ข่าว

 สวมรอย..คนงานก่อสร้างลวงฆ่า"แม่บ้าน"ชิงทรัพย์

สวมรอย..คนงานก่อสร้างลวงฆ่า"แม่บ้าน"ชิงทรัพย์

17 ม.ค. 2554

“ตอนแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูกล้องวงจรปิด พอเห็นรูปร่างหน้าตาคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แล้วก็คุ้นตา และยังคิดในใจว่าขออย่าให้เป็นคนที่เราคิดเลย” นายศราวุธ จันทร์ผง อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรังสิต

 เจ้าของบ้านเลขที่ 92/144 หมู่บ้านเมืองเอก โครงการ 3 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี บอก หลังจากถูกคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปในบ้านแล้วใช้มีดจ้วงแทง จำลอง ตี่ด้วง วัย 53 ปี สาวใหญ่ที่คอยดูแลบ้านถึง 7 แผลจนเสียชีวิต ก่อนจะรื้อค้นทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทหลบหนีไป

 ช่วงเย็นวันที่ 10 มกราคม พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ สิงหเทพ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต อ.เมือง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านของนายศราวุธ และ นางนันทิ สุทธิการนฤนัย ซึ่งมีแม่บ้านวัย 53 ปี อยู่เพียงลำพัง คนร้ายได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวและลำคอรวม 7 แผล ทิ้งศพให้นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นบ้านใกล้กับบันไดทางขึ้นชั้นสอง

 นายศราวุธ เจ้าของบ้านให้การว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ได้ว่าจ้าง นายสุกัน และ นางแสงเดือน สีลาธุรี สองสามีภรรยา อาชีพเป็นผู้รับเหมามาปรับปรุงต่อเติมบ้านหลังนี้ และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่บ้านใกล้เคียงหลายจุดสามารถจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้ จึงทราบว่าคนร้าย คือนายสุชาติ หรือ อั๋น สีลาธุรี วัยเพียง 19 ปี ลูกชายของช่างที่รับเหมาต่อเติมบ้านนั่นเอง

 คดีนี้ได้รับความสนใจจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รรท.ผบช.ภ.1 เป็นอย่างมากเนื่องจากคนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยมต่อหญิงสูงอายุ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เข้ามาควบคุมการสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายอย่างใกล้ชิด

 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายและคำบอกเล่าของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว โดยนายสุชาติ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าลงมือจริง โดยอาศัยความสนิทสนมกับผู้ตายและเจ้าของบ้านทั้งสอง จนรู้ช่องทางเข้าออก รวมทั้งทราบว่าบ้านหลังนี้มีทรัพย์สินมากจนเกิดความโลภ  จึงรอจังหวะที่นางจำลองอยู่บ้านเพียงลำพังจึงลงมือ

 นายสุชาติ ให้การว่า ตอนเช้าของวันเกิดเหตุได้เดินทางจากกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มาบ้านหลังที่ก่อเหตุ แล้วเรียกให้นางจำลองเปิดประตูบ้าน โดยอ้างว่ามาตรวจสอบดูความเรียบร้อยของบ้าน พอสบโอกาสนางจำลองออกไปรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้าน จึงเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สิน แต่พอนางจำลองกลับเข้ามาในบ้านแล้วมาเห็นเข้า จึงต่อว่าและขัดขวาง จนเกิดการต่อสู้กัน จึงวิ่งเข้าไปหยิบมีดปลายแหลมในครัวออกมาแทงนางจำลองหลายครั้งจนล้มลง จากนั้นรวบรวมเอาทรัพย์สินเป็นเครื่องทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน มุ่งหน้ากลับไปกระทุ่มแบน และนำของไปขายเป็นบางส่วน จนถูกตำรวจที่นั่นค้นตัวและยึดเอาทรัพย์สินที่ได้มาเอาไว้

 "ผมเห็นท่าไม่ดีจึงหลบหนีต่อไปยัง จ.นครพนม จนกระทั่งมาถูกจับ ผมยอมรับว่าผมติดยา ต้องการเงินมาใช้จ่ายและซื้อยามาเสพ” นายสุชาติ สารภาพ
 
 นางนันทิ เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ไม่เคยคิดเลยว่านายสุชาติจะเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะว่ารู้จักกับนายสุกัน และนางแสงเดือน ผู้เป็นพ่อแม่ของเขาเป็นอย่างดี เนื่องจากบ้านของทั้งสองอยู่ใกล้กับบ้านของพ่อของตน และจะเรียกสามีภรรยาคู่นี้มาทำงานให้ที่บ้านอยู่ตลอดจนคุ้นเคยกัน ตอนที่เขาเดินทางมากับพ่อแม่เขาเพื่อมาทำงานให้กับที่บ้านของตนหลังนี้จึงให้ความไว้วางใจ เข้าออกได้ตลอดเวลา ไม่คิดเลยว่าเขาจะลงมือได้ถึงเพียงนี้ คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ในการเตือนสติ ถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีให้แก่คนที่รู้จักกันอย่างดีนั้น อาจจะนำภัยมาสู่ตัวเองได้ โดยเฉพาะกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่ต้องเฝ้าบ้านอยู่เพียงลำพัง ยิ่งต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นยามเมื่อมีคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวมาเยี่ยมเยือน ทางที่ดีไม่ควรเปิดประตูบ้านให้คนอื่นในยามที่เราอยู่เพียงลำพังจะเป็นการดีที่สุด

 -  พนอ  ชมภูศรี -