ข่าว

สื่อผู้ดีตีข่าวแหม่มถูกข่มขืนแต่ยอมความ

สื่อผู้ดีตีข่าวแหม่มถูกข่มขืนแต่ยอมความ

15 ม.ค. 2554

ตำรวจกะทู้ จ.ภูเก็ต เผย สื่ออังกฤษนำเสนอข่าวสาวอังกฤษถูกรุมโทรมพบมีการแจ้งความจริง พร้อมเชิญกงสุลร่วมเป็นพยานด้วย แต่หญิงสาวไม่ยอมให้ข้อมูล สุดท้ายไม่เอาความ ขณะที่ ททท.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนทำหนังสือชี้แจงไปยัง สำนักงานลอนดอน

จากกรณีสื่อดังของอังกฤษนำเสนอข่าวสาวเมืองผู้ดีถูกรุมโทรมที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และได้มีการบังคับเอาหมายเลขโทรศัพท์แม่เหยื่อที่ประเทศอังกฤษ เพื่อกรรโชกทรัพย์ โดยข่มขู่ว่าหากไม่ให้จะรุมข่มขืนมาราธอน เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พ.ต.ท.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว รอง.ผกก.สส.สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า มีการตรวจสอบข้อมูลการเข้าแจ้งความของชาวต่างชาติ พบว่าเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติ 2 คน พาหญิงสาวอายุ 23 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งเขาพบเธอนั่งร้องไห้อยู่ที่ชายหาดป่าตอง

 เมื่อสอบถาม เธอบอกว่า ถูกข่มขืนจึงพามาแจ้งความ และร้อยเวรได้พาไปตรวจร่างกายที่ ร.พ.ป่าตอง จากนั้นได้นัดหญิงสาวดังกล่าวมาให้รายละเอียดและลงบันทึกในวันที่ 24 ธันวาคม 2553 และได้ประสานไปยังนายมาติน คาร์เพนเตอร์ กงสุลกิตติมศักดิ์อังกฤษ ประจำ จ.ภูเก็ต มารับฟังการสอบปากคำด้วย แต่ทางผู้เสียหายได้เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 27 ธันวาคม 2553 โดยอ้างว่าไม่พร้อม เมื่อถึงวันนัดอีกครั้งผู้เสียหายกลับแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดี แต่ต้องการเดินทางกลับประเทศอังกฤษ และให้กงสุลฯประสานงานในการเดินทางกลับประเทศ

 พ.ต.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า คดีข่มขืนกระทำชำเราเป็นคดีระหว่างบุคคลหากเหยื่อไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ ส่วนกรณีการกรรโชกทรัพย์ในวันที่เข้าแจ้งความก็ไม่ได้มีการระบุหรือบอกเล่ากับทางเจ้าหน้า ทั้งนี้จากการสืบสวนของเจ้าหน้าพบว่าหญิงสาวดังกล่าวมาท่องเที่ยวภูเก็ตและไม่มีที่พักแน่นอน ส่วนจะถูกข่มขืนจริงหรือไม่ก็ไม่สามารถบอกได้ เพราะเขาไม่ยอมให้รายละเอียด และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ แล้ว รวมทั้งได้มีการเชิญกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำจังหวัดภูเก็ตมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

 ขณะที่ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกับตำรวจพื้นที่ และให้รายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว พบว่ามีการเข้าแจ้งความจริงเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2553 และการสอบสวนเจ้าหน้าที่ก็ได้เชิญกงสุลกิตติมศักดิ์มาร่วมเป็นพยานด้วย โดยผู้เสียหายไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆกับเจ้าหน้าที่ และสุดท้ายผู้เสียหายก็บอกว่าไม่ติดใจดำเนินคดีหรือแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับผู้ใด และเดินทางกลับประเทศไปในที่สุด

 พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวออกไปในสื่ออังกฤษในลักษณะที่สร้างความเสื่อมเสียต่อประเทศไทยนั้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลปรากฏว่าเป็นคนละเรื่องกัน และอยากตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในการเข้าแจ้งความทำไมผู้เสียหายจึงไม่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้ดำเนินการกับผู้ที่ก่อเหตุ และขอยืนยันว่ากรณีของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้การช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างเต็มที่แล้ว

 ด้านนางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ที่ผ่านมาไม่มีการเข้าร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้นกับททท. ซึ่งจะได้ตรวจสอบข้อมูลที่เกิดขึ้นกับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง และจะทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปยังททท.สำนักงานลอนดอนต่อไป