
ลองดูกันก่อน
การประกาศกฎเหล็กของ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกมามั่วสุมเกิน 4 ทุ่ม
รับรองถูกอกถูกใจผู้ปกครองส่วนใหญ่แน่นอน
แต่มีนักสิทธิมนุษยชนบางคน นักวิชาการบางสาย พากันโวยวายหาว่าไปจำกัดสิทธิเสรีภาพเด็ก
ในความเป็นจริงคงไม่มีตำรวจไปไล่จับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ตามท้องถนนหรอกเพราะดูที่เจตนาของเด็กก็รู้แล้ว
อย่างเด็กคนไหนกำลังรอรถหรือเลิกเรียน แม้กระทั่งอยู่ตามร้านอาหาร มองดูก็รู้ว่าตั้งใจมามั่วสุมหรือมานั่งกินข้าว
เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในเป้าหมาย
แต่ที่ตำรวจนครบาลพยายามลดอาชญากรรมจากวัยรุ่นกลุ่มเสี่ยงเพราะเชื่อว่าต้นเหตุส่วนหนึ่งมาจากการมั่วสุมตามแหล่งบันเทิง คาราโอเกะ ผับ บาร์ หรือแม้แต่ร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ที่มีอยู่เกลื่อนทุกตรอกซอกซอย
กลุ่มนี้ต่างหากที่ตำรวจจะดำเนินการ ผู้ปกครองของเด็กพวกนี้แหละที่ต้องรับผิดชอบ หากไม่ว่ากล่าวตักเตือนก็ถือว่าปล่อยปละละเลย
ในช่วงที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็สั่งจัดระเบียบสังคม ตั้งแต่สถานบริการ ร้านข้าวต้มรอบดึกที่มักมีดนตรีแฝง เด็กหนุ่มสาวถูกล่อลวงเข้าไปอยู่ในวงจรเสียคนไปก็มาก
ช่วงนั้นเคยมีแนวคิดจะปรามเด็กคล้ายกับแบบนี้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ โดนโวยวายเสียก่อน ต้องล้มเลิกไป
มาครั้งนี้ต้องถือเป็นความกล้าหาญของ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ที่ออกมากำหราบเด็กในลักษณะนี้
ที่จริงถ้าผู้ปกครองที่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เด็กมีความประพฤติดี ครอบครัวอบอุ่น แทบไม่ต้องมาสนใจว่าตำรวจจะไปละเมิดสิทธิเด็ก
บางทีสังคมอาจมองเพียงด้านเดียว สิทธิเสรีภาพของเด็กไม่ใช่ตัวการันตีว่าอนาคตจะพ้นปากเหหยี่ยวปากกา
จริงอยู่เด็กก็ควรได้รับสิทธินั้น แต่เด็กก็ควรรู้จักขอบเขตหน้าที่ตัวเองด้วย ผู้ปกครองนี่แหละตัวดี ทำเด็กเสียอนาคตมาไม่รู้เท่าไร
ลูกไปก่อคดีถูกจับ ก็หาว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งเรื่องพวกนี้ตรวจสอบได้ หากตำรวจทำนอกลู่นอกทางก็ร้องเรียน เชื่อว่าไม่มีตำรวจคนไหนไปนั่งจับผิดเด็ก ถ้าไม่ไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำผิดกฎหมาย
ถ้ามีใครคอยสอดส่องให้เด็กเดินอยู่ในกรอบย่อมดีกว่าให้เด็กไปเผชิญกับภัยในสังคม
อย่าไปตื่นตูมกับเรื่องสิทธิเสรีให้มากเกินเหตุ ให้ตำรวจเขาทำแล้วมาดูกัน บางทีวัยรุ่นบ้านเราอาจมีจิตสำนึกมากขึ้นกว่าผู้ปกครองขี้โวยวายก็ได้!!



