ข่าว

ตูนีเซียก่อจลาจลปธน.หนีหลบภัยชาอุฯ

ตูนีเซียก่อจลาจลปธน.หนีหลบภัยชาอุฯ

15 ม.ค. 2554

ชาวตูนีเซียก่อการจลาจลประท้วงล้มระบอบเผด็จการ ประธานาธิบดีหลบหนีออกนอกประเทศ ไปหลบที่ซาอุดิอาระเบีย

 (15ม.ค.) ตำรวจตูนีเซีย จับกุมประชาชนหลายคนในกรุงตูนิส เมืองหลวงของประเทศที่ละเมิดระเบียบเรื่องช่วงเวลาเคอร์ฟิวเมื่อคืน โดยการออกมาก่อจลาจล หลังจากประธานาธิบดีซิเน เอล อาบิดี เบน อาลี ถูกประชาชนชุมนุมประท้วงขับไล่ เพราะไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชั่นและการว่างงาน ต้องยอมลงจากอำนาจ และหนีไปลี้ภัยที่ซาอุดิอาระเบีย

 ทางการตูนีเซียประกาศเคอร์ฟิวจนถึงเวลา 7 โมงเช้าวันเสาร์ ตั้งแต่เมื่อวานอันเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศภาวะฉุกเฉินโดยประธานาธิบดีเบน อาลี ก่อนที่จะมีการประกาศเรื่องการลงจากอำนาจของเขา โดยภายใต้มาตรการภาวะฉุกเฉิน ทหารได้เข้าทำหน้าที่ควบคุมสนามบิน และมีการสั่งปิดน่านฟ้า

 ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เบน อาลี เดินทางออกจากประเทศก็เกิดไฟไหม้ขึ้นที่สถานีรถไฟกลางในเมืองหลวง โดยที่ยังไม่มีการสรุปสาเหตุ ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งก็มีรายงานว่าถูกเผา และปล้นสะดมภ์ ในช่วงกลางคืนก็มีรายงานว่ามีเสียงปืนดังขึ้นในเขตใจกลางเมือง แต่เมืองหลวงกลับเข้าสู่ความสงบ หลังจากที่เข้าสู่วันใหม่

 ขณะที่นายกรัฐมนตรีโมฮาเหม็ด กานนูชี ที่รักษาการณ์ตำแหน่งประธานาธิบดีบอกว่า สถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องความวุ่นวายเกี่ยวกับด้านความมั่นคงโดยแท้ และเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ในการปกป้องทรัพย์สินของพวกเขาจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี

 รวมแล้วในการจลาจลนับตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 รายซึ่งส่วนมากเกิดจากฝีมือกระสุนของตำรวจ ส่วนการชุมนุมขับไล่เมื่อวาน ตอนแรกก็เป็นไปอย่างสงบ จนกระทั่งตำรวจยิงแก็สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชน ทำให้มีคนถูกเหยียบตายไป 4 ราย

 ทางการซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า ได้รับอดีตประธานาธิบดีเผด็จการ ซิเน เอล อาบิดีน เบน อาลี วัย 74 ปีของตูนีเซีย พร้อมครอบครัว เข้าลี้ภัยทางการเมืองในประเทศ หลังเขาหลบหนีออกมาจากตูนีเซีย เมื่อถูกประชาชนออกมาประท้วงขับไล่

 เครื่องบินของเบน อาลี เดินทางมาถึงเมือง เจดด้า ริมชายฝั่งทะเลแดงเมื่อคืนหลังออกมาจากตูนีเซียเมื่อวาน เท่ากับเป็นการปิดฉากการเรืองอำนาจที่ดำเนินมานาน 23 ปี นับตั้งแต่ที่เขาก่อรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองเมื่อปี2530

 ก่อนที่จะบินออกจากตูนีเซีย เบน อาลี ได้ลงนามในกฤษฎีกามอบอำนาจรักษาการณ์ประธานาธิบดีให้นายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด กานนูชี วัย 69 ปี ที่สัญญาว่าจะปฏิรูปการเมือง และสังคม

 การลงจากอำนาจของผู้นำตูนีเซีย ถือเป็นครั้งแรกของผู้นำโลกอาหรับ ที่จำใจต้องลงจากอำนาจ เพราะแรงกดดันจากการประท้วงของประชาชน

 การประท้วงและการจลาจลต่อต้านเบน อาลี มีขึ้นจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยอำนาจเผด็จการที่คอร์รัปชั่น และปัญหาการว่างงาน แต่คลื่นการประท้วง ปะทุขึ้นหลังการพยายามฆ่าตัวตายเมื่อเดือนที่แล้วของนายโมฮาเหม็ด บูอาซิซี วัย 26 ปี หลังตำรวจห้ามไม่ให้เขาขายผักและผลไม้เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ ซึ่งในที่สุดเขาก็เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากอาการบาดเจ็บจากการพยายามเผาตัวเอง

 การประท้วงและการจลาจลเริ่มขึ้นจากต่างจังหวัด ก่อนที่จะมาถึงเมืองหลวงในสัปดาห์นี้ และการลงจากตำแหน่งของเบน อาลี ก็มีขึ้นเพียง 1 วัน หลังเขาพยายามยุติการจลาจลโดยสัญญาว่าจะลงจากตำแหน่งหลังหมดวาระในอีก 3 ปีข้างหน้า แต่ประชาชนก็ยังคงเดินหน้าประท้วงขับไล่เขาอยู่ดี