ข่าว

ซิตี้ขึ้นจ่าฝูงเชลซีอัด2-0บาเยิร์นเจ๊า

ซิตี้ขึ้นจ่าฝูงเชลซีอัด2-0บาเยิร์นเจ๊า

16 ม.ค. 2554

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ขึ้นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี เมื่อทุบ "หมาป่า" วูล์ฟ 4-3 ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" แชมป์เก่า คืนฟอร์ม ขยี้ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น 2-0 ส่วน บาเยิร์น เปิดครึ่งฤดูกาลหลังบุนเดสลีกา เมืองเบียร์ แค่แต้มเดียว เมื่อเจ๊ากับ โวล์ฟสบว

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 4-3 ที่สนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ ของตัวเอง โดย "เรือใบสีฟ้า" ได้ประตูจาก โคโล ตูเร นาที 39, คาร์ลอส เตเบซ คนเดียว 2 ประตู นาที 49 กับ 66 และ ยายา ตูเร นาที 54 ส่วน "หมาป่า" ได้ประตูจาก เนนาด มิลิยาส นาที 11, จุดโทษของ เควิน ดอยล์ นาที 67 และ โรนัลด์ ซูเบอร์ นาที 86

 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ ซิตี้ แข่ง 23 นัด มี 45 แต้ม พุ่งขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงสำเร็จ โดย แซง แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าของตำแหน่งเดิมและคู่ต่อสู้ร่วมเมือง ที่แข่งน้อยกว่า 3 นัด หนึ่งแต้ม

 เช่นเดียวกับ เชลซี ที่กลับเข้ามาอยู่ใน 4 อันดับแรก พื้นที่สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สำเร็จ เมื่อเอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-0 ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง จาก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช นาที 57 และ นิโกลาส์ อเนลกา นาที 75 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "แชมป์เก่า" แข่ง 22 นัด มี 38 แต้ม เขี่ย ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่แข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด มี 36 แต้ม หลุดท็อปโฟร์ ไปอยู่อันดับ 5

 ด้าน สโต๊ค ซิตี้ ชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 ที่สนามบริทานเนีย ของตัวเอง จาก แดนนี ฮิกกินบ็อทธัม นาที 37 และจุดโทษของ แมทธิว เอเธอริงตัน นาที 63

 ขณะที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ชนะ แบล็คพูล 3-2 ที่สนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ของตัวเอง โดย "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้ประตูจาก ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี คนเดียว 2 ประตู นาที 36 กับ 87 และ เจมส์ มอร์ริสัน นาที 52 ส่วน "ส้มซีไซด์" ไล่ตีตื้นได้จาก เดวิด วอห์น นาที 11 และแกรี เทย์เลอร์ เฟลทเชอร์ นาที 79

 ส่วน ฟูแล่ม บุกเสมอ วีแกน แอธเลติก 1-1 ถึงสนามดีดับเบิลยู ทั้งที่เจ้าบ้านขึ้นนำก่อนจาก ฮูโก โรดาเยกา นาที 57 ทว่าทีมเยือนไล่ตีเสมอได้จาก แอนดรูว์ จอห์นสัน นาที 85

 สำหรับศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี คืนเดียวกัน บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่า เปิดครึ่งฤดูกาลหลังได้เพียงแค่แต้มเดียว เมื่อออกไปเสมอกับ โวล์ฟสบวร์ก 1-1 ที่สนามโฟล์คสวาเกน อารีนา ทั้งที่ บาเยิร์น ขึ้นนำก่อนจาก โธมัส มุลเลอร์ นาที 7 ส่วน "ดี โวล์ฟ" ตีเสมอได้จาก ซาชา รีเธอร์ นาที 85 โดยเกมนี้ทั้ง 2 ฝั่งต่างพลาดจุดโทษกันคนละครั้ง เมื่อ ฟิลิปป์ ลาห์ม ของทีมเยือน ยิงไม่เข้า นาที 20 แต่ กราฟิเต ของเจ้าบ้าน ก็ยิงไม่เข้าตาม นาที 45 ส่งผลให้ บาเยิร์น แข่ง 18 นัด มี 30 แต้ม ตามหลัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมจ่าฝูง ถึง 26 แต้ม

 เนื่องจากในคืนก่อนหน้านี้ ดอร์ทมุนด์ บุกชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 3-1 ถึงสนามไบ อารีนา โดยทีมเยือนได้ 3 ประตูนำภายใน 6 นาทีเท่านั้น จาก เควิน กรอสครอยท์ซ คนเดียว 2 ประตู นาที 49 กับ 53 และ มาริโอ โกทเซ นาที 55 ส่วน "ห้างยา" ตีไข่แตกได้จาก สเตฟาน คีสลิง นาที 80 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ แข่ง 18 นัด มี 46 แต้ม ทิ้งห่าง ไมนซ์ รองจ่าฝูง ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด เพิ่มเป็น 13 แต้ม เพราะ ไมนซ์ ออกไปพ่าย สตุ๊ตการ์ท 0-1 ที่สนามกอตต์ลีบ เดมเลอร์ จากประตูโทนของ มาร์ติน ฮาร์นิก นาที 79

 ส่วน โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค บุกชนะ เนิร์นแบร์ก 1-0 ถึงสนามอีซี เครดิต จาก โรมัน นอยสตัดเตอร์ นาที 7 โดยเกมนี้เจ้าบ้านชวดโอกาสตีเสมอเมื่อ ฮาเบียร์ ปิโนยา ยิงจุดโทษพลาดนาที 86

 ด้าน ไฟร์บวร์ก บุกเสมอ ซังต์ เพาลี 2-2 ถึงสนามมิลเลิร์นทอร์ โดยเจ้าบ้านได้ประตูจาก มาริอุส เอบเบอร์ส นาที 12 และ เกราล์ด อซาโมอาห์ นาที 68 ส่วน "จิ้งจอกแห่งป่าดำ" ได้ประตูจาก ปาปิสส์ ซิสเซ คนเดียว 2 ประตู นาที 61 กับ 75 และหากกองหน้าทีมชาติเซเนกัลผู้นี้ ไม่ยิงจุดโทษพลาด นาที 11 เขาจะทำ "แฮตทริก" สำเร็จ รวมถึงจะทำให้ต้นสังกัดชนะได้อีกด้วย

 ขณะที่ แวร์เดอร์ เบรเมน ชนะ โฮฟเฟนไฮม์ 2-1 ที่สนามเวเซอร์ ของตัวเอง โดย "นางนวล" ได้ประตูจาก เคลาดิโอ ปิซาร์โร นาที 35 และ ทอร์สเทน ฟริงก์ส นาที 90 (+2) ส่วน "โฮฟเฟ" ได้ประตูโทนจาก บอริส วุกเซวิช นาที 87

 สำหรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 15 หรือ เอเชี่ยน คัพ 2011 รอบแรก นัด 2 กลุ่ม ดี อิหร่าน ชนะ เกาหลีเหนือ 1-0 ที่กาตาร์ สปอร์ต คลับ กรุงโดฮา จาก คาริม อันซาริฟาร์ด นาที 63 ส่งผลให้ อิหร่าน ชนะ 2 เกมรวด เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ในฐานะแชมป์กลุ่มแน่นอนแล้ว ส่วนอีกคู่ อิรัก แชมป์เก่า ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-0 ที่สนามอาเหม็ด บิน อาลี เมืองอัล รายยาน จากการทำเข้าประตูตัวเองของ วาลิด อับบาส นาที 90 (+4)

 สรุปคะแนนกลุ่ม ดี 1.อิหร่าน 6 แต้ม 2.อิรัก 4 แต้ม 3.เกาหลีเหนือ 1 แต้ม 4.ยูเออี 1 แต้ม ส่งผลให้ทั้ง อิรัก, เกาหลีเหนือ และ ยูเออี ยังมีลุ้นเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ในนัดสุดท้ายต่อไป สำหรับเกมสุดท้ายของกลุ่มจะเล่นกันในคืนวันพุธที่ 19 มกราคมนี้ โดย อิรัก พบ เกาหลีเหนือ และ ยูเออี พบ อิหร่าน