ข่าว

ชมงานศิลป์เคล้ากลิ่นเมดิเตอร์เรเนียน@ซารุเต้

ชมงานศิลป์เคล้ากลิ่นเมดิเตอร์เรเนียน@ซารุเต้

16 ม.ค. 2554

ทั้งเกิดและเติบโตในเมืองไทย เรื่องของอาหารการกินแบบไทยก็ลองมาจนคุ้นลิ้น จนถึงเวลาที่อยากจะเปลี่ยนรสชาติ สรรหาอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่คุ้นลิ้นมากระแทกปากกันบ้างก็คงจะดีไม่น้อย วันนี้จึงถือโอกาสใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์แวะไปทำความรู้จักกับ

"ซารุเต้" ซึ่งคนย่านสาทรรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะร้านเขาเปิดให้ลิ้มลองความอร่อยในสไตล์อิตาเลียนมานานกว่า 20 ปี แต่ตอนนี้ได้ฤกษ์ดีย้ายนิวาสสถานมายึดทำเลทองในถนนสาทรซอย 10 เปิดทำการได้ราว 3 เดือน พร้อมเพิ่มความหลากหลายของอาหารมาเป็นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โดยรวมอาหารรสชาติดั้งเดิมจากหลายสัญชาติมาไว้รวมกัน อาทิ อิตาเลียน ฝรั่งเศส สเปน กรีซ โมร็อกกัน ฯลฯ แถมด้วยเมนูเด็ดๆ ที่สรรหามาเพิ่มเติมด้วยสูตรเฉพาะที่ทางร้านคิดค้นขึ้น

 ที่ซารุเต้ ธีระชัย ทองวานิช เจ้าของร้านตั้งใจให้บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเอง คล้ายนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่บ้าน ละเลียดไปพร้อมชมภาพถ่ายนับร้อย ฝีมือเจ้าของร้านที่วางเรียงรายอยู่รอบร้านก็เพลินดี แต่ถ้าชอบแบบโอเพ่นแอร์จะเลือกนั่งด้านนอกก็ไม่ผิดกติกา หรือถ้าจะนัดแนะมาสังสรรค์ เพียงเอ่ยปากบอกทางร้านเขายินดีจัดห้องแบบส่วนตั๊ว...ส่วนตัวให้ทันที 

 เดินสำรวจร้านจนน้ำย่อยเริ่มทำงาน ต้องร้องขอเมนู สอดส่ายสายตาอยู่พักใหญ่ก็ไปสะดุดที่อาหารจานแนะนำอย่าง พัวบลา อะ เฟียร่า เป็นหนวดปลาหมึกเส้นโตต้มกับเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ แล้วเอามาย่างจนหอมกรุ่น โรยหน้าด้วยผงปาปริกานิดหน่อย เนื้อปลาหมึกนุ่มๆ เคี้ยวกรุบกรับในปาก อร่อยทีเดียว ยิ่งได้รับประทานคู่กับสลัดจะช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อย จานต่อมาลองสั่ง ฮอกไกโด สแกลล็อบ วิธ ซาบายองเน่ ครีม วิธ พอชชินี่ ที่นี่เขาเลือกใช้หอยเชลล์จากญี่ปุ่นตัวโต๊...โต ราดด้วยซาบายองเน่ครีมซอสหอมกรุ่นจากเตา ตักเข้าปากพร้อมเห็ดพอชชินี่ที่รองอยู่ด้านล่าง รสชาติความหวานของหอยเชลล์ตัดกับความเค็มมันของซอส เข้ากันได้อย่างลงตัว แถมยังอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำอีกด้วย

 จานถัดมาคือ ปาเอญ่า เป็นข้าวผัดสไตล์สแปนิช ด้วยการนำข้าวไปหุงกับน้ำซีฟู้ดก่อน จะได้ข้าวที่นุ่มหนึบหอมกลิ่นเครื่องเทศ แล้วเอามาผัดกับซีฟู้ดนานาชนิด ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ นอนแผ่หรามาแน่นกระทะทีเดียว อีกจานที่มาแล้วต้องสั่งคือ ชาโตเบียง สเต๊กจากเนื้อสันในชิ้นปลายของเนื้อเทนเดอร์ลอยด์ นำมาผ่านกรรมวิธีเฟลมเบ้ที่โชว์ให้เห็นกันแบบสดๆ และมีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย เนื้อที่ได้จะนุ่มลิ้นและหวานกลมกล่อมด้วยเทคนิคเฉพาะของทางร้าน เรียกได้ว่าอร่อยแบบไร้ที่ติ

 แต่หากจะให้ครบครับความอร่อย ต้องตบท้ายด้วยขนมหวานรสชาติดีอย่าง เชอร์รี่ จูบิลี่ ในส่วนของซอสเชอร์รี่ ทางร้านโชว์การเฟลมเบ้ให้เห็นกันอย่างชัดๆ แบบติดขอบโต๊ะ เทซอสเชอร์รี่อุ่นๆ ลงจานกินคู่กับไอศกรีมวนิลา รสออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อยอร่อยลงตัวอีกเช่นกัน ก่อนจบมื้ออร่อยลองสั่ง เบอร์รี่ เบอร์รี่ ที่นำเอาสตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ มาปั่นรวมกัน เติมนมและน้ำเชื่อมเล็กน้อย แก้วนี้นอกจากจะหอมหวานเย็นชื่นใจแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินซี

 เล่ามาซะยืดยาวอร่อยซะไม่มี... แต่อย่าเพิ่งเชื่อหากยังไม่ได้ลอง ว่าแล้วรีบหาเวลาว่างไปพิสูจน์กันเล้ย... ร้านหาไม่ยากตรงเข้าไปในถนนสาทรซอย 10 ราว 50 เมตร ร้านจะอยู่ด้านขวามือ เปิดทุกวันโดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา กลางวันตั้งแต่ 11โมงเช้าถึงบ่ายสอง ส่วนช่วงเย็นเปิดยาวตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึงห้าทุ่ม หรือจะโทรสอบถามก่อนที่ 0-2234-9933 และ 0-2234-9841

 พิเศษสำหรับผู้อ่าน 'คม ชัด ลึก' ทางร้านยินดีลดค่าอาหารให้ 10 เปอร์เซ็นต์หากจ่ายด้วยบัตรเครดิต และ 15 เปอร์เซ็นต์สำหรับเงินสด ยกเว้นเซตเมนูมื้อกลางวัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะคร้า...