ข่าว

รบ.ใหม่ตูนิเซียเดินหน้าปฏิรูปการเมือง

รบ.ใหม่ตูนิเซียเดินหน้าปฏิรูปการเมือง

16 ม.ค. 2554

ตูนิส-ผู้นำรักษาการของตูนิเซียประกาศเดินหน้าปฏิรูปการเมืองหลังเข้ารับตำแหน่งก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นภายใน 60 วัน ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ชาติตะวันตกฝากความหวังรัฐบาลใหม่สร้างประชาธิปไตยในดินแดนภายใต้การปกครองอดีตเผด็จการตลอด 23 ปีที่ผ่านมา

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (16 ม.ค.) ว่าบรรยากาศภายในประเทศตูนิเซียยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด กองทัพได้ส่งทหารและรถถังประจำการในเมืองหลวงเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ระหว่างที่ประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงความยินดีไปตามท้องถนน หลังจากที่พลังประชาชนสามารถโค่นล้มนายซีเน เอล อาบิเดีน เบน อาลี ประธานาธิบดีตูนิเซียผู้นำเผด็จการที่ปกครองประเทศนานถึง 23 ปี ได้เมื่อวันเสาร์ (15 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทำให้อดีตผู้นำเผด็จการต้องลี้ภัยไปยังซาอุดีอาระเบียในวันเดียวกันนั้น

 นายฟูเอด เมบาซซา ประธานรัฐสภา วัย 78 ปี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแทนอดีตผู้นำเผด็จการ เมื่อวันเสาร์และได้ประกาศว่าชาวตูนิเซียทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการเมืองของประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น "ในช่วงเวลานี้ประเทศต้องการรัฐบาลที่มีเอกภาพเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศ" และยืนยันว่าจะจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

 ด้านนายโมฮัมเหม็ด กานนูชชี อดีตนายกรัฐมนตรี เริ่มหารือกับพรรคการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ในการวางระบอบการเมืองในประเทศ ซึ่งนายมุสตาฟา เบน จาฟฟาร์ ประธานกลุ่มที่ประชุมเพื่อการเคลื่อนไหวและเสรีภาพ เปิดเผยว่า มีกลุ่มผลประโยชน์หลายกลุ่มได้เข้าพบนายกานนูชชี เพื่อหารือเกี่ยวกับกระบวนการนำประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและหารือถึงรูปแบบของรัฐบาลผสมเพื่อสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล รวมทั้งการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นภายใต้การตรวจสอบของต่างประเทศ

 นายเบน จาฟฟาร์ ระบุว่า การหารือดังกล่าวไม่ได้ปิดโอกาสพรรคเบน อาลี ของอดีตผู้นำเผด็จการในการลงแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นแต่อย่างใด

 ประเทศมหาอำนาจเช่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้ชาวตูนิเซียอยู่ในความสงบโดยเร็วและเรียกร้องให้ประเทศนำระบอบประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในตูนิเซียเรียกว่า "การปฏิวัติดอกมะลิ"

 ฝรั่งเศสอดีตเจ้าอาณานิคมของตูนิเซียและพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของอดีตผู้นำเผด็จการ ระบุว่าชาวตูนิเซียได้แสดงออกถึงความต้องการระบอบประชาธิปไตย และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ขณะที่กลุ่มประเทศอาหรับระบุว่าการโค่นล้มอำนาจนายเบน อาลี เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์

 นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่าการปฏิวัติโดยชาวตูนิเซียอาจจุดประกายการปฏิวัติเพื่อโค่นล้มอำนาจผู้นำเผด็จการในตะวันออกกลาง เช่น อียิปต์ อิหร่าน และซีเรีย ต่อไป