
แม่พนิชหมดห่วงลูกได้หมอรักษาผดผื่น
นายกฯสั่งอุทธรณ์หลัง 5 คนไทยไม่ได้ประกันตัว แจงตม.ปล่อยเขมร 100 คนเป็นเรื่องปกติแค่ไม่ค่อยเป็นข่าว วอนคนไทยรักชาติอารมณ์เย็น เผยจะชี้แจงหลัง 7 คนรอดคุก
(14ม.ค.) ม.ล.สมพงษ์วดี วิกิตเศรษฐ์ แม่ของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวช่องทีวีไทยว่า ได้คุยกับลูกชายตั้งแต่ศาลประเทศกัมพูชาให้ประกันตัวเมื่อวานนี้ตอน11โมงกว่า แต่ก็ไม่ได้ได้คุยอะไรกันมากนัก แต่ในช่วงที่ลูกอยู่ในเรือนจำ เขาเคยบอกว่าสุขภาพไม่ค่อยดี ซึ่งสุขภาพของลูกที่น่าห่วง ตอนนี้ยังมีแผลผดผื่น แต่ก็สบายใจว่าถึงมือแพทย์แล้ว ที่ผ่านมาได้คุยกัน ลูกชายบอกว่าไปทำตามหน้าที่ไปดูเขตไทย ลูกก็บอกว่า "เราไปดูในเขตไทยนะคุณแม่ ตอนนั้นก็ไม่มีคนทักท้วงเรา มีแต่คนโบกไม้โบกมือให้เราเข้าไป เราก็ตามไป"
ม.ล.สมพงษ์วดียังกล่าวอีกว่า ลูกชายบอกว่าไม่กังวลอะไรแล้ว มีเจตนาดี ทำตามหน้าที่ ตอนนี้ก็อยากให้กลับบ้านเร็วๆเท่านั้น ตอนแรกก็ห่วงสุขภาพ แต่พอเจอหมอที่ดีก็โล่งใจ และถ้านายพนิชยังอยู่ที่ประเทศกัมพูชาอีกนาน ก็จะพาลูกสาวของนายพนิชไปหา เพราะเขาบอกว่าคิดถึงลูกสาวมาก
5ไทยไม่ได้ประกันอภิสิทธิ์สั่งอุทธรณ์
เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยถึงกรณีที่ศาลกัมพูชาไม่ยอมให้ประกันตัว 5 คนไทยที่เหลือว่า ได้ให้มีการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว เพราะเราต้องการที่จะให้มีการปล่อยตัวทุกคน ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับทางกระทรวงการต่างประเทศก็รายงานว่ากำลังดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่ายังมีช่องทางอื่นที่จะช่วยเสริมอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมยังคิดว่าไปได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม การได้ประกันตัว 2 รายแรกก็ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่เราก็ต้องการให้อีก 5 คนได้รับการประกันตัวและได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้เรายังไม่ทราบรายละเอียดของการวินิจฉัยของศาลจึงมอบหมายให้มีการดำเนินการอุทธรณ์ทันที และคิดว่าต้นสัปดาห์หน้าจะรู้ผล”
เมื่อถามว่าทางกัมพูชามีเหตุผลให้หรือไม่ว่าทำไมทั้ง 5 คน ยังไม่ให้มีการประกันตัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เราได้ดำเนินการอุทธรณ์ไปแล้ว และความจริงขณะนี้ในส่วนของฝ่ายบริหารเองก็บอกว่าไม่ควรปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ยืดเยื้อออกไป เมื่อถามว่าจะมีการติดต่อกันระหว่างฝ่ายบริหารเพื่อเพิ่มช่องทางในการช่วยเหลือหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ถ่ายทอดไปให้ทราบถึงฝ่ายบริหารว่าเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องกระบวนการภายในของกัมพูชา เมื่อถามว่ามีท่าทีที่ทางกัมพูชารับฟังจุดยืนของไทยบ้างหรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานว่าทางกัมพูชาก็รับฟัง
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าการที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ปล่อยตัวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายประมาณ 100 คนนั้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนตัวกับคนไทยที่ถูกจับกุมไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันมีอยู่เป็นระยะแต่อาจไม่เป็นข่าว แต่ลักษณะของปัญหาที่มีการเข้ามาและถูกจับกุม จากนั้นก็มีการดำเนินคดีบ้าง ปล่อยตัวบ้าง หรือแม้แต่การต่อสู้การยิงกัน จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดปกติอะไร ถือเป็นกระบวนการปกติซึ่งเมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายไปคงจะต้องมาพูดคุยกันถึงแนวปฏิบัติต่อจากนี้ไปไม่ให้เกิดปัญหาความคลางแคลงใจหรือกระทบกระเทือนกันจนบานปลายกลายเป็นเรื่องอื่น
เมื่อถามว่าถึงวันนี้ฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติมีความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติร่วมกันหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หน่วยงานปฏิบัติก็มีแนวทางที่เขาดำเนินการอยู่ แต่บางครั้งหรือแต่ละกรณีที่เกิดขึ้นจะไม่เหมือนกัน บางครั้งจึงอาจมีความไม่ชัดเจนหรือมีความสับสนอยู่บ้าง จึงจำเป็นที่ต้องมาสะสางกันค่อนข้างมาก
เมื่อถามว่ากรณี 7 คน นั้นจะกระทบต่อมาตรการแก้ปัญหาแนวชายแดนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เพราะแนวทางของการแก้ปัญหาชายแดนก็ต้องเดินหน้าต่อไป อย่างกรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมดทางเราเองก็จะต้องดำเนินการต่อในระดับของปัญหาภาพใหญ่ด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเจบีซี มรดกโลก
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลต่อความเคลื่อนไหวของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็พยายามให้เจ้าหน้าที่ประสานงานอยู่ตลอดไม่ให้การเคลื่อนไหวกลายเป็นปัญหา ส่วนที่มีการยกระดับการเคลื่อนไหวมาเป็นการขับไล่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายคนนั้น ก็เป็นสิทธิ์ที่นายไชยวัฒน์จะแสดงความคิดเห็น เราก็พยายามไม่ให้เกิดปัญหาในเวลาที่มีการเคลื่อนไหวและชุมนุม ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูแลทุกอย่างอยู่บนความพอเหมาะพอดี เขาสามารถใช้สิทธิ์ได้แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนกับประชาชนทั่วไป
เมื่อถามว่าจะมีการทำความเข้าใจเพื่อให้ข้อมูลตรงกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ คิดว่าคงต้องรอให้อารมณ์เย็นลงนิดหนึ่ง ซึ่งผมยินดีในการที่จะทำความเข้าใจแต่สังเกตดูเห็นว่าหลายคนยังไม่อยากฟังซึ่งนั่นคือปัญหา ” เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่ได้บอกไปแล้วคือเมื่อสถานการณ์ของคนไทยทั้ง 7 คน คลี่คลายลงไปในระดับหนึ่งตนจะชี้แจงเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งวันนี้ถือว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่เราต้องพยายามทำทุกวิถีทางเร่งรัดให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้ชี้แจงทุกอย่าง ตนก็อยากที่จะให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไป



