ข่าว

ศตวรรษเก่า-ใหม่

ศตวรรษเก่า-ใหม่

15 ม.ค. 2554

ย้อนกลับไปเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 อันเป็นศตวรรษใหม่เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้วนั้น กล่าวกันว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากอดีต อันเนื่องมาจากผลพวงการปฏิวัติอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่มีมาแต่ศตวรรษก่อน

 ยุคเหล็กและไฟฟ้าได้นำสิ่งประดิษฐ์ใหม่แห่งศตวรรษมาให้ นับตั้งแต่ใบมีดโกนหนวด เครื่องพิมพ์ดีด จักรทอผ้า จนถึงโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องกระป๋อง รถไฟ เรือกลไฟ เรือเดินสมุทร เรือบิน มาพร้อมกับการสื่อสารที่ล้ำยุค อย่างโทรเลข โทรศัพท์ วิทยุ และภาพยนตร์สิ่งบันเทิง

 โลกก้าวหน้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันความโกลาหลอลเวงที่เกิดขึ้นในแทบทุกมุมของโลกก็ไม่เคยปรากฏมีมาก่อนเช่นกัน

 ประวัติศาสตร์โลกได้บันทึกไว้ว่า วิกฤติทางการเมืองและวิกฤติทางเศรษฐกิจได้บังเกิดขึ้นทั้งที่ในแอฟริกา เอเชียและยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปที่มหาอำนาจแต่ละฝ่ายต้องแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อช่วงชิงทรัพยากรและตลาดการค้าจากดินแดนอื่นๆ

 แต่ละฝ่ายนอกจะแข่งกันในการค้นหาทรัพยากรแร่ธาตุ อย่างเหล็ก น้ำมัน ถ่านหินแล้ว ยังสู้กันทางอำนาจและแสนยานุภาพด้วยการสั่งสมอาวุธใหม่แห่งศตวรรษเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างเช่นเรือดำน้ำ เครื่องบินรบ และปืนใหญ่ที่ยิงไกลได้ถึง 70 ไมล์ จนแม้แต่อาวุธร้ายที่สามารถฆ่าคนตายได้อย่างทุกข์ทรมานและเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นอาวุธเชื้อโรคและแก๊สพิษ เป็นอาทิ

 ดังนั้นเมื่อถึงที่สุดของการหาทางออก สงครามโลกครั้งแรกจึงได้ระเบิดขึ้นหลังจากที่ขึ้นศตวรรษใหม่มาได้ 10 กว่าปี

 สงครามโลกครั้งที่ 1 ใน ค.ศ.1914-1918 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วรบกันอยู่ในทวีปยุโรปนั้น ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมสงครามมากถึง 65 ล้านคน และตายไปในการรบมากถึง 10 ล้านคน ส่วนผู้ที่บาดเจ็บและพิการมีอีกนับเป็น 2 เท่า คือกว่า 20 ล้านคน

 กล่าวกันว่า สงครามที่เคยมีมาตลอดทั้ง 100 ปี ของศตวรรษก่อนก็ยังมีคนตายนับได้ไม่ถึงครึ่งของสงครามครั้งนี้

 ความก้าวหน้ารุ่งเรืองทางเทคโนโลยีจึงเป็นเหมือน “ดาบสองคม” คือในด้านหนึ่งได้นำชีวิตที่เป็นสุขสะดวกสบายมาให้แก่มนุษยชาติ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ได้นำความเลวร้ายหายนะมาสู่มนุษย์ได้ โดยที่ไม่มีใครคาดถึง เช่นว่า สงครามโลกที่ได้เกิดขึ้นต่อมาอีกทั้งที่สงครามครั้งแรกเพิ่งจะยุติลงไปได้ในเวลาไม่นานนัก

 สงครามโลกครั้งที่ 2 ใน ค.ศ.1939-1945 นั้นกินเวลานานกว่า และมีคนตายมากกว่า ตามอาวุธเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้น คือมีคนตายมากถึง 55 ล้านคน ในจำนวนประชากรของโลกที่มีอยู่ในขณะนั้นยังไม่ถึง 2,000 ล้านคน

 และในจำนวนนี้เฉพาะที่เป็นพลเรือนทั้งชายหญิงได้ล้มหายตายจากไปกับสงครามนี้ มีมากถึง 20 ล้านคน

 มูลเหตุของสงครามได้มีนักประวัติศาสตร์กล่าวกันไปหลายด้าน แต่ที่น่าขบคิดก็คือผู้ที่กล่าวว่า เป็นเพราะโลกเปลี่ยนใหม่ด้วยเทคโนโลยีใหม่และเกิดผลประโยชน์ใหม่ที่ต้องยื้อแย่งแข่งกัน มีผู้คนยุคใหม่ที่มีแต่หยาบสับสนเพราะศีลธรรมของสังคมเสื่อมโทรมลง

 แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้น ก็คือระบอบการเมืองประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ผู้นำที่รักชาติแต่มีใจแคบ และเป็นทรราช ได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจ

 เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา นอนอ่านประวัติศาสตร์โลกในศตวรรษเก่าแล้ว ก็นึกขึ้นได้ว่า ศตวรรษที่ 21 ผ่านมา 10 ปีแล้ว พร้อมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเหลือเชื่อด้วยนวัตกรรมใหม่ยุคอิเล็กทรอนิกส์ อย่างคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไอโฟน ไอแพด ฯลฯ

 “ดาบสองคม” ของโลกไอทีเหล่านี้สำหรับศตวรรษใหม่นี้ จะพลิกออกทางไหนยังไม่มีใครรู้ได้...