
เลขาฯBIEตรวจไทยพร้อมจัดเวิลด์เอ็กซโป
เลขาธิการ BIE ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจดูความพร้อม-บินสำรวจพื้นที่เตรียมจัดงานเวิลด์ เอ็กซโป 2020 ติงเชียงใหม่มีจุดอ่อนระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯนานกว่า เมื่อเทียบชลบุรี อยุธยา แต่ยาหอมชื่นชอบการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ที่ยังรักษาวัฒนธรรมไว้ได้ดี ชี้ขึ้นกับรัฐ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มกราคม ที่อาคารอำนวยการ ศาลากลางจ.เชียงใหม่ นายวิเซนต์ กอนซาเลส ลอสเซอทาเลซ เลขาธิการสำนักงานมหกรรมโลก (BIE) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก 2020 มี มล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้า สภาอุตสาหรรม สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.เชียงใหม่ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และเชิญเลขาธิการ BIE ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณโถงทางเข้าอาคารอำนวยการฯ
ทั้งนี้คณะของเลขาธิการ BIE ได้เข้ารับฟังการนำเสนอศักยภาพของพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และการศึกษาความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมโลก 2020 โดยผู้อำนวยการ สสปน.ประมาณ 15 นาที ก่อนเดินทางไปรับประทานอาหารที่ร้านข้าวเม้า ข้าวฟ่าง และเยี่ยมชมภายในสวนราชพฤกษ์เฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นเดินทางมารับฟังบรรยายสรุปการบินสำรวจพื้นที่เป้าหมายตามเส้นทางบิน ซึ่งจ.เชียงใหม่ได้เตรียมไว้สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก 2020 ก่อนที่คณะเลขาธิการ BIE จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจเพื่อบินสำรวจพื้นที่
นายวิเซนต์ กอนซาเลส ลอสเซอทาเลซ เลขาธิการ BIE ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่แต่ละประเทศจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก หรือ เวิลด์ เอ็กซโปในปี 20202 สำหรับประเทศไทยกำหนดไว้ 3 พื้นที่ คือ ชลบุรี อยุธยา และเชียงใหม่ แต่ผู้คัดเลือกพื้นที่เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยจะมีการคัดเลือกพื้นที่ภายในระยะเวลา 3 เดือนก่อนนำเสนอ BIE พิจารณา
ส่วนประเทศอื่นที่เสนอตัวเข้ามาก่อนปิดรับสมัครภายใน 6 เดือน และในปี 2012 BIE จะเริ่มส่งคณะกรรมการพิจารณาไปตรวจเยี่ยมความพร้อมของแต่ละประเทศที่เสนอตัวเข้ามารวมทั้งประเทศไทยด้วย จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน จะเริ่มประชุมใหญ่สมาชิกทั้งหมด 150 ประเทศ เพื่อลงคะแนนโหวตลับคัดเลือกประเทศเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซโป ในปี 2020 นอกจากประเทศไทยจนถึงเวลานี้มีประเทศอียิปต์ บราซิล และการ์ต้า ที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพแล้ว
เลขาธิการ BIE กล่าวอีกว่า โดยศักยภาพชลบุรี และพัทยามีระยะทางใกล้กรุงเทพฯมากกว่า ส่วนเชียงใหม่ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯค่อนข้างมาก แต่ไม่ทราบว่ารัฐบาลไทยมีความคิดเห็นอย่างไรและจะเลือกพื้นที่ใดเพื่อนำเสนอ แต่คงไม่ได้ตัดจ.เชียงใหม่ออกไปในเวลานี้
สำหรับประสบการณ์ของจ.เชียงใหม่ที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2549 ถือเป็นจุดเด่นเพราะการจัดงานมีการเตรียมการณ์ที่สั้นผิดปกติแต่ทำได้ดีมาก จึงเป็นจุดแข็งของเชียงใหม่ที่จะนำไปพิจารณา การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเป็นงานเอ็กซโปที่ดีทำให้ประชาชนได้เรียนรู้อะไรมาก ส่วนพื้นที่จัดงานยังนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ภายหลัง
"รู้สึกชื่นชอบเชียงใหม่เพราะเป็นเมืองที่จัดพื้นที่ได้ดี มีการพัฒนาและมีนวัตกรรมเกิดขึ้นมากมายแต่กลับไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ยังมีการรักษาวัฒนธรรมต่างๆไว้ได้ดี"เลขาธิการ BIE กล่าว
มล.ปนัดดา กล่าวว่า ประเด็นที่จ.เชียงใหม่มีระยะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯกว่า 700 กม.จึงใช้เวลาเดินทางมากกว่าไม่ใช่ปัญหาเพราะเรามีท่าอากาศยานเชียงใหม่ที่เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค แต่สำหรับจ.เชียงใหม่มีจุดแข็งที่เป็นเสน่ห์ คือธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี วัดวาอาราม ฯลฯ โดยเฉพาะพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เป็นพื้นที่ที่มีความงดงามทางธรรมชาติและมีการจัดระบบคมนาคมไว้เป็นอย่างดี
"เรามีความหวังด้วยกันทั้งสิ้น ทั้ง 2 จังหวัดคือ ชลบุรี และอยุธยา ที่อยู่ในกระบวนการแข่งขันกับเชียงใหม่ อย่างไรก็ดีไม่ว่าพื้นที่ใดได้รับการคัดเลือก ประเทศไทยก็ยังต้องไปแข่งขันกับอีกหลายประเทศแต่เราพยายามจะรักษาความภาคภูมิใจของจ.เชียงใหม่เอาไว้" มล.ปนัดดา กล่าว
นายอรรคพล กล่าวว่า ขณะนี้ขึ้นกับรัฐบาลว่าจะเลือกพื้นที่ใดเพื่อเสอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซโป 2020 ซึ่งแต่ละพื้นที่นั้นใชงบประมาณลงทุนที่แตกต่างกัน คงต้องพิจารณาและประเมินว่าพื้นที่ใดที่ลงทุนแล้วจะมีความคุ้มค่าในระยะยาว และดูว่าหลังลงทุนแล้วหลังเสร็จงานจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านใด แต่ทั้งนี้หากมีการลงทุนเม็ดเงินที่ลงทุนไปต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 8 เท่าจึงจะคุ้มค่า



