาน อายุต่ำกว่า 15 ปี มาหาบเกลือไม่ได้ ที่ผ่านมามีการจ้างเหมาขนเกลือกันเป็นกระทง เด็กสามารถมาช่วยพ่อแม่ตักเกลือใส่หาบให้พ่อแม่หาบได้ และหากเป็นภาคเกษตรเมื่อชาวนาเกลือประสบหาภัยธรรมชาติ ก็จะได้รับการช่วยเหลือในฐานะเกษตรกร หากเป็นอุตสาหกรรมจะไม่เข้าข่าย และไม่ได้รับการช่วยเหลือ
ดังนั้นหากรัฐบาลขีดกรอบให้การทำนาเกลือสมุทรเป็นอุตสาหกรรม แน่นอนชาวนาเกลือสมุทรจะได้รับผลกระทบ เพราะต้องเข้าระบบอุตสาหกรรม ทั้งที่เกลือทะเลทำมาตั้งแต่โบราณ "ไม่เห็นด้วยที่จะให้การทำนาเกลือสมุทรเป็นอุตสาหกรรม เพราะการทำนาเกลือสมุทร มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และตั้งแต่โบราณมาคนทำนาเกลือสมุทรถือว่าตัวเองเป็นเกษตรกรไม่ใช่นายเหมือง การทำนาเกลือจะเป็นอุตสาหกรรมได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีการใช้เครื่องจักร ชาวนาเกลือ ชาวนาเกลือสมุทรใช้แต่แรงงานคน ใช้น้ำทะเล ผมไม่เห็นด้วยที่จะยกฐานะชาวนาเกลือสมุทรเป็นนายเหมืองเพราะมันขัดกับวิถีชีวิตของชาวนาเกลือสมุทร" สวาท ฉิมพาลี เกษตรกรชาวนาเกลือสมุทร กล่าว
เช่นเดียวกับ สนั่น เดชเพชร ชาวนาเกลือสมุทร อ.เมือง จ.เพชรบุรี ให้ความเห็นว่า การทำนาเกลือสมุทรก็คล้ายกับการทำนาข้าว ต้องใช้พื้นที่มากเหมือนๆ กัน นาข้าวมีการไถพรวนดิน นาเกลือใช้รถบดอัดดิน นาข้าวใช้เครื่องสูบน้ำเข้านา และนาเกลือก็ใช้เครื่องสูบน้ำเข้านาเช่นกัน “นาข้าวกับนาเกลือวิถีการทำไม่แตกต่างๆ กันมาก หากพูดถึงการใช้เครื่องจักรแล้ว นาข้าวใช้มากกว่าเพราะการเก็บผลผลิต นาเกลือสมุทรใช้แรงงานคนหาบ แต่นาข้าวใช้รถเกี่ยว เพราะหากให้ชาวนาเกลือสมุทรเป็นอุตสาหหกรรม ชาวนาข้าวก็ต้องเป็นอุตสาหกรรมด้วย” สนั่น กล่าว
กล่าวสำหรับสภาพการทำนาเกลือสมุทรแล้ว ที่ผ่านมาชาวนาเกลือสมุทรจะประสบปัญหาความเดือดร้อนจากราคาเกลือสมุทรตกต่ำเพราะเกลือสมุทรจากประเทศอินเดีย และประเทศเวียดนาม เข้ามาตีตลาด รวมทั้งกรณีของเกลือสินเธาว์ในประเทศเอง ดังนั้นหากการทำนาเกลือสมุทร ถูกยกระดับเป็นอุตสาหกรรม แน่นอนว่านั่นคือการทำให้ต้นทุนการผลิตเกลือสมุทรสูงขึ้น และที่สุดแล้วนั่นอาจจะเป็นแรงกดดันให้อาชีพชาวนาเกลือสมุทรต้องล่มสลายลงในที่สุด
"กัมปนาท ขันตระกูล"



