
พลิกฟื้นผืนป่าร่วมอนุรักษ์น้ำ ทางแก้วิกฤติผู้ใหญ่ "ทองสิทธิ์"
ผู้นำชาวบ้าน หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการอนุรักษ์ผืนป่าชุมชนบนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำหลักของหมู่บ้าน ก่อนจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
แหล่งเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรที่สำคัญของชาวบ้าน สำหรับ "ทองสิทธิ์ มอญแสง" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านโปง ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
หลังอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2528 แต่ปัญหากลับไม่มีน้ำในอ่างโดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากป่าต้นน้ำของหมู่บ้านถูกทำลาย ความชุ่มชื้นของผืนดินไม่มี ทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำที่ใช้ในการเกษตร ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
"เมื่อก่อนบริเวณนี้แห้งแล้งมาก ต้นไม้ใหญ่ๆ แทบจะไม่มีให้เห็น ถูกตัดหมด แต่ที่เห็นต้นไม้ใหญ่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจากอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้สร้างเสร็จ เพราะมีการรณรงค์ให้ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ป่า มีการปลูกป่าเพิ่มทุกปี เพราะผืนป่าตรงนี้ถือเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ ก่อนจะไหลลงสู่อ่างห้วยโจ้"
แต่กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ใหญ่ทองสิทธิ์ยอมรับว่าต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับชาวบ้านอยู่นานในการรับรู้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับ เนื่องจากชาวบ้านโปงส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวนผลไม้ เช่น ลำไย มะม่วงน้ำดอกไม้ และปลูกไม้ดอกไม้ประดับ มักจะเกิดปัญหาการขาดน้ำในช่วงฤดูแล้ง จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำอย่างเร่งด่วน
"ที่ตรงนี้เป็นที่สาธารณะ ก่อนหน้านี้มีการจัดสรรให้ชาวบ้านในหมู่บ้านทำกิน แต่ปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะต่างก็แย่งอยากได้พื้นที่ใกล้ถนน จึงเกิดปัญหาถึงขั้นฆ่ากัน ผมก็เลยเอาที่ตรงนี้คืนมาเป็นที่ส่วนกลางให้ทุกคนมีส่วนร่วมกันเป็นเจ้าของ ช่วยกันดูแลรักษา จากนั้นปัญหาต่างๆ ก็ไม่มีอีกเลย" ผู้ใหญ่ทองสิทธิ์ ย้อนอดีตให้ฟัง
ขณะเดียวกันปัญหาการแย่งน้ำในอ่างของชาวบ้านที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนหน้านี้ ก็มีการจัดตั้งกลุ่มบริหารจัดน้ำในอ่างห้วยโจ้ โดยตนเองเป็นประธานเพื่อจัดสรรน้ำให้คนในหมู่บ้านอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งที่ผ่านมาผู้ที่อยู่ท้ายน้ำมักจะไม่ได้รับประโยชน์จากน้ำในอ่างห้วยโจ้แต่อย่างใด
นับเป็นตัวอย่างผู้นำของชาวบ้านในการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งกันดารกลับมาสู่ความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ทั้งในเรื่องป่าชุมชนต้นน้ำ การบริหารจัดการน้ำในอ่างห้วยโจ้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อความอยู่ดีกินดีของสมาชิกในหมู่บ้านนั่นเอง
"สุรัตน์ อัตตะ"



