
ปล่อยกู้แรงงานนอกระบบซื้อบ้านธอส.เจาะคนรายได้ต่ำกว่าหมื่น-ชูดอกเบี้ยต่ำคงที่2
ธอส.ส่งสินเชื่อบ้านใหม่เจาะกลุ่มแรงงานนอกระบบรายได้ต่ำกว่าหมื่นบาท เตรียมวงเงินรองรับ 5 พันล้านบาท จูงใจด้วยดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.99% ให้ผ่อนนาน 30 ปี เริ่มกุมภาพันธ์นี้ คาดช่วยผู้มีรายได้ซื้อบ้านได้เพิ่มอีกหมื่นราย
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมสินเชื่อประเภทใหม่รองรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ เช่น คนขับแท็กซี่ ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แม่ค้าพ่อค้าหาบเร่ แผงลอย อาชีพรับจ้างต่างๆ ที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท เพื่อเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้มีบ้านเป็นของตัวเองและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานนอกระบบก่อนหน้านี้ โดยสินเชื่อที่ธนาคารเตรียมไว้มีวงเงินทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มปล่อยกู้ได้วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้
สำหรับเงื่อนไขในการปล่อยกู้นั้น ธนาคารจะถือเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความช่วยหลือเป็นพิเศษ จึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 2 ปีแรกที่ระดับ 2.99% ซึ่งถือว่าต่ำสุดในระบบแม้ว่าจะมีบางธนาคารให้ดอกเบี้ย 0% ในระยะ 3-6 เดือน แต่หากคิดเฉลี่ย 2 ปีจะอยู่ที่ 3.5% โดยหลังจากปีที่ 3 จะคิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 1% และให้กู้นานถึง 30 ปี วงเงินต่อรายน่าจะไม่เกิน 4-5 แสนบาท ในการซื้อคอนโดมิเนียมแถบชานเมืองหรือบ้านมือสอง บ้านเอื้ออาทร หรือบ้านมั่นคง เป็นต้น แต่เชื่อว่าผู้กู้ส่วนใหญ่จะซื้อเป็นบ้านหลังแรก คาดว่าจะช่วยให้มีจำนวนผู้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 หมื่นราย
"การปล่อยกู้กลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำนั้น ธนาคารไม่กลัวว่าจะมีความเสี่ยงมาก เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่มีความตั้งใจจริงในการซื้อบ้าน และเป็นกลุ่มที่ประกอบอาชีพมีรายได้เข้ามาจริง ไม่ว่าจะ วินมอเตอร์ไซค์ ขับแท็กซี่ ค้าขาย หรือรับจ้างอื่นๆ หากกู้ 4-5 แสนบาท ก็จะมีภาระผ่อนต่อเดือนเพียง 2,000 บาทเท่านั้น เทียบกับรายได้ที่เกือบหมื่นบาทก็น่าจะมีความสามารถจ่ายค่างวดได้ ซึ่งธนาคารเปิดช่องให้ผู้กู้มีอายุรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระได้ถึง 75 ปี เทียบกับแบงก์อื่นให้เพียง 65 ปีเท่านั้น" นายวรวิทย์กล่าว
นอกจากนั้น ยังให้สิทธิประโยชน์ลูกค้ากลุ่มใหญ่ของธนาคารคือ สินเชื่อสวัสดิการภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มมีรายได้ประจำและหักผ่านบัญชีเงินเดือนเพิ่มเติม โดยจะคิดดอกเบี้ยในอัตรา 0% ระยะเวลา 6 เดือน จากนั้นเดือนที่ 7-24 คิดเอ็มอาร์อาร์ ลบ 2% ส่วนเดือนที่ 25 ขึ้นไปขึ้นดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ ลบ 3% โดยเดือนที่ 25 หากลูกค้าผ่อนชำระตรงตามกำหนดจะให้โบนัสพิเศษ แถมดอกเบี้ย 0% อีก 1 เดือนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เชื่อว่าสินเชื่อทั้ง 2 ตัวที่จะออกมานี้น่าจะดึงดูดลูกค้ารายใหม่เข้ามาได้มากขึ้น ส่วนของลูกค้าเก่าก็ต้องมีแคมเปญออกมาเพื่อดูแลฐานลูกค้าไม่ให้รีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่นด้วย



