
แกนนำนปช.ขึ้นศาลตรวจหลักฐานคดีก่อการร้าย
แกนนำนปช.ขึ้นศาล ตรวจหลักฐานคดีก่อการร้าย ทนาย ระบุ อ้างสืบพยานร่วม 300 ปากแจงสิทธิชุมนุมตาม รธน.-ยันไม่ใช่ก่อการร้าย ขณะจตุพร-การุณ สอบคำให้การ ยืนกรานปฏิเสธ ศาลนัดอีกครั้ง 28 ก.พ.รอฟังการรวมสำนวนหน.การ์ด นปช.
ที่ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ม.ค.54 ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. กับพวกที่เป็นแกนนำและแนวร่วม นปช. รวม 19 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก และฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จากกรณี เมื่อ วันที่ 28 ก.พ.-20 พ.ค.53 ต่อเนื่องกัน พวกจำเลย ได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม ปนช. ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ยุบสภา
โดยเมื่อถึงเวลา 11.00 น. ศาลได้เริ่มกระบวนพิจารณา ซึ่งศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ จำเลยที่ 2 และนายการุณ โหสกุล จำเลยที่ 9 ฟังจนเป็นที่เข้าใจแล้วสอบคำให้การ ทั้งนี้จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
อย่างไรก็ดีเนื่องจากอัยการโจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนคดีนี้ กับคดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอร่าม แสงอรุณ หัวหน้าการ์ด นปช.จำเลยคดีก่อการร้าย โดยมีผู้ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอีก 4 ราย อีกทั้งทนายจำเลยได้ยืมสำนวนคดีส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประกอบการยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยตัวชั่วคราว และจำเลยได้ยื่นคำร้องเข้ามาในหลายกรณี ดังนั้นศาลจึงให้นัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับคำร้อง พร้อมกำหนดนัดวันสืบพยานอีกครั้ง ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมกำชับให้จำเลยที่ 1 ,2 และ 9 ที่ได้รับการประกันตัว มาร่วมการพิจารณาคดีในนัดหน้า และห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมฟังการพิจารณา
นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช.กล่าวว่า ทีมทนายเตรียมยื่นคำร้องต่อ นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอเปลี่ยนตัวองค์คณะผู้พิพากษาในคดีเนื่องจากเห็นว่าไม่ให้โอกาสจำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเปิดเผย เนื่องจากไม่อนุญาตให้กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมฟังการพิจารณาคดี



