ข่าว

"ไชยวัฒน์"อ้างแหล่งข่าวยันลวง"วีระ"ไปถูกจับ

"ไชยวัฒน์"อ้างแหล่งข่าวยันลวง"วีระ"ไปถูกจับ

15 ม.ค. 2554

"ไชยวัฒน์"อ้างแหล่งข่าวทหารนอกประจำการปูดแผนลวงคนไทยถูกจับ วอนคนไทยชุมนุมรักษาเกียรติภูมิประเทศไทย เตรียมทบทวนบทบาทหากไร้การสนับสนุน "การุณ"จวกสถานทูตทำตัวเป็นอุปสรรค ช่วย 7 คนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์  นายการุณ  ใสยงาม และมล.วัลวิภา จรูญโรจน์   แกนนำ  เครือข่านประชาชนไทยหัวหใจรักชาติร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าช่วย 7 คนไทย    นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูล จากแหล่งข่าวระดับสูงที่เป็นทหารนอกประจำการ ของไทย  พบข้อมูลตรงกันว่า  นายวีระถูกหลอก ให้เดินทางไป ชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อให้ถุกจับตัว โดยมีคนในรัฐบาลไทยสมคบ  กับรัฐบาลฮุนเซ็น  เพื่อจับกุมตัวนายวีระไปติดคุก โดยกรณีดังกล่าวพล.อ.เจี๊ยบ มีชัย  ทหารกัมพูชา สั่งการ ให้ทหารที่มาเล่นการพันที่บ่อยปอยเปต รอจับกุมตัวคนไทยทั้ง  7  มีข้อสังเกตว่าปกติตลอดถนนศรีเพ็ญ จะต้องมีด่านตรวจ มากกว่า 10 ด่าน  แต่ในวันเกิดเหตุ กลับไม่มีด่านตรวจของตชด.แม้แต่ด่านเดียว  

 สำหรับการต่อสู้คดี ลำดับแรก จะเป็นปฏิเสธอำนาจศาลกัมพูชาว่าไม่มีอำนาจ พิจารณาคดีการจับกุมตัวคนไทย  จากดินแดนไทยไปในฝั่งเขมร  แต่ทราบว่ารัฐบาลไทยได้มีแนวทางในการต่อสู้คดีคือจะให้คนไทยทั้ง 7 รับสารภาพว่าพลัดหลงไปในดินแดนกัมพูชาโดยไม่มีเจตนา ซึ่งเครือข่ายคนไทยรับไม่ได้  จึงได้ประสาน เพื่อเตรียมแนวทางต่อสู้คดีและจัดทำเอกสาร ในการต่อสู้คดีอย่างละเอียด เพื่อส่งให้ นายวีระและจำเลยคนอื่น นอกจากนี้ตนยังขอเรียกร้องไปยังประชาชนให้ออกมารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรักษาเกียรติภูมิให้ประเทศไทย แต่หากยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากมวลชนเพิ่มมากขึ้นตนและเครือข่ายก็จะพิจารณาบทบาทอีกครั้ง

 นายการุณ กล่าวว่า  นายวีระ  เคยถูกจับกุมตัว  ที่บริเวณดังกล่าวมาครั้งหนึ่งจากการไปตรวจสอบการปักหมุดที่ 46  นายวีระไม่ประสงค์จะเข้าไปดูสถานที่ดังกล่าวเพื่อให้ถูกจับรอบสอบแต่การเดินทางไปเพราะนายพนิช  ในกมธ.ศึกษาเจดีซี 3 ฉบับ ขอให้นายวีระพาไปดูจนถูกจับกุม ทั้งนี้จากการเดินทางประสานเพื่อช่วยคนไทยทั้ง  7  ของ ตนมีอุปสรรคขัดขวางมากมายจากสถานทูตไทยในพนมเปญ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อทนายคความชาวกัมพูชา   ซึ่งสถานทูตไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ ไม่เปิดเผยแม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ 

 ทั้งนี้นายปราสาท  วินิจ ทูตไทย พูดกับกลุ่มตนว่า หากพิจารณาแผนที่ที่ถูกต้อง   ครึ่งหนึ่งของอ.ตาพระยาจะเป็นของกัมพูชา พวกตนต้องฟังด้วยความอดทนเพราะต้องการความร่วมมือในการ  พบทนายความและเข้าเยี่ยมจำเลยคนไทย แต่ตลอดทั้งสัปดาห์  ที่อยู่ในกัมพูชา ก็ไม่เคยได้พบทนายจึงงพยายามประสานผ่านเครือข่ายทหนายความ  จนสามารถติดต่อทนายความทางโทรศัพท์ ซึ่งได้ความว่าการจะพบกับคณะของตน  ทนายความต้องขออนุญาตจากทูตไทยก่อน  ส่วนค่าใช้จ่ายในการว่าความสู้คดีให้กับคนไทย คนละ 2 แสนบาทสถานทูตไม่มีงบประมาณดังกล่าวแต่มีพ่อค้าช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ พวกตนจึงพยายามแสวงหาข้อมูลจนทราบว่านายพัด  สุภาพงษ์  สว.กัมพูชา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับฮุนเซนเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าทนายความ

 โดยแนวทางการต่อสู้คดี จะเป็นไปตามที่ทูตไทยและรัฐบาลกำหนดคือยอมจำนน  รับสวารภาพ โดยไม่มีหลักฐานต่อสู้คดี จากนั้นก็จะขอพระราขทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา   แต่นายวีระไประบุในท้ายคำร้องของคำให้การว่า อ่านและฟังภาษากัมพูชาไม่รู้เรื่องแล้วเซ็นชื่อกำกับ  กรณีดังกล่าว ทำให้สามารถยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้จัดล่าม ให้กับนายวีระได้  โดยในสัปดหาหน้าตนและขณะไปเขมรอีก เพื่อขอเข้าเยี่ยม นายวีระและจำเลยคนอื่นส่วนนายพนิช ได้รับแจ้งจากสถานทูตไทยใหนกัมพูชาว่า  ไม่ประสงค์จะพบกับคณะของตนเพราะมีแนวทางต่อสู้คดีของตนเองแล้ว ดังนั้นตนจะเตรียมเอกสารคำให้การคำแถลงการณ์แปลเป็นภษาไทย  อังกฤษ และกัมพูชา เตรียมให้นายวีระและคนอื่น ยื่นแถลงต่อศาลและจะแจกจ่ายคำให้การไปทั่วโลก ระหว่างนี้ขอเรียกร้องให้นายกฯ  นายสุเทพ นายกษิตหยุดเบิกความเป็นพยานให้กัมพูชาเพื่อลงโทษคนไทย

 มล.วัลวิภา  กล่าวว่า    รัฐบาล  อาจมองเรื่องการจับกุมคนไทยทั้งเจ็ดเป็นเรื่องเล็ก จึงกำหนดแนวทางการต่อสู้คดีให้รับสารภาพ แต่เครือข่ายคนไทยมั่นใจในหลักฐาน จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมและจะทำให้คนทั้งโลกรู้ความจริง