
คอลเซ็นเตอร์-หุ้นปลอมแชมป์...โจรเศรษฐกิจ
ทิศทางและแนวโน้มของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ...ในสภาวะเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลบอกว่ากำลังเดินมาถูกทางและมีแนวโน้มดีขึ้นนั้น พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชย
-ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆที่ยังสร้างปัญหาอยู่ขณะนี้
พ.ต.อ.กิตติ : คงเป็นแก๊งคนร้ายในรูปแบบองค์กรอาชญากรรม อย่าง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งพวกจะมีความรู้ เรื่องข้อกฎหมายเป็นอย่างดี ตลอดจนพัฒนาฝีมือไปมาก เพียงแค่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ซื้อเบอร์โทรศัพท์ตามอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก มาใช้กับระบบ "VOIP" โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต วันหนึ่งคนร้ายหมุนโทรศัพท์หาเหยื่อสักร้อยคน คงมีผู้ที่หลงกลตกเป็นเหยื่อสัก 4-5 ราย บางกรณีคนร้ายก็อ้างชื่อหน่วยงานของเรา แถมยังโชว์หมายเลขที่เป็นหน่วยงานเราอีก ซึ่งแก๊งคนร้ายมีการพัฒนารูปแบบไปมาก
-มีการเตือนภัยให้ระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์บ่อยครั้ง ก็ยังมีผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออยู่
พล.ต.ต.โกวิทย์ : โดยพื้นฐานของคนเรานั้น พอเจอเรื่องแบบนี้มันก็ค่อนข้างที่จะต้องกลัว โลภ และตกใจ เวลามีคนโทรมาเราจะตกใจไว้ก่อนเลย ถ้ายังตั้งสติในตอนแรกไม่ได้ เขาถามอะไรก็จะบอกข้อมูลส่วนตัวเขาไปหมด บางกรณีอ้างเป็นตำรวจ และนำเรื่องยาเสพติดเข้ามาหลอก แต่ต้องอย่าลืมว่า ถ้าเหยื่อไม่เดินไปกดทำธุรกรรมทางการเงินที่หน้าตู้เอทีเอ็ม ปัญหาก็จะไม่เกิด แต่การปราบปรามที่ดีที่สุด คือ การป้องกัน อยากเตือนว่า เวลารับโทรศัพท์จากคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันก็อย่าเพิ่งไปให้ข้อมูล ให้มาถามคนอื่นหรือตำรวจก่อน ขอเน้นย้ำเลยว่า อยากให้ทุกคนตั้งสติดีๆ เวลามีคนแปลกหน้าโทรศัพท์เข้ามาพยายามให้เราทำธุรกรรมทางการเงิน
-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นเรื่องอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงที่สุด
พล.ต.ต.โกวิทย์ : ใช่ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด ส่วนพวกโอนเงินนอกระบบ การโกงภาษี การปั่นหุ้นที่ดูจะเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ที่จริงพวกเราก็ได้รับผลกระทบด้วย แต่ละปีมีมูลค่าสะสมแต่ละปีหลายๆ ล้านบาท จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันป้องกันระวังตัวตัวเองให้ดีเสียก่อน อย่าตกใจ ตั้งสติ รีบขอคำปรึกษาคนอื่น ถ้าทุกคนไม่ตกใจก็ไม่สามารถเป็นเหยื่อได้ อย่างไรก็ตาม คนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมได้ จึงต้องเตือนกันบ่อยๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว แล้วกว่าจะได้เงินคืนมันค่อนข้างยากมาก
-อาชญากรรมด้านเศรษฐกิจรูปแบบอื่นๆ ที่ควรระมัดระวัง
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ : สิ่งที่อยากจะฝากเตือน คือ "ใบหุ้นกู้ใบหุ้นปลอม" เพราะเวลาการซื้อ-ขายโดยที่ไม่ผ่านศูนย์ฝากหลักทรัพย์นั้น มีโอกาสจะเจอ ใบหุ้นนั้นมันปลอมเยอะมาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนเงินปันผล 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน เงินดอกเบี้ยออกหมด แต่พอครบดิวขายใบหุ้นก็ขายไม่ออก เพราะเป็นใบหุ้นกู้ปลอม แม้ว่ากรณีนี้จะนานๆ เจอกรณีหนึ่ง แต่สร้างความกระทบกระเทือนทั้งระบบการค้า อย่างเมื่อตอนต้นปีเจอมาหนึ่งรายแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาภายในองค์กร ต้องดำเนินคดีกับองค์กร เนื่องจากปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่กระทำการการทุจริตเกิดขึ้นมา
ส่วน "การซื้อขายล่วงหน้า" อย่างการซื้อสินค้าทางการเกษตร ทองคำ น้ำมัน จะมีราคาขึ้น จึงต้องมีการซื้อขายล่วงหน้า ถ้าหากดูเอกสารต่างๆ ไม่ละเอียดก็จะเหมือนมีการซื้อขายกันจริง แต่บริษัทเหล่านี้ทำเป็นขบวนการในการหลอกลวงให้หลงเชื่อ ซึ่งการลงทุนลักษณะนี้ต้องตรวจสอบต้องประสานข้อมูลให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยโอนเงินไปให้เขา และอีกเรื่องคือ สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาพาณิชย์ หรือ Non-Bank (นอนแบงก์) พวกปล่อยเงินกู้ เงินด่วน ฯลฯ ล่าสุด แบงก์ชาติ มีนโยบายช่วยเหลือพวกแท็กซี่ ด้วยการเอาเงินไปชดใช้กลุ่มนอนแบงก์ ตอนนี้ก็กำลังฟอร์มทีมกับแบงก์ชาติ ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ นอกจากนี้ก็มีเรื่อง "คนรวยที่โกงรัฐ" ด้วยการโอนเงินนอกระบบ คือโอนเงินโดยไม่ผ่านแบงก์ชาติ ถ้าผ่านทางแบงก์ชาติก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพราะการโอนเงินแต่ละครั้งจำนวนหลายสิบล้าน อย่างนี้ทำลายเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเราไม่สามารถตรวจสอบได้ยาก คนกลุ่มนี้จะเป็นคนเอาเปรียบไม่เสียภาษี ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการฟอกเงินด้วย ซึ่งเรากำลังตรวจสอบอยู่ และในอนาคตหลังจากมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะกลายเป็นอาชญากรรมในรูปแบบอีแบงกิ้ง และในอนาคต หากบ้านเรามี 3จี ก็ต้องระวังการทำธุรกรรมบนมือถือที่จะเกิดขึ้นได้แน่นอน
-หากเศรษฐกิจทั่วโลกไม่ดี ตำรวจจะมีการรับมืออย่างไร
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ : ถ้าทั่วโลกเศรษฐกิจไม่ดีแล้ว เมืองไทยเป็นประเทศที่เปิด ก็จะมีการไหลของอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเมืองไทยกำลังเปิดกว้างรองรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนนักลงทุน ก็จะเข้ามาทำธุรกรรมแล้วก็ขนเอาเงินไป ขณะเดียวกันทุกวันนี้ประเทศไทยมีชาวต่างชาติเยอะแยะไปหมด ก็อาจจะทำให้อาชญากรเหล่านี้อาศัยปะปนอยู่กับกลุ่มชาวต่างชาติเหล่านี้ ประกอบกับคนไทยจะให้ความสำคัญกับชาวต่างชาติมาก ซึ่งบางทีคนต่างชาติที่แต่งตัวดีๆ สวมสูทหรูก็อาจเป็นโจรก็ได้
-ตำรวจเศรษฐกิจต้องปรับตัวให้เท่าทันอาชญากรเหล่านี้อย่างไร
พล.ต.ต. โกวิทย์ : ต้องอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ในเรื่องของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ บางครั้งตำรวจก็ดูไม่ออกต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาอบรมให้ความรู้ ตลอดจนศึกษาข้อมูลในเรื่องนั้นๆ เพิ่มเติม อย่างเรื่อง โกงภาษี อาจไม่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจโดยตรง แต่มีความเชื่อมโยงถึงกันหมด
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ : บางครั้งเราก็ร่วมอบรมกับแบงก์ชาติ และมีการศึกษาเพิ่มเติมกันอยู่แล้ว ขณะนี้กล้ายืนยันว่า ตำรวจเศรษฐกิจค่อนข้างมีความรู้และสามารถปรับใช้ข้อกฎหมายอาญา รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินการธนาคารพอสมควรทีเดียว



