
มาร์คส่งตรวจคุณสมบัติบุญจง-เกื้อกูล
"นายกฯ" ส่งรายชื่อบุญจง-เกื้อกูลตรวจคุณสมบัติ และนำชื่อขึ้นทูลนั่งเก้าอี้รมต.แล้ว ยันร่วมถกพรรค25 ม.ค.นี้เชื่อปมแก้รธน.ไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ไม่ได้ดึงเรื่อง89ศพเผยคปอ.จะส่งรายงานเร็วๆนี้
(14ม.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่สมาคมนักข่าวนักกหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า ตนได้รับส่งรายชื่อของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.อยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.)ตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว
ยันร่วมถกพรรคเชื่อแก้รธน.ไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการกำหนดสูตรจำนวน ส.ส. ซึ่งนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ไม่สามารถคุมเสียงข้างมากของที่ประชุมรัฐสภาได้ ว่า คงพูดตามความเป็นจริงว่าตอนนี้มีความคิดเห็นต่างกันอยู่ แต่เมื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ทำรายงานเสร็จสิ้น พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมาพูดคุยกัน
เมื่อถามว่าจะไปร่วมการรับประทานอาหารเพื่อหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 25 ม.ค.นี้ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าไป ซึ่งตนต้องทำหน้าที่ใน 2 สถานะ โดยต้องบอกว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร และในแง่ของรัฐบาลคิดว่าจะเดินเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร แต่ในชั้นนี้ต้องให้คณะกรรมาธิการฯทำรายงานให้เรียบร้อยก่อน
ต่อข้อถามว่าหลังจากการพูดคุยกันในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจจนไม่เกิดปัญหาในการอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องมีความชัดเจนว่าจะทำงานร่วมกันต่อไปภายใต้เงื่อนไขใด อย่างไร ทั้งนี้ ตนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
"ชทพ."หนุนผู้ใหญ่คุยกันหาทางออก
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนยันผลักดันการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งในสูตรที่มาส.ส. 375+125 ซึ่งสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ยืนยันสูตร 400+100 ว่า ขณะนี้ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นต่อเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน แม้จะเพิ่งผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯที่มีมติยืนยันเข้าวาระ 2 ของรัฐสภาให้ผลักดันที่มาส.ส.375+125ก็ตาม เพราะจากนี้ไปจะต้องพิจารณาในวาระที่ 2-3 ของรัฐสภา ซึ่งจะเป็นเรื่องที่จะมีการหยิบยกมาอภิปรายกันในสภาต่อไป อีกทั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชทพ.ก็แสดงความเห็นว่าที่มาส.ส.ควรเป็น 400+100 จะเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตามพรรคชทพ.ยังยืนยันจุดยืนเดิมคือสนับสนุนสูตรส.ส. 400+100 เพราะเหมาะสมต่อสภาพความเป็นจริงในทางการเมืองที่สุด แต่ไม่ว่าจะสูตรใดก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่ที่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา และหากผลสุดท้ายการพิจารณาของสภาจะออกมาเป็น 375+125หรือ 400+100 ไม่ว่าสูตรไหนจะประสบชัยชนะก็ตาม พรรคชทพ.ก็ยอมรับผลการพิจารณาของสภาในท้ายที่สุด
นายวัชระ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่ให้ผู้ใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาลมีการพูดจากันก่อนจะมีการเปิดประชุมสภาเพื่อสะท้อนถึงพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยังเป็นการกุญแจสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ผ่านได้ด้วยดี เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งหากผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลมีการพูดคุยกันบนเหตุและผลว่าการแก้ไขตรงไหนแล้วเกิดอะไรต่อประเทศชาติ แล้วให้ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน อย่างไรก็ตามตอนนี้เข้าใจว่ายังไม่มีการนัดผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล จะมีก็เฉพาะส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก่อนเปิดสภาเท่านั้น
"ผมไม่สบายใจเพราะไม่อยากให้มีการปล่อยข่าวจากบรรดาลูกพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ใช่แกนนำพรรคออกมาข่มขู่ว่าหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จแล้วจะมีการยุบสภาซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ดี เพราะในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราต้องทำงานร่วมกันแต่ไม่ใช่ใช้วิธีการรุกไล่กัน อีกทั้งต้องย้อนถามว่าคนที่ขู่ด้วยการยุบสภานั้นเดาใจนายกรัฐมนตรีได้หรือว่าจะยุบหรือไม่ยุบสภา เพราะประเทศนี้มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจในการยุบสภาได้ ดังนั้นการปล่อยข่าวในลักษณะขู่จะยุบสภาไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติเพราะจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับนายกฯมากขึ้น" นายวัชระ กล่าว
ไม่ได้ดึงเรื่อง89ศพเผยคปอ.จะส่งรายงานเร็วๆนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน เลขานุการคณะทำงานดูแลคดีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยอมรับ 13 ใน 89 ศพที่เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.มาจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า ที่ดีเอสไอเคยสรุปมาเบื้องต้น จะเป็นข้อมูลว่าบางกรณีอาจมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยว ก็มีการให้สอบสวนเพิ่มเติมต่อไป
ยืนยันว่าไม่มีการดึงเรื่องไว้ ทั้งนี้อีกไม่นานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ก็จะส่งรายงานเข้ามา หากมีอะไรที่เป็นอุปสรรค รัฐบาลก็จะเข้าไปแก้ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ารายงานดังกล่าวมีการสรุปข้อเท็จจริงเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตระหว่างการชุมนุมหรือไม่
“ต้องเข้าใจว่าเป็นข้อค้นพบเบื้องต้น บางครั้งดีเอสไอยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องพยายามช่วยกันอย่าทำให้เกิดความสับสน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



