
จับแก๊งค้ายาคลองเปรม-ของกลาง4หมื่นเม็ด
ตำรวจ 6 รวบเครือข่ายค้ายาบ้าเรือนจำคลองเปรม ได้ของกลาง 4 หมื่นเม็ด มูลค่า 4 ล้านบาท พร้อมยึดทรัพย์สิน 5 ล้านบาท ผบช.ภ.6 เผย จับได้แค่ 10% ของล็อตใหญ่ที่นำเข้ามาจากภาคเหนือ 4 แสนเม็ด แฉเครือข่ายนี้พ่อติดคุกในเรือนจำคลองเปรม แต่ยังร่วมขบวนการกับเครือข่ายใน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 เม.ย. 2552 ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศาลทูล ผบช.ภ.6 พล.ต.ต. สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ประสาร บุณยะปาน รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว. พิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำคลองเปรม ได้ผู้ต้องหา 3 คน ยาบ้า 40,000 เม็ด พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
ชุดจับกุมนำโดยพ.ต.อ.สุกิจ สมณะ รองผบก.ศสส.ภ.6 พร้อมด้วยพ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ผกก.กสส.ภ.6 จับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า 3 คน ประกอบด้วย นายสำอาง หรือหนุ่ม นิลวงษ์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 / 53 หมู่ที่ 4 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายพูนพล หรือโอ๊ค พ่วงพยัคฆ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 / 5 หมู่ที่ 1 ต.บางมะฝ่อ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ และนายปิยะศักดิ์ สากระแสร์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 / 2 หมู่ที่ 2 ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด มูลค่า 4 ล้านบาท รถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์อง ทะเบียน บพ 8457 พิษณุโลก โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เงินสด 12,000 บาท บัญชีเงินฝาก รวมถึงยึดทรัพย์สินอีกหลายมูลค่า 5 ล้านบาท รายการ อาทิ เครื่องเย็บผ้า มูลค่า 1 ล้านบาท โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
สำหรับคดีนี้ตำรวจศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้สืบสวนทราบว่านายวันชัย สากระแสร์ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นบิดาของนายปิยะศักดิ์ สากระแสร์ เป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาค 6 และถูกจับกุมข้อหาค้ายาบ้า 10,000 เม็ด ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม แต่ยังมีพฤติกรรมสมคบร่วมค้ายาเสพคิดกับเครือข่ายค้ายาในเรือนจำกลางคลองเปรม
ต่อมาตำรวจ ศสส.ภ.6 ได้วางแผนจับกุม โดยการล่อซื้อติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวันชัย ที่ยังอยู่ในเรือนจำคลองเปรม จากนั้นนายวันชัย ได้ติดต่อกับนายตี๋ ทราบชื่อต่อว่าคือนายชัยสิทธิ์ ชูดอนไพร อยู่ในเรือนจำเช่นกัน เพื่อซื้อขายยาบ้ากัน โดยให้นายปิยะศักดิ์ ลูกชายนายวันชัย เป็นผู้มารับเงินเมื่อได้ยาบ้าแล้ว ครั้งหลังสุด นายตี๋ตกลงว่าจะขายยาบ้าจำนวน 20 มัด ประมาณ 40,000 เม็ด ในราคา 4,000,000 บาท และจะนำมาส่งมอบในพื้นที่ จ.พิษณุโลก
จากนั้น ในวันที่ 4 เม.ย.ายตี๋ ได้ให้ตำรวจติดต่อกับนายหนุ่ม ทราบชื่อภายหลังคือนายสำอาง นิลวงษ์ จะเป็นผู้นำยาบ้ามาส่งให้สายตำรวจจึงติดต่อไป ในเวลา 18.00 น.วันเดียวกัน นายสำอาง ได้นัดหมายให้ไปรับของบริเวณถนนสายเลี่ยงเมือพิษณุโลก ระหว่างแยกต้นหว้ากับแยกบ้านกร่าง พื้นที่หมู่ที่ 10 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อตำรวจไปยังจุดนัดหมาย พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น พบนายสำอาง และนายพูนพล พ่วงพยัคฆ์ นั่งอยู่ในรถ พบของกลางยาบ้า 40,000 เม็ด จึงแจ้งข้อหาและจับกุม
จากนั้นจากการสืบสวนขยายผล ทราบว่านายปิยะศักดิ์ ได้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ด้วย พนักงานสอบสวน สภ. เมืองพิษณุโลก ได้ขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ ที่ 115 / 2552 ลงวันที่ 6 เมษายน 2552 ซึ่งชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีทรัพย์สินหลายรายการ รวมแล้วมีมูลคามากกว่า 5 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศาลทูล ผบช.ภ.6 กล่าวว่า การสืบสวนของตำรวจและสำนักงานปปส . ทราบว่ามียาบ้าล็อตใหญ่เข้ามาจากชายแดนทางภาคเหนือในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยลักลอบส่งเข้าไปในกรุงเทพฯจำนวน 400,000 เม็ด แล้วส่งย้อนกลับมาขายในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ที่ครั้งนี้จับกุมได้ 40,000 เม็ด หรือประมาณ 10% เท่านั้น เป็นการสืบสวนที่ลงลึกเข้าไปจนทราบถึงเครือข่ายค้าบาบ้าในเรือนจำคลองเปรม ที่มีหลักฐานการติดต่อทางโทรศัพท์ทุกอย่าง ซึ่งเป็นจุดอ่อน เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐต้องให้ความร่วมมือป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาในเรือนจำใช้โทรศัพท์ในการติดต่อค้ายาเสพติดได้ และขณะนี้ ตำรวจภาค 6 ได้ออกหมายจำผู้ต้องหาร่วมขบวนการในเรือนจำแล้ว 3 คน



