
เครือข่ายฯยันถวายฏีกาในหลวงพรุ่งนี้
"ไชยวัฒน์" ระบุ ถวายฏีกาในหลวงพรุ่งนี้ ด้านสุเทพติงเครือข่ายคนไทยฯถวายฎีการะคายเคืองเบื้องสูง ปรามทำอะไรคิดถึงหัวใจคนไทยทั้งปท.บ้าง
(17ม.ค.) นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ แถลงยืนยันว่าพรุ่งนี้จะเดินขบวนธรรมยาตราเพื่อถวายฏีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรณีที่รัฐบาลไม่ปกป้องรักษาอธิปไตยโดยจะออกจากทำเนียบรัฐบาลในเวลา 09.59 น. หลังเสร็จสิ้นภาระกิจจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะเปิดถนนพิษณุโลกหรือไม่
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ปิดถนนพิษณุโลกชุมนุมยื้ดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลทำให้เกิดปัญหาการเจรจาติดขัด ว่า ตนต้องขอความกรุณาผู้ชุมนุมว่าจะต้องไม่ชุมนุมในลักษณะที่เป็นการปิดถนน เพราะทำให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน และเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ไปเจรจาพูดคุยเพื่อให้การชุมนุมอยู่ในกรอบและขอบเขตของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างเหตุผลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม จึงจำเป็นต้องปิดถนนยอมรับได้ หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลตามความเป็นจริง เมื่อถามว่า นอกจากการเจรจาแล้วรัฐบาลไม่มีมาตรการที่จะจัดการหรือ นายุสเทพ กล่าวว่า เราทำกันในลักษณะที่พยายามให้เกิดความเข้าใจ มีความสำนึกที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ
เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจากสำนักสันติอโศก ซึ่งศาลได้ตัดสินแล้วว่ามีความผิดข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ และการชุมนุมปิดถนนไม่มีเหตุผลเพียงพอ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า รัฐบาลคงจะไปแก้ประวัติศาสตร์ไม่ได้ ประวัติศาสตร์เป็นอย่างไรก็ว่ากันไปแต่รัฐบาลดูในสภาพปัจจุบัน กลุ่มผู้ชุมนุมจะดำเนินการอะไรก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลรักษากฎหมาย
เมื่อถามว่า เป็นห่วงกรณีที่เครือข่ายคนไทยรักชาติ จะยื่นถวายฎีกาเพื่อขับไล่รัฐบาลในวันที่ 18 ม.ค.นี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เกิดมาเป็นคนไทย ต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และต้องตระหนักว่าคนไทยทั้งประเทศ ไม่ประสงค์ที่จะให้มีอะไรที่เป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะฉะนั้นการที่จะไปดำเนินการอะไร ขอให้คิดถึงหัวใจของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศนี้ด้วย
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรในการหาทางออกกับปัญหาเหล่านี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนได้บอกหลายครั้งแล้วว่ากรณีที่มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีวิธีการใด ที่จะดีกว่าการพูดคุยเจรจากัน ซึ่งเราต้องอดทนและใจเย็น การที่ทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายออกไปนั้นไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเรามีที่ตั้งติดกันจะอพยพหลบหนีกันไปก็ไม่ได้ ดังนั้นต้องอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจ หากใช้วีธีการอื่นรังแต่จะทำให้เกิดความเสียหาย จึงต้องพูดคุยกันทุกเวที และคิดว่าในสัปดาห์นี้คงจะมีความคืบหน้ามากขึ้น
เมื่อถามว่าความคืบหน้าที่ระบุคือ การมีสัญญาณที่ดีที่คนไทยที่เหลือจะได้รับประกันตัวใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอพูดในภาพรวมดีกว่า ส่วนรายละเอียดเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ และส่วนตัวคิดว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น เมื่อถามว่า สื่อมวลกัมพูชาระบุศาลอาจจะตัดสินคดีนี้ในช่วงวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลไม่ได้มีการคาดการณ์อะไร รอดูกระบวนการยุติธรรมกัมพูชาว่าจะดำเนินการเป็นอย่างไร หลังจากนั้นเราก็จะปูทางในการเตรียมการแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนจะเป็นอย่างไรขอให้รอคำพิพากษามาก่อน
เมื่อถามว่า มองปรากฏการณ์ที่คนเสื้อแดงไปให้กำลังและขึ้นเวทีของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติอย่างไร นายุสเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าคนอื่นมองและคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เมื่อถามว่า กลัวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะแตะมือกับคนเสื้อเหลือง และจะส่งผลเป็นแรงกดดันอย่างใดอย่างหนึ่งต่อรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนพยายามมองด้วยความเข้าใจและไม่มีอะไรที่ต้องกังวลใจ ทั้งนี้รัฐบาลถูกกดดันมาตลอด แต่เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่สามารถทำตามสิ่งที่คนอื่นกดดันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลปิดกั้นไม่รับฟังใคร แต่รัฐบาลนี้ฟังทุกฝ่าย แต่กับเรื่องแรงกดดันหรือความกดดันอื่นๆ นั้น รัฐบาลต้องอดทน
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มผุ้ชุมนุมจะอาศัยสถานการณ์นี้ ชุมนุมยืดเยื้อจนถึงวันที่ 25 ม.ค. ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนัดชุมนุมใหญ่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ที่จริงเราก็รู้กันมาตลอดว่าสิ่งที่เขาพูดคุยกันเราก็พอเข้าใจ ซึ่งรัฐบาลคงจะป้องกันคนมาชุมนุมได้ยาก เมื่อถามว่า รัฐบาลได้เตรียมหาทำเนียบรัฐบาลสำรองหรือไม่ หากการชุมนุมของม็อบยืดเยื้อ นายสุเทพ กล่าวว่า “เปล่าครับ อยู่ที่นี่แหละ และไม่ทราบว่าผู้ชุมนุมจะมาเยอะหรือมาน้อยแต่เชื่อว่าประชานคนไทยไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้นในบ้านเมือง”



