ข่าว

อยากให้"นาย"เข้าใจ

อยากให้"นาย"เข้าใจ

15 ม.ค. 2554

ความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อคัดกรองบุคคลที่ผิดกฎหมายไม่เข้าประเทศ ตามนโยบายความมั่นคง "3S" (Security-Service Mind-Standard) พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 นักสืบฝีมือดี...

 ดีกรีปริญญาตรี-โท 6 ใบ จาก ม.ธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถมยังเป็นอดีตนักรักบี้ ผู้ช่วยควบคุมทีมชาติไทย จนได้รับการแต่งตั้งกรณีพิเศษเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร และได้ลงสนามเล่นรักบี้ให้แก่สโมสรตำรวจ

 แต่ใช่ว่า พ.ต.อ.ภัคพงศ์ จะเอาใจใส่แต่กีฬาและการเรียน การทำงานก็ไม่น้อยหน้า เคยได้รับโล่ปราบปรามยอดเยี่ยม ระดับสถานีตำรวจ ด่านอรัญประเทศ จากสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย, ข้าราชการตำรวจดีเด่น สาขาป้องกันปราบปรามอาชญากรรม จากสมาคมตำรวจ ยังได้รับเลือกเป็นคนดีสังคมไทย สาขาสืบสวนปราบปราม จากนิตยสารเส้นทางไทย

 ส่วนผลงานที่ประทับใจเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเป็นสารวัตรด่าน ตม.อรัญประเทศ ที่ได้ทำหน้าที่เจรจาต่อรองช่วยนักศึกษาไทยให้หลุดพ้นจากบ่อนเขมรมาได้อย่างปลอดภัย

 "ตอนนั้นมีนักศึกษาไทยเข้าไปเล่นการพนันจนหมดตัว ติดหนี้พนันบ่อนในเขมร จนถูกยึดพาสปอร์ตจับกุมตัวเอาไว้ แล้วให้โทรศัพท์หาแม่ให้นำเงินมาไถ่ตัว ผมกับลูกน้องต้องเข้าไปเจรจาต่อรองกับเจ้าของบ่อนจนสามารถช่วยนักศึกษาออกมาได้อย่างปลอดภัย" พ.ต.อ.ภัคพงศ์บอกความประทับใจ

 อีกหนึ่งผลงานประทับใจ เคยสกัดจับแก๊งส่งรถขายเขมร บริเวณด่าน ตม.อรัญฯ จะมีรถนายทหารของเขมรวิ่งเข้าออกไทยเป็นประจำไม่ค่อยมีใครกล้าตรวจสอบมากนัก วันหนึ่งมีขบวนรถยนต์ของนายพลเขมรที่มีชื่อเสียง 11 คัน วิ่งเข้ามาในไทยแต่ขากลับมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์เพิ่มมา 1 คัน เป็น 12 คัน จึงสั่งให้หยุดขบวนเพื่อตรวจสอบพบว่าในรถมีร้อยโทของเขมรนั่งอยู่

 ด้วยไหวพริบ การสังเกต เห็นรถโตโยต้าคันนั้นพวงมาลัยอยู่ด้านขวา หน้ารถติด พ.ร.บ.ของไทย ติดสติกเกอร์เรารักในหลวง พอตรวจสอบปรากฏว่ามีการถอดทะเบียนไทยออกแล้วสวมทะเบียนของประเทศกัมพูชา และรถยนต์คันนั้นเป็นของกำนันคนหนึ่งในสระแก้ว เพื่อจะลักลอบเลี่ยงภาษีออกนำไปขายที่เขมร!!

 เมื่อมาทำหน้าที่ผู้กำกับสืบฯ ตม.สุวรรณภูมิ บ่อยครั้งเจอนักท่องเที่ยวทำหนังสือร้องเรียนผู้บังคับบัญชา ด้วยความเห็นใจลูกน้องที่ทำงานในสนามบินก็อยากให้ผู้บังคับบัญชาเข้าใจ เพราะทุกคนทำงานตามหน้าที่ไม่ต้องการเอาคนที่ทำผิดกฎหมายเข้าประเทศ

 "มีนักท่องเที่ยวใกล้บ้านเราคนหนึ่งมากับกรุ๊ปทัวร์ไม่มีสัมภาระอะไรเลย มีเงินติดตัว 500 บาท ตามกฎหมายแล้วถ้ามาท่องเที่ยวต้องมีเงินติดตัวไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่ ตม.ตรวจสอบเชื่อได้ว่าไม่น่าจะมาท่องเที่ยว น่าจะมาหางานทำในไทย จึงส่งตัวกลับประเทศทำให้เขาไม่พอใจไปร้องเรียนสถานสถานทูตจนเรื่องถึงผู้บังคับบัญชา อย่างนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานหมดกำลังใจไปเลย"

 หวังว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม ในฐานะดูแลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รับทราบปัญหาแล้วเข้าใจการทำงานของลูกน้องหน่อยนะครับ ลูกน้องจะได้ทำงานอุ่นใจมากขึ้น (อิอิ)


     -  รัฐพล ศิริบุญ -