ข่าว

วันครูถวายพระราชสมัญญา"ในหลวง"

วันครูถวายพระราชสมัญญา"ในหลวง"

16 ม.ค. 2554

นายกรัฐมนตรีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา"พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันครูประจำปี 2554 พร้อมกล่าวในรายการเชื่อมั่นฯคาดการปรับเงินวิทยะฐานะครู และค่าตอบแทนครู จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรที่จะเปิดส

วันนี้(16ม.ค.54) เวลา 09.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์และมอบรางวัลในงานวันครู ประจำปี พ.ศ. 2554 เพื่อน้อมระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พร้อมทำพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้คำขวัญวันครู ว่า " เทิดพระเกียรติทั่วหล้า บูชาครูของแผ่นดิน ภูมินทร์ ภูมิพล" โดยมี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายดิเรก พรสีมา ประธานกรรมการคุรุสภา ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ประมาณ 800 คน ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กรุงเทพมหานคร

เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงหอประชุมคุรุสภา ได้ทำพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" พร้อมอ่านคำประกาศถวายราชสดุดี เสร็จแล้วได้ถวายพวงมาลัยบูชาบูรพาจารย์ และคารวะครูอาวุโส ดร.คุณหญิงอัมพรมีสุข และมอบของที่ระลึกแด่ครูอาวุโส

ขณะที่นายสมบัติ แก้วสุจริต เป็นผู้นำอ่านโองการอัญเชิญบูชาบูรพาจารย์ โดยมี นายนิยม ศรีวิเศษ ครูอาวุโสนอกประจำการ กล่าวนำพิธีสวดคำฉันท์ระลึกถึงพระครูบูรพาจารย์ ทำนองสรภัญญะ และนางจุไรรัตน์ วรรณยิ่ง ครูอาวุโสในประจำการ นำผู้ร่วมชุมนุมกล่าวคำปฏิญาณตน

จากนั้นแล้วนายกรัฐมนตรี ได้มอบของที่ระลึกแก่ ผู้อ่านโองการอัญเชิญบูชาบูรพาจารย์ ครูอาวุโสนอกประจำการ และครูอาวุโสในประจำการ พร้อมมอบรางวัลแก่ ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับ "รางวัลคุรุสภา" ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับ "รางวัลตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู" ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัล "ครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น" ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพทางการศึกษารับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "คุรุสดุดี" ผู้ชนะการประกวดคำขวัญวันครู ผู้ชนะการประกวดบทร้อยกรองเทิดเกียรติคุณครู ผู้ชนะการประการกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู และผู้ชนะการประกวดวาดภาพ เนื่องในโอกาสวันครู

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเป็นประธานในงานวันครู ประจำปี 2554 รวมทั้งได้มาร่วมในพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" แด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และได้มีโอกาสแสดงกตเวทิตาคุณต่อครู ผู้มีพระคุณต่อวิชาชีพการศึกษา ท่ามกลางมหาสมาคมของผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครูคือผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างทรัพยากรบุคคลให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพของประเทศ งานของครูเป็นการนำพาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมีหลักการ อีกทั้งครูยังเป็นผู้ปฏิบัติงานตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพอย่างไรก็ดีครูที่เป็นแบบอย่างที่ดีนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ครูผู้ที่เป็นต้นแบบและเป็น "ครูแห่งแผ่นดิน" คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรทุกสาขาอาชีพ ทรงพระเมตตาสั่งสอนและถ่ายทอดความรู้ด้านต่าง ๆ ให้แก่พสกนิกรทุกเพศ ทุกวัยอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องกันมายาวนานนับแต่เสด็จเถลิงสิริราชสมบัติจนถึงปัจจุบันถึง 64 ปี ตลอดรัชสมัยอันยาวนานนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดตั้งโรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนระบบทางไกลผ่านดาวเทียม โครงการพระดาบส โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ โรงเรียนในชนบท และโรงเรียนนอกระบบ ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริและทรงพระกรุณารับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่เยาวชนและประชาชนในการประกอบอาชีพและดำรงชีพอย่างมีคุณภาพ เป็นพลเมืองดีของสังคม และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระกรุณาพระราชทานการศึกษาแก่ประชาชนผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อให้ราษฎรในชนบทประกอบอาชีพอย่างได้ผล ทรงสนพระราชหฤทัยในงานวิชาการด้านต่าง ๆ มาโดยตลอด ทำให้ทรงสามารถสร้าง"องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาประเทศ และได้พระราชทานพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทแก่พสกนิการในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางในการพัฒนาความรู้และการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม " นายกรัฐมนตรี กล่าว

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณคุณครูทุกคนที่มีปณิธานเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทและการทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้านต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลให้เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ารุ่งเรือง สำหรับการปฏิรูปการศึกษาในระยะที่สองที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายการปฏิรูปให้สอดคล้องกันทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพครู พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรการผลิตครูให้ครูมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู อุทิศตน เสียสละและแสวงหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อก้าวให้ทันศาสตร์หรือวิทยาการของโลก ซึ่งรัฐบาลตระหนักในความสำคัญของครู จึงมีนโยบายส่งเสริมให้ครูประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และพยายามแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ของครู เป็นต้น

ทั้งนี้นอกจากปัญหาด้านคุณภาพครูที่ต้องรับภาระค่อนข้างมากเกี่ยวกับจำนวนนักเรียนในห้องเรียนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีชั่วโมงการสอนที่มีอัตราเฉลี่ยสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD แล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครูไทยยังประสบปัญหาอีกหลายด้าน เช่น จิตวิญญาณของความเป็นครูลดต่ำลง ขาดการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของผู้เรียน และรายได้ของครูก็ไม่ค่อยเพียงพอทำให้มีครูจำนวนไม่น้อยหันไปสู่การสอนในรูปแบบที่มุ่งแสวงหารายได้มากขึ้น ดังนั้นในปี 2554 รัฐบาลจึงมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพครู และประกาศให้ปี 2554 เป็น "ปีคุณภาพครู" ซึ่งนอกจากจะมีการดำเนินการเพื่อเร่งพัฒนาคุณภาพครูในด้านต่าง ๆ แล้ว รัฐบาลจะได้ปรับค่าตอบแทนครูให้เหมาะกับวิชาชีพ ปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินวิทยฐานะ ขจัดอุปสรรคของการประกอบวิชาชีพครู รวมทั้งจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 บัญญัติไว้ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างขวัญ กำลังใจ และส่งเสริมให้ครูมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพครูมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความหวังว่า ครูทุกคนจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลในการปฏิรูปการศึกษาและในกระบวนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของทุก ๆ ฝ่าย และแสดงบทบาทของครูอย่างเข้มแข็งในการปลูกฝังให้เกิดค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงามแก่เด็กและเยาวชน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น ในการดำเนินชีวิตการดำรงรักษาศิลปะวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไว้ให้มั่นคงยั่งยืน และการอุทิศตนทำงานเพื่อส่วนรวม ช่วยกันนำพาคนในสังคมให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมไทยให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกคนที่ได้รับความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ เป็นเกียรติประวัติที่ดีงามในชีวิตการทำงานของคุณครูและครอบครัว รวมทั้งจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้วงการวิชาชีพครูได้รับการยกย่องสรรเสริญ จึงขอให้ทุกท่านดำรงรักษาคุณความดีนี้ไว้ให้ยั่งยืน

ต่อจากนั้น นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา ได้มอบข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาวิชาชีพต่อนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรี ได้ถวายพวงมาลัยสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ( บริเวณหน้าห้องประชุม) พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" และนิทรรศการผลงานครูที่ได้รับรางวัล ณ บริเวณสนามหญ้าด้านข้างหอประชุมก่อนเดินทางกลับ

คาดการปรับเงินวิทยะฐานะครูเข้าสภา
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิเช้านี้ ว่า รัฐบาลได้สร้างแรงจูงใจให้แก่ครูในด้านต่างๆ โดยขณะนี้ได้เสนอการปรับเงินวิทยฐานะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรที่จะเปิดสมัยประชุมในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ได้ โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีการปรับฐานเงินเดือน ปรับค่าตอบแทนของครู อีกทั้งยังมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับครูที่ต้องปฏิบัติหน้าที่พิเศษ อาทิ ครูเสี่ยงภัย ครูในพื้นที่ทุรกันดาร การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตลอดจนการปรับปรุงระบบการประเมินพัฒนาวิชาชีพครู ให้เชื่อมโยงกับความสามารถในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการเร่งรัดจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู และการแก้หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ
ที่เน้นเชิงประจักษ์

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จะพยายามแก้ไขปัญหาครูที่ต้องปฏิบัติงานนอกเหนือจากการสอน อาทิ งานธุรการ การเงิน อาคารสถานที่ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว และจะพยายามแก้ไขให้ดีขึ้นในอนาคต รวมถึงการจัดทำแนวทางดูแลช่วยเหลือครูทุกกลุ่มอย่างรอบด้านต่อไป

รมว.ศธ.ประธานในพิธีทำบุญตักบาตร
 
นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ในพิธีถวายข้าวสารและทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป จากวัดชูจิตธรรมาราม บริเวณสนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในงานวันครู ครั้งที่ 55 ซึ่งมีคณะผู้บริหาร คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครู ผู้บริหารสถานศึกษา บุคคลากร ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธี เพื่อรำลึกถึงบุญคุณครูเป็นจำนวนมาก หลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าแล้ว กระทรวงศึกษาธิการ ยังมีกิจกรรมรำลึกพระคุณครู บริเวณหอประชุมคุรุสภา

สงขลาทำบุญให้กับครูที่เสียชีวิต

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2554 ที่บริเวณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในโรงเรียน มหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลาในพระอุปถัมภ์ฯ นายนริศ สังขวงศ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันครู โดยมีครูจากโรงเรียนต่างๆในจังหวัดสงขลา นำอาหารหวานคาวมาร่วมกันทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับครูที่เสีย ชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องในงานวันครูที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่งในวันนี้ โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 30   รูปมารับบิณฑบาตร 
                                                                                                              
 สำหรับงานวันครูของจังหวัดสงขลาปีนี้ 2554   จัดขึ้น   ที่หอประชุมเปรม 100 ปี โรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา โดยมีนายพิรสิญจ์   พันธ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เดินทางมาเป็นประธานในพิธี มี พิธีประกาศการถวายพระราชสมัญญานามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ” การอ่านสารประธานกรรมการการคุรุสภา   และร่วมกันประกอบพิธีบูรพาจารย์ด้วยการสวดคำฉันท์ระลึกถึงพระคุณ บูรพาจารย์ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติครูดีเด่นประจำปี 2553 เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของ วิชาชีพและเป็นแบบอย่างที่ดี   โดยการลด ละ เลิก อบายมุข

 ถาวรเผยเตรียมอนุมัติเงิน“พสร.”ช่วยครูใต้

 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานในงานวันครูจังหวัดยะลาประจำปี 2554 ที่ทางคณะกรรมการจัดงานวันครูจังหวัดยะลา ได้จัดขึ้น โดยในการจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และเป็นการร่วมรำลึกถึงครูที่เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมาด้วย   ซึ่งมีบรรดาข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมงานกว่า 1 พันคน

 ในการนี้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบโล่ และเกียรติบัตร เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับผู้บริหารสถานศึกษา และครูดีเด่นจังหวัดยะลา ประจำปี 2553 ด้วย

 นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงครูในพื้นที่ปัตตานีเมื่อวาน( 15 มค) ที่ผ่านมา ตนเองต้องขอแสดงความเสียใจ และก็ต้องขอให้เพื่อนครูในพื้นที่ต้องไม่ประมาทในการเดินทางไปปฎิบัติงาน และกลับจากสถานศึกษา รวมทั้งการทำภารกิจส่วนตัว ซึ่งตนเองได้พูดคุยกับฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ว่าจะต้องให้การดูแลครูอย่างใกล้ชิด เพราะครูคือกลุ่มเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบต้องการสร้างความสะพรึงกลัว และสะเทือนขวัญ   ดังนั้นสิ่งที่อยากให้ครูหรือผู้บริหารได้ตระหนักคือ ความไม่ประมาทโดยเด็ดขาด

 “สำหรับประเด็นขวัญและกำลังใจ ในเรื่องเงินค่าตอบแทนพิเศษสู้รบ (เงิน พสร.) ที่ทางพี่น้องครูทางใต้ ต้องการให้ทางรัฐบาลสนับสนุน   ซึ่งก็ได้รับหลักการเอาไว้แล้ว ก็คงต้องรอการขับเคลื่อน เงินดังกล่าวเชื่อว่าจะได้อย่างแน่นอน เพราะหากพูดถึงความเสี่ยง กลุ่มครูถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมาโดยตลอดและไม่มีอาวุธป้องกันตัว ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว

 นายถาวร ยังกล่าวถึงมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยครูหลังเกิดเหตุยิงครูที่ปัตตานีว่า มาตรการก็คือครูต้องไม่ประมาท และครูจะต้องแจ้งให้หน่วยกำลังทราบว่า จะมีภารกิจอะไรบ้าง รวมทั้งไม่ควรเดินทางเพียงลำพัง และเดินทางไปในที่เปลี่ยว   ส่วนกรณีพื้นที่นำร่องการประกาศยกเลิก พรก.ฯ ในพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี   ก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ลดกระแสการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ที่กล่าวหาว่า พรก.ฯไปรบกวนสิทธิของพี่น้องประชาชนในพื้นที่   ส่วนการยมการป้องกันพื้นที่ ที่ประกาศยกเลิก พรก.นั้น ก็มีชุดไทยอาสาป้องกันชาติ (ทส.ปช.) อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน   อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยอำเภอ   ที่จะร่วมกันดูแลความปลอดภัยในพื้นที่   ส่วนเป้าหมายในการยกเลิก พรก.ในพื้นที่อื่นนั้น ก็คงจะเป็นพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา   และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

ครูพิษณุโลกทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์

 เมื่อเวลา  07.00 น.ที่บริเวณสนามหน้าโรงแรมอมรินทร์ลากูน อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายปรีชา  เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายบุญรักษ์  ยอดเพชร  ผู้อำนวย การสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก  เขต 1พร้อมคณะครู นักเรียน กรรมการสถานศึกษา และประชาชน  ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตร แด่พระสงฆ์ เนื่องในวันครู ประจำปี  2554  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และเพื่อเป็นการธำรงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาติ

 นายปรีชา  เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  กล่าวว่า การประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันครูของ จ.พิษณุโลก  ในปีนี้นอกจากจะเป็นการทำเพื่อรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์  แล้วยังปีที่กระทรวงศึกษาธิการ  ได้ถวายพระราชสมัญญานาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” อีกด้วย

 นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และทำพิธีมอบเกียรติบัตรครูดีในดวงใจของ จังหวัดพิษณุโลก  ให้กับครูดีเด่น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติครูที่เป็นแบบอย่างที่ดีของ  จังหวัดพิษณุโลก และ ในภาคบ่าย ได้จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาและสังสรรค์งานวันครู ณ สนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลก 

คณะครูอุตรดิตถ์ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันครูแห่งชาติ

 เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 16 มกราคม ที่หน้าอาคารภูมิราชภัฎ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ นายสิทธิชัย หาญสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคณะครู  อาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และคณะครูจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ระดับประถมศึกษา สถาบันการศึกษาสายอาชีพสังกัดกรมอาชีวศึกษา และ สถาบันการศึกษาภาคเอกชนพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ นักศึกษาคณะครุศาสตร์ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในวันครูแห่งชาติ 16 มกราคม
   
            โดยการทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ของคณะครู เนื่องในวันครูแห่งชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์พระเกษมสำราญ ทรง พระเจริญยิ่งยืนนาน   และ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อวิชาชีพ พร้อมกันนี้ยังได้ทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณของเพื่อนครูที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะครูผู้เสียสละเพื่อรำลึกถึงพระคุณ เทพแห่งความรู้ พระระลึกถึงพระคุณครู เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมปัญญาความรู้วิชาชีพครู

 นร.กะเหรี่ยงร้องเพลงพระราชนิพนธ์"ภาษากะเหรี่ยง"

 เมื่อเวลา 08.00 น.ที่บริเวณโรงเรียนกองม่องทะ หมู่ 2 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นายศักดิ์ดา ภูมรินทร์ ผอ.โรงเรียนกองม่องทะ นายธรรมเนียม มะโนรัตน์ อาจารย์ฝึกสอนดนตรี ได้นำเด็กนักเรียนชาย-หญิง ชาวกะเหรี่ยง และเด็กนักเรียนชาวกะเหรี่ยง เชื้อสายปวาเกอญอ ร่วมร้องเพลงประสานเสียงในบทเพลง ชะตาชีวิต

และเพลงทรงพระเจริญ ซึ่งเป็นภาษากะเหรี่ยง และเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติปีมหามงคล 2554 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยมี ของนายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี และคณะเข้าร่วมรับฟังเพื่อให้กำลังใจต่อคณะอาจารย์และเด็กนักเรียน

 นายศักดิ์ดา ภูมรินทร์ ผอ.รร.กองม่องทะ กล่าวว่า โรงเรียนกองม่องทะ เป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กด้อยโอกาสและเป็นเด็กในพื้นที่จุดอับ โรงเรียนกองม่องทะมีพื้นที่ในเขตบริการ 4 สาขา คือห้องเรียนสาขาบ้านไล่โว่ ห้องเรียนสาขาบ้านซาละวะ ห้องเรียนสาขาบ้านเกริงสะเดา และห้องเรียนสาขาบ้านเกาะสะเดิ่ง

โดยมีนักเรียนรวมกันทั้งหมด จำนวน 594 คน มีครูประจำการและครูจ้างสอน จำนวน 29 คน เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจนซึ่งเป็นลูกหลานของชาวกะเหรี่ยงเชื้อสายปวาเกอญอ และผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า มีอาชีพทำไร่ ไม่มีรายได้ที่แน่นอน ถึงแม้เด็กเหล่านี้จะเป็นลูกหลานชาวกะเหรี่ยง และพม่าพลัดถิ่น แต่พวกเขาก็เกิดในผืนแผ่นดินไทย รักผืนแผ่นดินไทย จึงมีความจงรักภักดิ์ดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุกพระองค์

 ที่สำคัญเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติปีมหามงคล 2554 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โรงเรียนกองม่องทะจึงได้ฝึกให้เด็กนักเรียนที่มีความสามารถในการร้องเพลงมาฝึกซ้อมร้องเพลง โดยอาจารย์ผู้ฝึกสอนได้เลือกเพลง ชะตาชีวิต และเพลงทรงพระเจริญ ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยอาจารย์ผู้ฝึกสอนใช้เวลานานกว่าสามเดือนจนเด็กสามารถร้องเพลงทั้งสองเพลงที่เลือกมาได้จนคล่อง และเป็นการร้องประสานเสียงกันได้อย่างลงตัว มีความไพเราะอย่างมาก ที่สำคัญเป็นการร้องเพลงประสานเสียงเป็นภาษากะเหรี่ยงอีกด้วย และเป็นการสื่อสารให้ชาวกะเหรี่ยงที่เกิดและอาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยเข้าใจได้เป็นอย่างดี

 ด้านนาย ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า หลังจากได้ฟังเพลงที่เด็กนักเรียนร้องซึ่งมีทั้งภาษาไทย และภาษากะเหรี่ยง ซึ่งทุกคนร้องประสานเสียงกันได้อย่างลงตัวและเพราะมาก ต่อจากนี้ไปตนจะสนับสนุนกลุ่มนักเรียนเหล่านี้ให้มีโอกาสเดินทางไปแสดงความสามารถในการร้องเพลงตามสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีให้มากขึ้น และเพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสได้รับฟัง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการศึกษาและสร้างความมั่นคงให้กับเด็กในภาคหน้าได้เป็นอย่างดี