ข่าว

มาร์คยันรัฐทหารติดตามเขมรเสริมกำลัง

มาร์คยันรัฐทหารติดตามเขมรเสริมกำลัง

16 ม.ค. 2554

‘อภิสิทธิ์’ยันรัฐ-ทหารติดตามเขมรเสริมกำลัง เตรียมคุยหลักปฏิบัติ2ประเทศ

(16ม.ค.) เมื่อเวลา 10.45 น. ที่อาคารหอประชุมคุรุสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวกัมพูชาเสริมกำลังเข้ามาตรึงแนวชายแดนว่า เรื่องการเคลื่อนไหวมีการเปลี่ยนแปลงปรับกำลังกันอยู่ตลอด ทางทางกองทัพรัฐบาลทราบดีมีการติดตามประสานงาน   เมื่อถามว่า การปรับกำลังของทางกัมพูชามีผลมาจากเรื่องกรณีการจับตัว 7 คนไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว มีเหตุการณ์อื่นๆ ทางเราสนใจในส่วนเหตุการณ์ของเรา แต่ของกัมพูชาก็มีปัญหาที่มันต่อเนื่องมาหลายกรณีเหมือนกัน อย่างที่เคยย้ำกรณี 7 คนไทย หากคลี่คลายไปคงจะได้มาคุยกันทั้งหมด

 เมื่อถามว่า มีการปรับกำลังลักษณะนี้จะทำให้เกิดการเผชิญหน้าตึงเครียดระหว่างกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ระดับพื้นที่จะมีการประสานงานกันอยู่ ดังนั้นคิดว่า คงไม่มีปัญหาแต่หลังจากเหตุการณ์คลี่คลายคาดว่า ประมาณสัปดาห์หน้าคงจะเริ่มต้นคุยกันอีกทีหนึ่งในเรื่องชายแดนทั้งหมดของทั้ง 2 ฝ่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่   ตนคิดว่า มันมีหลักการใหญ่ที่เป็นกรอบเจรจาคงไม่เป็นปัญหา แต่สิ่งที่ต้องทำงานละเอียดมากขึ้นคือ แต่ละจุดพื้นที่ที่จะมีปัญหาแตกต่างกันไป เช่น ขณะนี้เรามีปัญหาประชาชนของเรา ซึ่งมีปัญหาที่ทำกิน บางพื้นที่เป็นปัญหาการตัดไม้ มีการข้ามกันไปมา โดยผิดกฎหมายต้องไปไล่ดู อย่างละเอียดมากขึ้น

 เมื่อถามว่า ในส่วนของไทยมีความชัดเจนในข้อตกลงตามนโยบาย หากชาวกัมพูชาข้ามมาจะไม่ให้เข้าสู่กระบวนการศาลและพิจารณาปล่อยตัวไป จะทำอย่างไรให้กัมพูชาปฏิบัติเช่นเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องคุยกัน ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า กัมพูชาเขาต้องหยิบยกกรณีที่มีการปะทะ มีการสูญเสียขึ้นมาเหมือนกัน   เมื่อถามว่า จำเป็นต้องทำอะไรให้เป็นตัวอย่าง ในการปฏิบัติให้กัมพูชากรณีที่รุกล้ำข้ามแดนโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันอยู่ในกรอบที่จะต้องมีการมาสะสางกัน แต่ละพื้นที่น่าจะทราบข้อเท็จจริงดี เพราะแต่ละพื้นที่ภูมิประเทศประวัติความเป็นมา อยากจะให้ประชาชนได้เข้าใจด้วยว่าบริเวณแนวชายแดนที่ยาวทั้งหมด มันมีชุมชนที่ข้ามกันไปมาอยู่ค่อนข้างมาก แต่พอมีคนจากนอกพื้นที่เข้าไปจะเกิดความหวาดระแวงว่า เพื่ออะไร อย่างไรต้องมาทำความเข้าใจต่อกัน

 เมื่อถามว่า การเจรจาจะต้องมีการจัดทำหลักการพิจารณาส่งตัวกลับกรณีที่มีการเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องคุยกันให้ชัดเจน จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ได้คุยกันไปแล้วโดยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ   เมื่อถามว่า นาย ซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเดินทางมาเยือนไทยยังเป็นกำหนดการเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นที่คุยจะได้มีการนัดคุยกันกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาเรื่องมรดกโลก   เมื่อถามว่า  ไทยส่งคำเชิญไปแล้ว กัมพูชายังไม่ตอบกลับมา ปัญหาปราสาทพระวิหารจะยืดเยื้อออกไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ให้ยืดเยื้อ เพราะว่าทั้งหมดต้องคุยกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิ.ย. ต้องมาทำความเข้าใจกันว่า ขณะนี้เงื่อนไขตรงนี้มันทำให้มีความตึงเครียดมากขึ้น เรามีข้อตกลง(เอ็มโอยู)ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา(เจบีซี)อยู่ควรจะดำเนินการตามนั้นก่อน เพื่อไม่เกิดปัญหากับการบริหารจัดการพื้นที่ทั้งหลายที่เกิดขึ้น เพราะอย่างไรเราต้องรักษาสิทธิ์ของเรา

 เมื่อถามว่า นาย อัษฎา ชัยนาม ประธานเจบีซีฝ่ายไทย ลงพื้นที่พบปัญหาอุปสรรคในการที่จะเจรากับทางกัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สัปดาห์ที่จะถึงนี้ ตนจะเชิญนายอัษฎามาคุยกัน   เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการให้ข้อมูลในลักษณะที่นายกฯไปหลอกลวงประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อครู่ตนก็พูดในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภสิทธิ์"ว่า ตนพบกับประชาชนที่นำเอาเอกสารสิทธิ์มายืนยัน เพราะมีความกังวลว่า เป็นไปได้หรือไม่เอกสารสิทธิ์เสียภาษีมาทุกปี กลายเป็นไปอยู่ในเขตกัมพูชา ก็บอกไปว่า ได้มีการตรวจสอบโดยทางกรมที่ดินแล้ว เอกสารสิทธิ์เหล่านั้นอยู่ในเขตไทยทั้งสิ้น จากนั้นมีการสอบถามเรื่องปัญหาการจับกุม 7 คนไทยโดยเฉพาะประชาชนที่ได้ดูคลิปวิดีโอที่นาย พนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์กับคณะ เดินขึ้นจากทุ่งนาแล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน ซึ่งฝ่ายประชาชนบอกว่า ถนนเส้นนั้นถ้าเดินไปเรื่อยๆจะเข้าเขตไทยมากขึ้นเรื่อยๆเหตุใดจึงไปบอกว่า มีปัญหาจับกุมนอกเขตไทยหรือไม่ ตนได้อธิบายให้ทราบว่า ถ้าดูวิดีโอตลอดทั้ง 20 กว่านาทีจะพบว่า จุดนั้นกับจุดที่ถูกจับกุมห่างกันโดยเดินไปอีกประมาณ 10 กว่านาที ที่สำคัญคณะไม่ได้เดินตรงแต่มีการเลี้ยวซ้าย ซึ่งการทำความเข้าใจพูดคุยกันเข้าใจกันดี เมื่อมีคนพยายามไปบอกว่า ไปขอไม่ให้พูดเรื่องจับกุม ซึ่งตนเพียงแต่บอกว่า วันนั้นคุยกับประชาชนบอกใครจะพูดอะไรขอให้ระมัดระวังอย่าให้ไปกระทบกระเทือนกับ 7 คนไทย เพราะเราต้องการให้ช่วย 7 คนกลับมาเสียก่อน เมื่อเรื่อง 7 คนคลี่คลายแล้ว มันจะสามารถพูดทุกสิ่งทุกอย่างได้เต็มที่ ดังนั้นไม่ได้มีการไปโกหก หักหลัง และไม่มีเรื่องข้อมูลไม่ตรงกัน วันนั้นนั่งคุยกันข้อมูลก็ตรงกันทุกอย่าง

 เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยมีการพูดถึงสถานะส.ส.ของนายพนิชบ้างหรือไม่ นายอภสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไร เพราะยังไม่มีคำพิพากษา แต่หากมีการพิพากษาออกมาก็ต้องดูกันอีกที แต่ว่าทั้งหมดรอให้กระบวนการของศาลเสร็จสิ้นตรงนั้นก่อน แล้วจึงจะมีความชัดเจนในเรืองนี้