ข่าว

พรรคชนกลุ่มน้อย-อาเซียนหนุนเลิกบอยคอตพม่า

พรรคชนกลุ่มน้อย-อาเซียนหนุนเลิกบอยคอตพม่า

17 ม.ค. 2554

ย่างกุ้ง-พรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์พม่าประสานเสียงอาเซียน เรียกร้องตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่า ก่อนหน้าที่สภาชุดใหม่จะเปิดประชุมเป็นครั้งแรกสิ้นเดือนนี้

สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เรียกร้องเมื่อวันอาทิตย์ (16 ม.ค.) ให้สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ที่บังคับใช้กับพม่ามานานหลายปี เพื่อลงโทษการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ร่วมจากพรรคการเมืองหลักของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่าที่ออกมาในวันเดียวกัน

 แถลงการณ์ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของตะวันตกก่อให้เกิดอุปสรรคและความยุ่งยากในการทำการค้า การลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการพัฒนาพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่า จึงต้องการให้สหรัฐและสหภาพยุโรปยกเลิกมาตรการเหล่านี้

 แถลงการณ์ร่วมลงนามโดยพรรคประชาธิปไตยชนชาติฉาน พรรคพัฒนาชนชาติยะไข่ พรรคแห่งชาติชิน พรรคประชาธิปไตยแห่งภูมิภาคมอญ และพรรคของพีเอสพีดี ทั้ง 5 พรรคนี้ จะมีที่นั่งรวมกัน 57 ที่นั่ง ในรัฐสภาชุดใหม่ ที่จะเปิดการประชุมครั้งแรกในวันที่ 31 มกราคมนี้ แต่พรรคสหภาพเอกภาพและการพัฒนา ที่รัฐบาลพม่าให้การหนุนหลัง ได้ที่นั่งมากที่สุดจากการเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นแค่จัดฉาก

 ด้าน นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ กล่าวนอกรอบการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน บนเกาะลอมบอกของอินโดนีเซียว่า สมาชิกอาเซียนมีความเห็นตรงกันเรื่องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่า โดยขอให้ประเทศที่คว่ำบาตรพม่าทบทวนมาตรการนี้ เนื่องจากมีผลต่อการพัฒนาพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงว่า พม่าได้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า และจัดการเลือกตั้งแล้วเมื่อปีก่อน

 นายนาตาเลกาวา กล่าวด้วยว่า อาเซียนยินดีที่พม่าจัดการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน อย่างครอบคลุมและโปร่งใส และยินดีที่มีการปล่อยตัวนางซูจีจากการถูกกักบริเวณในบ้าน 7 ปีครึ่ง แต่สองเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอ อาเซียนขอสนับสนุนให้พม่าเจรจากับผู้นำฝ่ายค้านและกลุ่มต่างๆ ในประเทศ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพม่า

       ทั้งนี้ รัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ มีจุดยืนว่า จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่าต่อเมื่อเห็นความก้าวหน้าของประชาธิปไตยเสียก่อน ส่วนนางซูจีก็มีท่าทีอ่อนลงในเรื่องนี้ จากที่เคยให้การสนับสนุนการคว่ำบาตรรัฐบาลพม่าอย่างแข็งขัน