ข่าว

แบงก์รัฐดีเดย์วาเลนไทม์ปล่อยกู้5พันล.แท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์-หาบเร่จ่ายดบ.แค่12%

แบงก์รัฐดีเดย์วาเลนไทม์ปล่อยกู้5พันล.แท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์-หาบเร่จ่ายดบ.แค่12%

17 ม.ค. 2554

หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศ 9 มาตรการ "ปฏิบัติการร่วมเดินหน้า ปฏิรูปประเทศไทย" หรือประชาวิวัฒน์และนำเข้าสู่การอนุมัติของคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ 3 อาชีพหลัก

 คือ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ และหาบเร่ แผงลอย โดยรัฐมีนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารอิสลาม (ไอแบงก์) และธนาคารกรุงไทย ร่วมปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนอาชีพดังกล่าวเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้มากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวมีวงเงินรวม 5,000 ล้านบาท

 รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้แรงงานนอกระบบ เช่น ให้คนขับรถแท็กซี่มีโอกาสผ่อนรถได้ถูกกว่าการจ่ายค่าเช่ารายวัน และช่วยให้แม่ค้าหาบเร่เข้าถึงแหล่งเงินกู้ เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มอีกประมาณ 2  หมื่นคน จากเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 2 หมื่นคน ส่วนกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องมีการขึ้นทะเบียน และมีบัตรประจำตัวยืนยันการประกอบอาชีพ ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบเรียกเก็บเงินนอกระบบและเป็นการสนับสนุนเงินกู้ในการจัดซื้อรถจักรยานยนต์เพื่อประกอบอาชีพด้วย ซึ่งจากตัวเลขเบื้องต้นพบว่า มีจำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างทั้งสิ้น 103,747 คน จากจำนวนวินที่มีทั้งหมด 4,488 วินทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ

 5แบงก์ดีเดย์ปล่อยกู้วาเลนไทน์

 จากการสำรวจความพร้อมของสถาบันการเงินรัฐทั้ง 5 แห่ง มีการแบ่งวงเงินในความรับผิดชอบ ดังนี้ ธนาคารออมสินวงเงิน 2,000 ล้านบาท, เอสเอ็มอีแบงก์วงเงิน 1,100  ล้านบาท, ธ.ก.ส. วงเงิน 400 ล้านบาท, ไอแบงก์ 500 ล้านบาท และธนาคารกรุงไทยอีก 1,000 ล้านบาท โดยทุกแบงก์จะปล่อยกู้ทั้ง 3 กลุ่ม คือ คนขับแท็กซี่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างและหาบเร่ แต่อาจจะมีหลักเกณฑ์เงื่อนไข รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยต่างกันขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแบงก์ เพราะหากมีปัญหาในอนาคตแบงก์ต้องรับผิดชอบเอง โดยทุกแบงก์ตกลงร่วมกันว่าจะเริ่มให้กู้เงินในโครงการได้วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะตรงกันวันวาเลนไทน์พอดี จึงถือเป็นการมอบของขวัญให้กลุ่มคนอาชีพดังกล่าว ที่ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร และทุกแห่งตกลงใจที่จะคิดดอกเบี้ยเท่ากันที่อัตรา 12%ต่อปี หรือ 1% ต่อเดือน

 นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารพร้อมเข้าร่วมโครงการกับรัฐบาลในวงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อให้สินเชื่อกลุ่มแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ และหาบเร่แผงลอยนำไปใช้หมุนเวียนประกอบอาชีพ มีหลักเกณฑ์จะปล่อยผ่านการรวมตัวเป็นกลุ่มตั้งแต่ 10-25 คน วงเงินประมาณ 2 ล้านบาทต่อกลุ่ม ขึ้นอยู่กับความสามารถในการกู้ของแต่ละกลุ่มลูกค้าด้วย โดยกลุ่มที่เข้ามาขอกู้จะต้องเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันจะช่วยให้การพิจารณาปล่อยกู้ง่ายขึ้นและเร็วกว่าการปล่อยสินเชื่อเป็นรายบุคคลที่ต้องใช้เวลาในการพิจารณาสินเชื่อราว 2 สัปดาห์

 สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้น ธนาคารจะคิดกับกลุ่มในอัตรา 6% ต่อปี จากนั้นกลุ่มจะนำไปพิจารณาปล่อยต่อกับสมาชิกในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 20% ต่อปี นอกจากนั้นธนาคารได้วางหลักเกณฑ์การคิดดอกเบี้ยของกลุ่มกับสมาชิกว่า จะต้องแบ่งอัตราดอกเบี้ยส่วนหนึ่งไปเป็นเงินออม และเงินสวัสดิการของกลุ่มด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมการออม และทำให้สวัสดิการแก่สมาชิกของกลุ่มดีขึ้น
 
 ธ.ก.ส.ขยายฐานในเมือง400ล้าน

 นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการ ธ.ก.ส. ระบุว่า จากการสรุปเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายในการเข้าร่วมโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล โดยการเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกด้านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำนั้น ธ.ก.ส.รับมา 400 ล้านบาท ถือเป็นวงเงินไม่มากนักหากเทียบกับแบงก์อื่น เพราะเป็นการนำร่องปล่อยกู้รายย่อยที่ไม่ใช่เกษตรกรและอยู่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลครั้งแรก โดยจะแบ่งเป็นการปล่อยกู้เพื่อซื้อรถยนต์นำไปประกอบอาชีพของกลุ่มแท็กซี่ วงเงิน 200 ล้านบาท และปล่อยกู้ให้วินมอเตอร์ไซค์รวมกับหาบเร่ แผงลอยอีก 200 ล้านบาท

 “ธ.ก.ส.ยังไม่ชำนาญการปล่อยกู้ลักษณะดังกล่าว ครั้งนี้ถือเป็นการโครงการนำร่องเพื่อเรียนรู้และทำเสริมกับออมสินที่น่าจะเป็นสถาบันการเงินหลัก เพราะมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว โดยขณะนี้ได้มอบนโยบายและซักซ้อมแผนดำเนินการแก่พนักงานสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปแล้ว และเนื่องจากสาขาของธ.ก.ส.มีน้อย อาจจะใช้วิธีการเชิงรุกเดินเข้าหาลูกค้าด้วย” นายลักษณ์กล่าว

 สำหรับวิธีการปล่อยกู้ให้แท็กซี่นั้น จะปล่อยผ่านสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจและเจรจาไปแล้ว 2-3 แห่ง โดยจะคิดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ บวก 2% หรือประมาณ 6.75% จากนั้นสหกรณ์นำไปปล่อยต่อให้สมาชิกรายละไม่เกิน 8 แสนบาท ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ผ่อนชำระนาน 5 ปี โดยผู้กู้ต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์และขับแท็กซี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี มีความต้องการเปลี่ยนรถใหม่ หรือต้องการเป็นเจ้าของรถแทนการจ่ายค่าเช่ารายวันที่ปกติจ่ายวันละ 1,000 บาท หากเช่าซื้อก็จะจ่ายเพียงวันละ 500 บาท มองว่าคนขับแท็กซี่น่าจะมีความสามารถผ่อนชำระได้โดยไม่เกิดปัญหา ส่วนสหกรณ์ที่ได้รับส่วนต่างดอกเบี้ยไปก็ควรนำส่วนนั้นมาจัดสวัสดิการให้สมาชิกเพิ่มเติมด้วย เช่น การฝึกอบรมด้านภาษี การเจรจาต่อรองเพื่อจัดซื้อรถราคาถูก เป็นต้น

 ส่วนของวินมอเตอร์ไซค์และหาบเร่ แผงลอย รวมกันวงเงิน 200 ล้านบาท อาจมีเงื่อนไขต่างกันเล็กน้อย โดยขอให้ผู้กู้รวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อมาขอกู้ในรูปของกลุ่มไปปล่อยต่อในอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน โดยให้กู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท แต่หากผู้กู้ไม่อยากรวมตัวเป็นกลุ่มก็สามารถรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และเดินเข้ามาขอกู้จากแบงก์ได้เช่นกัน โดยในกลุ่มต้องค้ำประกันไขว้ทั้งหมด เพื่อให้รับผิดชอบร่วมกันหากมีปัญหาในอนาคต

 “การพิจารณาสินเชื่อกลุ่ม หรือกลุ่มสหกรณ์จะรวดเร็ว เพราะเป็นการรวมกลุ่มกู้ และเรารู้จักลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของเกษตรกรที่มาทำงานในกรุงเทพฯ โดยวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ก็น่าจะเปิดให้ยื่นขอกู้ได้ทันที ส่วนของแท็กซี่น่าจะปล่อยกู้ได้ 250 คน วินมอเตอร์ไซค์และหาบเร่รวมกันอีกประมาณ 4,000 คน และมองว่า ไม่น่าจะเป็นหนี้เสีย เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้แน่นอน แบงก์เองก็ต้องคัดกรองลูกค้าระดับหนึ่งและมีการติดตามที่เข้มข้นขึ้น คาดว่าภายใน 3-4 เดือน ก็น่าจะปล่อยกู้ได้หมด"
 
 เอสเอ็มอีแบงก์ให้กู้หาบเร่แสนบาท

 นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีรับวงเงินมา 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็นปล่อยกู้ผู้ขับแท็กซี่ 500 ล้านบาท และวินมอเตอร์ไซค์รวมหาบเร่อีก 600 ล้านบาท โดยจะพิจารณาให้เป็นรายบุคคล ส่วนของแท็กซี่จะให้กู้รายละไม่เกิน 8 แสนบาท เพราะบางส่วนอาจมีเงินดาวน์ของตัวเองส่วนหนึ่งคิดอัตราดอกเบี้ย 6.5% ต่อปี ผ่อนชำระนาน 6 ปี ขณะที่วินมอเตอร์ไซค์และหาบเร่ จะให้กู้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท โดยพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะการกู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ก็มีราคาเพียง 4-5 หมื่นบาทเท่านั้น ส่วนหาบเร่ก็ให้ตามความจำเป็น แต่ทั้ง 2 กลุ่มนี้จะคิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี ซึ่งแม้จะคิดแตกต่างกับแท็กซี่ แต่หากคำนวณเป็นภาระโดยรวมก็จะไม่แตกต่างกันมาก

 “ธนาคารมีความพร้อมอยู่แล้วคาดว่า 14 กุมภาพันธ์นี้ จะเริ่มเปิดรับคำขอกู้เงินได้ทันที และจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน 3-5 วัน เหมือนกับการปล่อยกู้ช่วยเหลือผู้ประกอบการราชประสงค์ หรือน้ำท่วมก่อนหน้านี้ โดยวงเงินที่ใช้ในโครงการไม่มีปัญหา ธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพออยู่แล้ว”

 ส่วนความรับผิดชอบของไอแบงก์นั้น นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ระบุว่า ไอแบงก์รับผิดชอบวงเงิน 500 ล้านบาท ทั้งกลุ่มแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งหาบเร่แผงลอย เนื่องจากมองว่าความต้องการซื้อรถใหม่ของกลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์คงมีไม่มากนัก โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์รีไฟแนนซ์ไม่ได้ และแท็กซี่ก็น่าจะมีรถเดิมอยู่แล้ว แต่หากจะกู้เพื่อซื้อรถใหม่จะให้กู้รายละไม่เกิน 7 แสนบาท ตามราคาของโตโยต้า อัลติส ส่วนมอเตอร์ไซค์ให้กู้รายละ 4 หมื่นบาท ตามราคาฮอนด้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ขณะที่หาบเร่น่าจะขอกู้รายละ 2-3 หมื่นบาท หรือไม่เกิน 5 หมื่นบาท ซึ่งจะต้องรวมตัวกันมาขอกู้เงิน เพื่อให้ในกลุ่มค้ำประกันไขว้กันไปมา และจะคิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี หรือ 1% ต่อเดือน ตามที่ทุกแบงก์ตกลงกัน แต่ของไอแบงก์อาจจะมีพิเศษตรงที่หากเป็นกลุ่มคนที่ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ จะลดเหลือ 0.75% หากเป็นกลุ่มผู้หญิงต้องทำมาหาเลี้ยงชีพอาจลดลงเหลือ 0.5% ต่อเดือน และสามารถผ่อนชำระได้นาน 5 ปี

 "การปล่อยกู้กลุ่มนี้ไม่น่าจะมีความเสี่ยงสูง เพราะก่อนหน้านี้ไอแบงก์เคยทดลองปล่อยหาบเร่แผงลอยไปแล้วพบว่ามีหนี้เสียน้อยเพียง 1% และส่วนใหญ่ก็นำไปประกอบอาชีพจริง แต่อาจจะลดความเสี่ยง โดยการให้ผ่อนชำระเข้ามาเป็นรายสัปดาห์ได้ด้วย เพราะส่วนใหญ่มีรายเข้ามาทุกวัน และหากต้องไปกู้นอกระบบก็จะมีดอกเบี้ยสูงถึง 20-30%"

 ส่วนของธนาคารกรุงไทยนั้น ตั้งวงเงินไว้ 1,000 ล้านบาท โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับแบงก์อื่นๆ และน่าจะปล่อยกู้ได้เร็ว เพราะมีสาขามากกว่าแบงก์รัฐอื่น โดยอัตราดอกเบี้ยที่คิดก็จะอยู่ในระดับเดียวกันไม่เกิน 12% หรือ 1% ต่อเดือน